"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันไม่ได้แค่ขู่แน่"
คมมีดสั้นที่ถูกลับจนขึ้นเงาวาววับสะท้อนแสงจันทร์สลัว สะดุดตาจนผู้มาเยือนทั้งสามคนต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงพร้อมกัน หลินฟางไม่ได้ถือมีดด้วยความตื่นตระหนก ทว่าข้อมือของเธอนิ่งสนิท ปลายคมมีดชี้ตรงไปยัง 'ป้าสะใภ้ใหญ่' ผู้มีศักดิ์เป็นญาติฝ่ายมารดาที่มักจะมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเธออยู่เสมอ เบื้องหลังป้าสะใภ้คือลุงใหญ่ผู้มีร่างสูงใหญ่แต่ขี้ขลาดตาขาว และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่พกท่อนไม้ติดมือมาด้วย
บรรยากาศหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ด้วยมันสมองของอดีตนักวางแผนธุรกิจ เธอย่อมรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนด้วยความคิดถึง แต่ได้กลิ่นความเปลี่ยนแปลงของบ้านหลังนี้ หลังจากที่เธอเริ่มนำผักคุณภาพดีจากมิติลับออกไปขายในตลาดมืดจนพอมีเงินเก็บ
"หลินฟาง! นังเด็กอกตัญญู นี่แกกล้าเอาอาวุธมาขู่ญาติผู้ใหญ่หรอ!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมสูงพยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่ฉายชัดในดวงตาคู่เล็กที่กวาดมองมีดสั้นในมือของหญิงสาว "พวกเราเป็นป้ากับลุงของแกนะ! ข้าวของในบ้านนี้ ถือเป็นสมบัติของตระกูลที่แกต้องแบ่งปันให้พี่ชายของแกเอาไปใช้แต่งเมีย!"
"สมบัติของตระกูล?" หลินฟางหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนอีกฝ่ายถึงกับขนลุกซู่ "ตอนที่พ่อแม่ฉันป่วยตายอย่างไร้การเหลียวแล ตอนที่ฉันกับน้องต้องอดมื้อกินมื้อจนเกือบตายอยู่ที่กระท่อมปลายนา พวกท่านเคยจำได้ไหมว่ามี 'ความเป็นญาติ' อยู่? ตอนนี้เห็นฉันเริ่มลืมตาอ้าปากได้ ถึงได้วิ่งแจ้นเอาความโลภมาอ้างสิทธิ์งั้นหรือครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันหมายถึง หน้าด้านหน้าทนเสียจริง"
"ปากดีนักนะนังนี่!" ลูกชายของป้าสะใภ้ใหญ่ทนฟังไม่ไหว เงื้อท่อนไม้ในมือเตรียมจะพุ่งเข้ามาหมายสั่งสอนหญิงสาวให้หลาบจำ
ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างท้วมนั้นจะได้ก้าวเท้าออกไป ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงาดำด้านหลังของตัวบ้าน เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเสือดาว เฉินเหว่ยในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลัง มือหนาคว้าข้อมือของชายหนุ่มผู้ถือท่อนไม้ไว้แน่นราศีกรงเหล็กออกแรงบิดเพียงนิดเดียว เสียงกระดูกลั่นเบาๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"โอ๊ย! มือฉัน! แขนฉันจะหักแล้ว!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นจนนกบนต้นไม้แตกตื่นบินหนี
เฉินเหว่ยไม่ได้พูดอะไรสักคำ สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองผู้บุกุกตระกูลหลินทีละคน ความกดดันมหาศาลจากอดีตนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาขยับตัวเข้ามาบล็อกหน้าภรรยาเอาไว้ครึ่งหนึ่ง มืออีกข้างยังคงกุมข้อมือศัตรูไว้มั่น
"กลับไปซะ" เฉินเหว่ยเอמהเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงอำนาจจนทำให้ลุงใหญ่ที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังถึงกับเข่าอ่อน
"แก... แกไอ้ทหารไร้ค่า ลูกเขยแต่งเข้าบ้านที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แกกล้าทำร้ายคนตระกูลหลินเหรอ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องโวยวายพยายามดึงลูกชายกลับมา พลางชี้หน้าด่ากราด "พวกแกสองผัวเมียจำไว้เลยนะ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ให้ขับไล่พวกแกออกจากหมู่บ้านนี้ฐานทำร้ายเครือญาติ!"
