"มึง... กูถามจริงเหอะ ตกลงไอ้พี่พายมันเป็นยามเฝ้าตึกคณะบริหารเรา หรือมันเป็นแฟนคลับมึงวะข้าว? ตามติดยิ่งกว่าเงาตามตัวอีก สรุปนี่ตึกบริหารหรือคณะวิศวะวะเนี่ย"
เสียงกระซิบกระซาบเจือความอยากรู้อยากเห็นของเหมยดังขึ้น พร้อมกับศอกที่สะกิดเข้าที่สีข้างของต้นข้าวอย่างแรง จนคนตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดเลคเชอร์ถึงกับสะดุ้ง ปากเรียวเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดเขิน เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนกอดอกพิงเสาตึกอยู่ตรงทางเดินตากแดดตากลม หน้าตาหล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์แถมยังส่งรอยยิ้มกวนประสาทมาให้แบบไม่แคร์สื่อ
ให้ตายเถอะ... นี่มันคาบเรียนบ่ายนะเว้ย ทำไมพ่อคุณถึงว่างงานขนาดนี้!
"ใครแฟนคลับมัน พูดจาเพ้อเจ้ออีกแล้วนะมึง" ต้นข้าวแหวเสียงเบา รีบซุกหน้าลงกับสมุดโน้ตเพื่อซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวที่เริ่มเห่อแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน... ข้อความในแชตบ้าๆ นั่น ที่เจ้าตัวแสบส่งมาก่อนที่เขาจะเผลอหลับไปคาโทรศัพท์ แม้จะตื่นมาพบว่าอีกฝ่ายกด "ยกเลิกข้อความ" ไปแล้วอย่างรวดเร็ว แต่สมองเจ้ากรรมดันบันทึกภาพหน้าจอไว้หมดแล้วส-ไอ้พี่พายคนบ้า!
*“พรุ่งนี้เจอกันนะเด็กดื้อ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”*
ประโยคบ้าบอที่วนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่มื้อเที่ยง ทำให้ต้นข้าวแทบไม่มีสมาธิเรียน อาจารย์สอนอะไรเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหมด ก็เพราะไอ้ต้นเหตุความวุ่นวายมันมายืนส่งสายตาปิ๊งๆ อยู่หน้าห้องเรียนแบบนี้ ใครจะมีสมาธิท่องจำทฤษฎีธุรกิจกันล่ะ!
"เพ้อเจ้ออะไรล่ะข้าว สายตานี่มันฟ้องร้อยแปดพันเก้าแล้วนะเพื่อนรัก" เหมยหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ลากเก้าอี้เข้ามาใกล้แล้วกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "วันก่อนเดินลงมาจากหอด้วยกัน วันนี้มารอรับไปกินข้าวกลางวันแถมยังหิ้วชานมไข่มุกร้านโปรดที่ต้องต่อคิวโคตรนานมาให้อีก... มึงจะบอกว่าพี่น้องข้างห้องเขาเทคแคร์กันระดับวีไอพีขนาดนี้เลยเหรอวะ ถามจริง ได้กัน... เอ้ย! ได้คบกันยังเนี่ย"
"เหมย! ปากมึงนี่นะ พูดจาไรat-ไอ้บ้า! ใครได้... ใครคบอะไรเล่า!" ต้นข้าวสะดุ้งโหยง รีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนสนิทแทบไม่ทัน หน้าตาตื่นตระหนกจนหูแดงแจ๋ หัวใจเต้นรำสำంటนอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นๆ และแววตาคู่คมคู่นั้นที่มักจะมองมาพร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาเขาแพ้ทางอยู่เรื่อย
"แหม... ร้อนตัวนะเรา" เหมยหัวคิกคักในลำคออย่างชอบใจ "เขินจนหูแดงเป็นลูกตำลึงสุกขนาดนี้ ปฏิเสธไม่เนียนเลยนะพ่อคุณ... เอาวะ กูในฐานะแม่ยาย เอ้ย เพื่อนสนิท ขอประกาศตรงนี้เลยว่า กลิ่นความรักมันลอยฟุ้งทะลุจอมาก สรุปคือยังไง เปิดตัววันไหน แจ้งล่วงหน้าด้วยนะ กูจะได้เตรียมชุด"
"ชุดพ่องงง!" ต้นข้าวเค้นเสียงด่าลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างหวังจะหลบสายตาแซวๆ ของเพื่อนสาว แต่ทว่า... พลันสายตาก็ต้องปะทะเข้ากับร่างสูงของคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนากำลังก้าวเดินตรงมาทางนี้พอดี
พายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปที่ขับให้ขายาวดูโดดเด่นยิ่งขึ้น มือหนาถือแก้วชานมไข่มุกแก้วโปรดของต้นข้าวไว้ในมือ ท่าเดินเอื่อยเฉื่อยแต่ทรงเสน่ห์ทำเอาสาวๆ โต๊ะข้างๆ แอบเหลียวหลังมองตามเป็นแถบๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจสายตาใครเลย นอกจาก... สายตาคมกริบที่กำลังพุ่งตรงมาที่โต๊ะริมหน้าต่างของต้นข้าวคนเดียว
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อตัดทอนอายุไขของเขาชัดๆ!
