"หยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมานี่สิ, เหว่ยเกอ"
เสียงกระซิบของหลินฟางลอดผ่านความเงียบงันยามดึกสงัด ภายในห้องโถงเล็กๆ ของบ้านพักตระกูลเฉิน ซึ่งบัดนี้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นห้องผ่าตัดฉุกเฉินชั่วคราว ร่างโชกเลือดของชายปริศนาผู้ถือกระเป๋าเอกสารหนังสีดำยังคงนอนหมดสติอยู่บนพื้นไม้กระดาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนยามค่ำคืนที่โชยมาตามรอยแตกของบานหน้าต่าง
เฉินเหว่ยไม่เอ่ยคำฟุ่มเฟือยแม้แต่ครึ่งคำ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยววส-อดส่องสำรวจรอบทิศทางด้วยสัญชาตญาณของอดีตนายทหาร ก่อนจะรีบก้าวเท้าเข้ามาจัดการตามคำสั่งของภรรยาอย่างรู้ใจ มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและทำไร่ทำสวนมาอย่างโชกโชน บัดนี้กำลังบรรจงเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าซีดเซียวของชายแปลกหน้าอย่างระมัดระวัง
"บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่เกิดจากของมีคม... ส่วนที่ท้องถูกกระแทกอย่างแรง" หลินฟางขมวดคิ้วมุ่น พลางใช้นิ้วเรียวสวยเปิดเปลือกตาของคนเจ็บเพื่อตรวจดูอาการ ดวงตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยประกายความคิด ในมิติลับของเธอยังมียาสมานแผลชั้นดีและเครื่องมือแพทย์ยุคหน้าที่สามารถช่วยชีวิตคนคนนี้ได้ทันเวลา แต่คำถามสำคัญคือ... ชายคนนี้เป็นใคร และเหตุใดจึงหนีตายมาจนถึงหน้าประตูบ้านของพวกเขาในคืนก่อนวันเปิดตัวสินค้าล็อตแรกในตลาดมืด?
"เขาพยายามรักษา 'สิ่งนี้' เอาไว้ด้วยชีวิต" เฉินเหว่ยเอ่ยขึ้นต่ำๆ พลางพยักเพยิดไปยังกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่ถูกล็อกรหัสเอาไว้ แน่นหนา แม้ในยามหมดสติ นิ้วมือของชายคนนั้นก็ยังคงเกร็งแน่นราวกับกลัวว่ามันจะถูกแย่งชิงไป
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกสะท้อนความรู้สึกหลากหลาย แต่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่จะกรีดร้องตื่นตูม ยุค 70-80 นี้เต็มไปด้วยความพลิกผัน โอกาสมักซ่อนอยู่หลังอันตรายเสมอ นางหันไปสบตากับสามีผู้พร้อมยืนหยัดเคียงข้างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น "เราจะช่วยเขา... แต่อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด โดยเฉพาะพวกญาติจอมสอดรู้สอดเห็นบ้านนั้น"
เฉินเหว่ยพยักหน้ารับสั้นๆ "วางใจเถอะ ฟางฟาง ผมจัดการเอง"
***
แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมาทาบทับผืนดินในไร่สวน ผิดแผกจากความตึงเครียดเมื่อคืนราวกับอยู่คนละโลก กลิ่นหอมกรุ่นของชาป่าที่หลินฟางเพิ่งคั่วสดๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พืชผักในแปลงทดลองของมิติลับถูกนำออกมาจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน แตงกวาผิวสีมรกตที่อวบอิ่มจนแทบปริ มะเขือเทศลูกโตสีแดงก่ำราวกับทับทิม และหัวไชเท้ารสชาติหวานกรอบ ทุกผลผลิตล้วนสมบูรณ์เกินกว่ามาตรฐานของยุคสมัยนี้
นี่คือ "สินค้าล็อตแรก" ที่จะพลิกชะตาชีวิตของสองสามีภรรยาในตลาดมืดแห่งอำเภอเฉิงหลิว
"เหว่ยเกอ, คุณแน่ใจนะว่าเส้นทางนี้ปลอดภัย?" หลินฟางเอ่ยถามขณะช่วยสามีจัดเรียงผักลงในตะกร้าไม้ไผ่สานอย่างประณีต ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังเล็กน้อย
เฉินเหว่ยยื่นมือไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ ของภรรยา สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือหนาช่วยปัดเป่าความกังวลใจทั้งหมดให้มลายหายไป "สหายที่เราจะไปติดต่อด้วย เป็นคนเก่าคนแก่ที่ติดหนี้ชีวิตผมในสนามรบ เขาเปิดแผงค้าส่งสมุนไพรและสินค้าเกษตรบังหน้าในตลาดมืด ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามที่นั่นง่ายๆ หรอกครับ"
การเดินทางสู่ตลาดมืดในช่วงบ่ายคล้อยดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ รถจักรยานคันเก่าบรรทุกตะกร้าผักปกคลุมด้วยผ้าใบสีมอซอ แต่นายทหารหนุ่มกลับปั่นด้วยความมั่นคงและนุ่มนวล เพื่อไม่ให้พืชผลอันล้ำค่าช้ำเสียหาย หลินฟางนั่งซ้อนท้ายโดยมือข้างหนึ่งโอบกอดเอวสอบของสามีไว้แน่น สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอบอุ่นและแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตอย่างประหลาด