"เชิญตามสบายครับ" หลินฟางแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอเก็บมีดสั้นเข้าฝักอย่างใจ2เย็น ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี พร้อมประสานสายตากับป้าสะใภ้ใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว "แต่อย่าลืมนะว่าหลักฐานการบุกรุกยามวิกาล พร้อมกับท่อนไม้ในมือของลูกชายท่าน และรอยแผลฟกช้ำที่สามีฉันอาจจะต้อง 'ป้องกันตัว' เพิ่มเติม... ถ้าเรื่องถึงมือทางการ ท่านคิดว่าใครจะหัวขาดก่อนกันล่ะครับ?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับลูกธนูอาบยาพิษทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่สะอึกจนหน้าเขียวหน้าเหลือง นางถลึงตาใส่หลินฟางด้วยความแค้นเคืองสุดขีด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตานิ่งสนิทและรังรักษ์ความรุนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างของเฉินเหว่ย นางก็ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดต่อ ทำได้เพียงกัดฟันกรวดด้วยความเจ็บใจ
"จำไว้... นังตัวดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่สะบัดหน้าหนีด้วยความคับแค้น ก่อนจะลากตัวสามีและลูกชายที่ร้องโงเงงถอยร่นออกไปจากรั้วบ้านอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล
เสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีเตลิดไปไกลจนกระทั่งเงียบหาย หลินฟางถึงได้ผ่อนลมหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวันคลี่คลายลง ทว่าเธอยังไม่ทันได้หันไปขอบคุณสามี มือหนาอุ่นจัดของเฉินเหว่ยก็เอื้อมมาจับมือเธอพลิกดูสำรวจร่องรอยอย่างทะนุถนอม
"มือสั่น..." เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงเบา แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยล้ำลึกอย่างรวดเร็ว "ครั้งหน้า... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงใกล้พวกมันแบบนี้อีก"
หลินฟางชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ชีวิตในโลกก่อนและโลกนี้ กลับถูกความอบอุ่นดิบเถื่อนแต่จริงใจของชายหนุ่มโอบกอดไว้จนอุ่นวาบ เธออมยิ้มบางๆ ก่อนจะใช้มืออีกข้างแตะที่แขนแกร่งของเขาเบาๆ
"ใครบอกว่าฉันเสี่ยงล่ะคะ... เอ่อ... ครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นเคย รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน "ฉันคำนวณไว้หมดแล้วต่างหาก ว่าคุณต้องออกมาทันเวลาพอดี"
เฉินเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนายกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างตามใจภรรยา เขาขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าปะทะเข้าจมูก "เชื่อใจผมขนาดนั้นเลย?"
"ก็คุณเป็นสามีฉันนี่นา..." หลินฟางตอบเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเบนสายตาหนีแก้เขินด้วยการหันหลังกลับเข้าบ้าน "ดึกแล้ว ไปนอนเถอะครับ พรุ่งนี้เรายังมีงานใหญ่อีกเพียบ"
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตูบ้าน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแสงไฟแปลกประหลาดที่ส่องสว่างมาจากทิศทางของ 'แปลงผักในมิติลับ' ที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บของหลังบ้าน แสงสีทองเรืองรองลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรโบราณและเครื่องเทศชั้นดีที่ลอยฟุ้งกระจายออกมาเตะจมูกอย่างรุนแรง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีกลิ่นเช่นนี้มาก่อน!
หลินฟางหยุดชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ เมื่อเธอผลักประตูห้องเก็บของให้เปิดกว้างขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน... เมล็ดพันธุ์ปริศนากลุ่มหนึ่งที่เธอเพิ่งเก็บไว้เมื่อตอนกลางวัน บัดนี้ได้แตกหน่อเติบโตจนกลายเป็นต้นไม้เรืองแสงแปลกประหลาด และตรงกลางกิ่งก้านนั้น มีผลไม้สีแดงสดใสรูปร่างคล้ายลูกท้อสวรรค์กำลังส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวน ชวนให้น้ำลายสอจนแทบอดใจไม่ไหว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฟางและเฉินเหว่ยด้วยดีเสมอมานะครับ
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 4
ฟาดฟันเพื่อสิทธิ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!