"ถ้าพวกท่านยังกล้าพูดจาพล่อยๆ ใส่ร้ายป้ายสีคนในบ้านนี้อีกแม้แต่ครึ่งคำบัญชีหนี้สินห้าสิบหยวนที่ลุงรองไปกู้ยืมจากสหกรณ์หมู่บ้านเมื่อปีกลาย... ผมเกรงว่าคงต้องให้หัวหน้ากองมาช่วยตรวจสอบเอกสารฉบับนี้อย่างละเอียดเสียแล้วกระมังครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของเฉินเหว่ยดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอื้ออึงของลานหน้าบ้าน ร่างกายกำยำในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารเก่าซีดก้าวออกมายืนบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มกวาดมองกลุ่มญาติผู้ใหญ่ฝั่งสามีที่กำลังยืนหน้าถอดสี
หลินฟางปรายตามองกลุ่มคนหน้าเงินที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงแหลมสูงตวาดลั่นด้วยความสะใจ แต่วินาทีนี้กลับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก นางยกย่องรอยยิ้มเยдяส่ายหัวเบาๆ ในใจ พลางจัดสาบเสื้อผ้าฝ้ายสีครามของตนเองให้เรียบร้อยอย่างไม่เร่งรีบ
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ผู้คนในหมู่บ้านที่มารุมล้อมมุงดูต่างส่งเสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของพ่อสามี หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางตั้งใจมาทวงเงินค่าขายผักล็อตแรกที่หลินฟางนำไปส่งในตัวอำเภอเมื่อวานนี้ โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นเครือญาติและกฎเกณฑ์ไร้สาระที่ว่า "ลูกสะใภ้ต้องกตัญญูกับผู้หลักผู้ใหญ่" แต่นางคงลืมไปเสียสนิทว่า สะใภ้คนนี้ไม่ใช่หลินฟางคนเดิมผู้ก้มหน้ายอมรับความอยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว
"นะ...นั่นมันเรื่องส่วนตัว! เกี่ยวอะไรกับเงินค่าผักในแปลงของนังเด็กนี่เล่า!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมกลบเกลื่อนความพิรุธ มือเหี่ยวย่นสั่นเทาชี้หน้าหลินฟางที่ยืนกอดอกนิ่ง
"เกี่ยวสิครับ..." หลินฟางก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายเฉลียวฉลาดจับจ้องไปยังคู่กรณี นางหยิบสมุดปกสีน้ำตาลเข้มเล่มเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นสมุดบัญชีที่นางจดบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยลายมืออันสวยงาม "ในเมื่อท่านป้าบอกว่าแปลงผักหลังบ้านเป็นสมบัติของตระกูลเฉิน งั้นเรามาเคลียร์เรื่องผลผลิตและหนี้สินให้ชัดเจนกันในวันนี้เลยดีไหมครับ ท่านป้าอ้างว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้เป็นของส่วนรวม แต่ในมิติลับ... อ้อ หมายถึงในสมุดบันทึกการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์จากสถานีเกษตรอำเภอของฉัน มีใบเสร็จรับเงินที่ฉันควักเงินส่วนตัวซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง แถมยังมีลายเซ็นรับรองจากผู้ใหญ่บ้านอย่างถูกต้อง"
นางพลิกกระดาษแผ่นบางส่งให้เฉินเหว่ยถือไว้เป็นหลักฐาน ชายหนุ่มรับมาด้วยความเต็มใจ สายตาคมกวาดมองตัวเลขและลายมือชื่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งเสียงหึในลำคออย่างเย็นชา
"นอกจากนี้..." หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "เงินห้าสิบหยวนที่ลุงรองเอาไปใช้หนี้การพนันเมื่อฤดูหนาวก่อน ถ้าทางทางการตรวจสอบพบว่ามีการแอบอ้างชื่อกองทุนหมู่บ้านมารับรองความประพฤติ เกรงว่าโทษทัณฑ์คงไม่ใช่แค่การตักเตือนธรรมดานะครับ ท่านป้ายังอยากจะคุยเรื่อง 'สิทธิ์ความกตัญญู' กับฉันอีกหรือเปล่าล่ะครับ?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันที ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ใบหน้าของบรรดาญาติผู้เอาเปรียบซีดเผือดราวกับกระดาษสา พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวชาวเมืองที่ถูกส่งมาแต่งงานกับทหารบ้านนอกคนนี้ จะมีชั้นเชิงและหลักฐานหมัดน็อกที่หนักหน่วงถึงเพียงนี้
เฉินเหว่ยเหลือบมองภรรยาตัวน้อยของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความรักล้นปรี่ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลมและให้กำลังใจ หลินฟางหันไปส่งยิ้มหวานละมุนให้สามี แววตาดื้อรั้นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางที่พวกนางเป็นฝ่ายชนะ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าไร่
"เกิดอะไรขึ้นตรงนี้! ทำไมเสียงดังเอะอะโวยวายกันถึงบ้านตระกูลเฉิน!"
ร่างของชายวัยกลางคนสวมหมวกกันหนาวสีเขียวขี้ม้าเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่สหกรณ์หมู่บ้านเข้ามา สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ หลินฟางหรี่ตามองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิจารณา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางรู้ดีว่าเกมนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะสุนัขจนตรอกมักจะกัดไม่เลือกที่เสมอ
ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ทำท่าจะหมดทางสู้เมื่อครู่ พลันมีประกายตาด2ข้างสว่างวาบขึ้น นางรีบพุ่งเข้าไปหาเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทันทีพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังลั่น
"ท่านหัวหน้าสหกรณ์ช่วยด้วย! หลuฟางกับสามีรังแกญาติผู้ใหญ่ จะไล่พวกเราออกจากหมู่บ้านแถมยังขู่กรรโชกทรัพย์ด้วยหลักฐานปลอมค่ะ! ท่านต้องจัดการพวกมันนะ!"
ความวุ่นวายระลอกใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น แต่ทว่า... กลางอากาศยามบ่ายที่เริ่มเย็นลง กลับมีกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารบางอย่างลอยโชยมาแตะจมูก กลิ่นหอมของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วกับรากผักชีและเครื่องเทศจีนที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มในหม้อดินเผาหลังบ้าน ซึ่งหลินฟางแอบตุ๋นทิ้งไว้ก่อนที่พวกตัวน่ารำคาญจะบุกเข้ามา
กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ จนทำให้ทุกคนที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
เฉินเหว่ยขยับตัวยืนบังหน้าภรรยาอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองหัวหน้าสหกรณ์และกลุ่มญาติด้วยท่าทีนิ่งสงบ แต่ในใจกลับเริ่มคำนวณแผนการรับมือขั้นต่อไปแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่หัวหน้าสหกรณ์กำลังจะก้าวเข้ามาประชิดตัวและเอ่ยปากซักถาม สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของป้าสะใภ้ใหญ่—กระดาษที่เป็นใบเสร็จรับเงินกู้ยืมลับๆ ของลุงรอง ซึ่งมีลายมือชื่อประทับตราลับของสหกรณ์ที่ควรจะสูญหายไปเมื่อสามปีก่อน!
ดวงตาของหัวหน้าสหกรณ์เบิกกว้างขึ้นทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตาเดียว...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างเนื้อสร้างตัวไปกับหลินฟางและเฉินเหว่ยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 15
สงครามปากเสียง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!