แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 19

ข่าวลือและคำครหา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าขยันเดินตลาดเสร็จแล้ว ก็ช่วยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียบ้างเถอะนะ ปากคนมันยาวกว่าปากกา จะไปห้ามให้ใครเขาไม่พูดอะไรได้เสียที่ไหนกันเล่า" เสียงกระแอมกระไอเจือความสมเพชเวทนาของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเฉินดังแว่วมาจากใต้ต้นไทรใหญ่หน้าแปลงนาสาธารณะ จงใจปล่อยระดับเสียงให้ดังพอที่ผู้คนซึ่งกำลังเดินผ่านไปมาในยามสายต้องเหลียวหลังกลับมามอง ทว่าหลินฟางหาได้หยุดฝีเท้าลง นางเพียงแค่กวาดสายตาเรียบนิ่งมองกลุ่มผู้สูงอายุที่ล้อมวงจับกลุ่มนินทากันอยู่ รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์ความเคลื่อนไหวรอบตัวด้วยสติที่มั่นคง ในยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารยังต้องปันส่วนและความบันเทิงของชาวบ้านมีเพียงเรื่องชาวบ้าน การที่สองสามีภรรยาอย่างเฉินเหว่ยและหลินฟางสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้จนมีแป้งสาลีเนื้อดีและเนื้อหมูติดมันมาทำอาหารกินเองทุกมื้อ ย่อมกลายเป็นเป้าสายตาและเชื้อเพลิงชั้นดีให้กองไฟแห่งความอิจฉาริษยาโหมกระพือขึ้นมา "ปล่อยพวกเขาเห่าไปเถอะครับ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เฉินเหว่ยในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มที่เปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยก้าวเข้ามาเคียงข้าง มือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมเอื้อมมาถือตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ในมือภรรยาไปถือไว้เสียเอง ฝ่ามืออีกข้างกุมมือเรียวบางของหลินฟางไว้อย่างมั่นคง ไอร้อนจากฝ่ามือของชายชาติทหารส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจของนางอย่างไม่มีเสื่อมคลาย หลินฟางแหงนหน้าขึ้นสบตากับสามี นางเห็นเพียงความมุ่งมั่นและประกายตาที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่ระคนห่วงใย ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวหรือความอับอายแม้แต่น้อย สำหรับเฉินเหว่ยแล้ว คำนินทากาเลของคนพวกนั้นไม่มีน้ำหนักเท่ากับรอยยิ้มของภรรยาที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน "ฉันไม่ได้เก็บเอาคำพูดเหล่านั้นมาใส่ใจหรอกครับพี่เฉิน..." หลินฟางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "เพียงแต่... คนบางคนปล่อยให้ได้ใจมากเกินไป ก็มักจะคิดว่าตัวเองถือสิทธิ์เหนือชีวิตผู้อื่น วันนี้พวกเขานินทาเรื่องที่เราหาเงินเก่ง วันหน้าพวกเขาก็คงจะหาเรื่องอื่นมาปั้นน้ำเป็นตัวอีก หากเรานิ่งเงียบจนเกินไป พวกเขาจะคิดว่าเรายอมให้เหยียบย่ำได้ฝ่ายเดียว" เฉินเหว่ยหยุดเดิน ชายหนุ่มหันมามองหน้าภรรยา แววตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งราวกับเสือซุ่มที่พร้อมจะปกป้องอาณาเขตของตน "น้องฟางอยากทำอย่างไร พี่พร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ขอแค่เธอบอกคำเดียว คนพวกนั้น... พี่จัดการเองได้" "ไม่ต้องถึงมือพี่ห้ามวยหรอกครับ การใช้กำลังรังแต่จะทำให้เราตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสายตาคนนอก" หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของนางมีความเจ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์ที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นผิดจังหวะอยู่เสมอ "เราจะใช้ 'วิธีของนักค้า' ตอกหน้าพวกเขากลับไป ชนิดที่ว่าต่อให้พวกเขามีหน้าหนาแค่ไหน ก็ต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ จนไม่กล้าปริปากนินทาใครไปอีกนาน" สองสามีภรรยากลับมาถึงบ้านไร่หลังน้อย ทว่าร่มWื่นด้วยแปลงผักสวนครัวที่หลินฟางแอบดึงเอาเมล็ดพันธุ์คุณภาพเยี่ยมจากมิติลับออกมาปลูกจนเติบโตงอกงาม กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและใบไม้ยามสายช่วยชำระล้างความน่ารำคาญจากภายนอกออกไปจนหมดสิ้น หลินฟางวางข้าวของลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะนึกถึงแผนการที่วางไว้ในหัว