ตลาดมืดแห่งอำเภอเฉิงหลิวซ่อนตัวอยู่หลังโรงงานแป้งเก่าที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศอึมครึม ผู้คนสวมหมวกปีกกว้างและเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าเดินสวนกันไปมาด้วยความเร่งรีบ สายตาสอดส่องระแวดระวังเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตลอดเวลา
เฉินเหว่ยพาหลินฟางเดินลัดเลาะผ่านตรอกแคบๆ จนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้ทึบที่มีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์ลับ เขาเคาะประตูสามครั้งเว้นสองครั้งตามด้วยเสียงทุบเบาๆ สองที
แอด... ประตูเปิดออกพร้อมกับใบหน้าเหี่ยวย่นแต่แววตาดุดั่งพญาอินทรีของชายชราผู้หนึ่ง เมื่อเขาเห็นหน้าเฉินเหว่ย ริมฝีปากที่ปิดสนิทก็คลี่ยิ้มกว้างออกมาทันที
"ไอ้หนูเฉิน! ไม่เจอหลายปี เจ้ายังหน้าตาบึ้งตึงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะ!" ชายชราหัวเราะร่า ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองเลยไปยังหญิงสาวด้านหลัง "แล้วแม่หนูคนนี้... คงจะเป็นภรรยาที่เจ้าเขียนจดหมายไปอวดข้าบ่อยๆ สินะ?"
"สวัสดีค่ะ... อ้อ สวัสดีครับท่านลุงจ้าว" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำคุ้นเคยยุคปัจจุบันออกมา แต่ก็ปรับเปลี่ยนสรรพนามได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับโค้งตัวทักทายอย่างนอบน้อม
ลุงจ้าวพยักหน้ารับด้วยความพอใจ "เข้ามาข้างในเถอะ ข้างนอกลมมันแรง"
ภายในห้องเก็บของท้ายร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนของสมุนไพรแห้ง ลุงจ้าวกวาดตามองตะกร้าผักที่เฉินเหว่ยเปิดผ้าใบออกเผยให้เห็นผลผลิตภายใน ทันทีที่แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบผักเหล่านั้น ลุงจ้าวถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"นี่... นี่มันผักบ้าอะไรกันวะเนี่ย!" ลุงจ้าวอุทานเสียงหลง มือหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบแตงกวาขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ผิวสัมผัสเรียบเนียนตึงแน่น และกลิ่นหอมสดชื่นที่เตะจมูกทำให้อดีตพ่อค้าเก่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ "เนื้อแน่น กลิ่นหอมสดชื่นแบบนี้ ข้าไม่เคยเห็นแม้แต่ในตลาดหลวงของเมืองหลวงด้วยซ้ำ!"
หลินฟางแย้มยิ้มบางๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า นางรู้ดีว่าสินค้าจากมิติลับของตนไร้เทียมทานเพียงใด "ถ้าท่านลุงจ้าวชอบ... เรามาคุยเรื่องราคากันดีกว่าไหมคะ?"
การเจรจาค้าขายดำเนินไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด ลุงจ้าวไม่แม้แต่จะต่อรองราคาเพราะรู้ซึ้งถึงคุณ
ค่าของสินค้าเหล่านี้ ทว่าในขณะที่กำลังนับเงินสดส่งมอบให้เฉินเหว่ยนั้นเอง...
ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง
"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่ตรวจค้นตลาดมืด! ห้ามใครขยับ!"
ลุงจ้าวหน้าถอดสีทันที เฉินเหว่ยขยับตัวยืนบังหน้าหลินฟางโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาดุดั่งเหยี่ยวหรี่แคบลงพร้อมรับมือ
ทว่า... ก่อนที่ประตูไม้บานนั้นจะถูกพังทลายเข้ามา เสียงกระซิบแผ่วเบาจากร่างที่นอนหมดสติอยู่บ้านพักเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลินฟาง พร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังสีดำใบนั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง...
*พวกมันไม่ได้มาตรวจตลาดมืด... แต่พวกมันตามหา 'สิ่งนั้น'!*
นิ้วมือของหลินฟางเย็นเฉียบลงทัน
ทีเมื่อตระหนักได้ว่า วิกฤตครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่คาดคิดเสียแล้ว!
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 8
สินค้าล็อตแรก
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!