ข่าวลือที่ว่านางใช้มารยาหลอกล่อให้เฉินเหว่ยหลงใหล จนถึงเรื่องที่ว่าเงินทองที่ได้มาจากการค้าขายในตลาดมืดนั้นเป็นเงินสกปรก... คำครหาเหล่านี้ล้วนถูกปล่อยออกมาจากปากของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลเฉินและพวกพ้อง เพื่อหวังจะบีบให้พวกนางอับอายจนต้องก้มหัวมาพึ่งพาผู้อื่น แต่นางคือใคร? หลินฟางผู้เคยผ่านสมรภูมิการแข่งขันทางธุรกิจมานับไม่ถ้วนในโลกยุคก่อน การรับมือกับมนุษย์ป้าปากหอยปากปูเช่นนี้ นางมีวิธีจัดการที่เจ็บแสบและแนบเนียนยิ่งกว่าการตบตีเสียอีก ช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดเริ่มอ่อนลง หลินฟางจัดการหยิบวัตถุดิบชั้นดีที่แอบนำออกมาจากมิติลับ ผสมผสานกับพืชผลในไร่ วันนี้นางตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่ต้องใช้ฝีมือและความประณีตสูง นั่นคือ **"หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำฮ่องเต้"** และ **"ซุปไก่ตุ๋นโสมป่ากับรากบัว"** เตาถ่านถูกจุดขึ้น ควันสีขาวลอยอโอลวงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับเครื่องเทศนาน种 ชะโลมด้วยซีอิ๊วชั้นดีและเหล้าจีน เริ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่นอวลไปทั่วบริเวณบ้าน และเนื่องจากแรงลมยามเย็นที่พัดโชย กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้จึงลอยล่องข้ามรั้วบ้าน พัดพาไปตามทางเดินแคบๆ ทะลุผ่านหน้าบ้านของเหล่าชาวบ้านที่เมื่อครู่ยังนั่งจับกลุ่มนินทาอยู่ห่างๆ ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดฝีเท้าสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูก น้ำลายในปากสอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในยุคที่แม้แต่เนื้อหมูติดมันสักชิ้นยังเป็นเรื่องยากจะหามาบริโภค กลิ่นหอมล้ำลึกของเนื้อหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปากเช่นนี้ คือความหรูหราที่พวกเขาทำได้เพียงแค่ฝันถึง ป้าสะใภ้ใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าบ้านของตนเองถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อความหิวเข้าจู่โจมกระเพาะอาหารที่ส่งเสียงร้องโครกคราก ในขณะเดียวกัน หลินฟางไม่ได้เพียงแค่ทำอาหารกินเองอย่างเงียบๆ นางจงใจตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีส่งกลิ่นหอมฉุย แล้วหันไปเอ่ยกับสามีด้วยเสียงอันดังพอประมาณ "พี่เฉินครับ เอาอาหารเหล่านี้ไปแบ่งให้ลุงหม่าผู้ดูแลแปลงนาสาธารณะเถอะครับ ท่านช่วยดูความเรียบร้อยให้เรามาตลอด ส่วนที่เหลือ... เราจะเอาไปวางแบ่งปันให้เพื่อนบ้านที่ยากจนในตรอกท้ายหมู่บ้านได้ชิมกันด้วย" คำพูดของนางดังลอยไปถึงหูของคนที่เดินผ่านไปมาอย่างชัดเจน การกระทำที่แสดงออกถึงความใจกว้าง เมตตา และไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อคำนินทาใดๆ ทำให้คนที่เคยร่วมวงนินทาเมื่อเช้าต่างรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นที่ใบหน้า ราวกับถูกตบด้วยความจริงอันเจ็บปวด—ในขณะที่พวกเขานินทาด้วยความอิจฉาริษยา สองสามีภรรยาคู่นี้กลับใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติ แบ่งปัน และสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างน่าพึง1ใจ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน *ก๊อกๆๆ!* หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันไปมองหน้าเฉินเหว่ย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องไม้ไผ่ไปยังผู้ที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ร่างของหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ใหญ่ ยืนหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระอักกระอ่วนและ... ความโลภที่ปิดไม่มิด นางส่งยิ้มแห้งแล้งเข้ามา พร้อมกับเอמהะตะกุกตะกักที่ทำให้ทั้งบริเวณเงียบสงบลงทันที "หลินฟาง... เอ่อ หลานสะใภ้... พอดีว่า... ทางบ้านของป้ามีเรื่องเร่งด่วนอยากจะปรึกษากับพวกเธอเสียหน่อย..." ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 19 นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%