"อ้าว... เลิกเรียนพอดีเลยเหรอครับเด็กดี" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ ขายาวก้าวมายืนค้ำหัวคนนั่งตัวเล็กที่ทำหน้าบึ้งตึงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย พายโน้มตัวลงมาเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่ที่มุมปากหยัก "รอนานไหมครับ หิวหรือยังเอ่ย"
"ใครเด็กดีพี่พาย! แล้วใครใช้ให้มาดักรอหน้าห้องเนี่ย คนเขามองกันหมดแล้วนะ!" ต้นข้าวโวยวายเสียงเบาแต่หน้าดำหน้าแดง รีบดึงชายเสื้ออีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไปหน่อยด้วยความเกรงใจสายตาของเพื่อนร่วมคลาสที่เริ่มหันมามองเป็นตาเดียว รวมถึงเหมยที่กำลังนั่งอมยิ้มกริ่มทำหน้าเหมือนแมวได้ปลาอยู่ข้างๆ
"อ้าว ก็พี่คิดถึงนี่ครับ... ผิดตรงไหน" พายตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้าอย่างไม่รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด แถมยังถือวิสาสะวางแก้วชานมไข่มุกหอมกรุ่นลงตรงหน้าต้นข้าว พร้อมกับยื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของคนตัวเล็กออกให้อย่างเป็นธรรมชาติ
การกระทำที่แสนจะสนิทสนมเกินกว่าคำว่า "เพื่อนบ้าน" ทำเอาเหมยที่นั่งมองอยู่ถึงกับต้องแกล้งกระแอมกระחายออกมาเสียงดังเพื่อเตือนสติ
"อะแฮ่ม! โฮะๆๆ อากาศเมืองไทยนี่มันร้อนเนอะ ว่าไหมข้าว... ร้อนจนคนแถวนี้หน้าแดงแจ๋เชียว สงสัยไข้จะขึ้น" เหมยลากเสียงยาวอย่างจงใจ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ร่างสูงที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงนั้น "สวัสดีค่ะพี่พาย... แหม วันนี้ว่างเหรอคะ ถึงได้มาเดินสายส่งเสบียงถึงคณะบริหารได้เนี่ย ปกติเห็นวนเวียนอยู่แต่โรงช่างไม่ใช่เหรอคะ"
พายหันไปสบตากับเพื่อนสนิทของคนตัวเล็ก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์
"โรงช่างมันน่าเบื่อครับ... สู้มายืนแถวนี้ไม่ได้ ได้เจออาหารตา อาหารใจ แถมได้เห็นคนแถวนี้ทำหน้าบึ้งใส่ด้วย... สดชื่นกว่ากินกาแฟดำตอนเช้าตั้งเยอะครับ" พูดจบก็เหลือบสายตาพราวระยับกลับมามองคนที่กำลังนั่งกัดปากกรอดด้วยความหมั่นไส้
"ไอ้... ไอ้พี่พาย! พูดมากน่ารำคาญ กลับคณะไปเลยไป!" ต้นข้าวโวยวายลั่น หน้าแดงลามไปถึงใบหู มือเล็กคว้าสมุดเลคเชอร์ขึ้นมาตีแขนแกร่งไปทีหนึ่งแก้เขิน แต่มีหรือที่คนตัวโตจะสะท้าน เจ้าตัวกลับหัวเราะร่าในลำคออย่างอารมณ์ดี พร้อมกับรวบมือบางนั้นไว้ในอุ้งมืออุ่นได้อย่างง่ายดาย
"โอ๊ย เจ็บจังเลยครับมือหนักแบบนี้ สงสัยต้องให้รับผิดชอบด้วยการไปกินบุฟเฟต์ปิ้งย่างร้านโปรดซะแล้วล่ะ... เหมยครับ ฝากบอกอาจารย์ด้วยนะว่าผมขออนุญาตยืมตัวเด็กบริหารคนนี้ไปเติมน้ำตาลในเลือดสักสองสามชั่วโมงนะครับ"
"ยินดีเลยค่ะพี่พาย! ตามสบายเลยค่ะ ทางนี้พร้อมเปิดทางให้อย่างเต็มที่!" เหมยตอบรับทันทีแบบไม่ต้องคิด พร้อมกับโบกมือไล่เพื่อนสนิทให้ออกไปพ้นสายตาอย่างรวดเร็ว
"ไอ้เหมย! นี่ยังกูเป็นเพื่อนมึงอยู่นะ ขายเพื่อนเร็วยิ่งกว่าแม่ค้าออนไลน์อีก!" ต้นข้าวโวยวายลั่น เหลือบมองเพื่อนทรยศที่กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวหนีอย่างหน้าตาเฉย
"ไปเหอะน่าข้าว พี่พายเขาอุตส่าห์มารอ ปล่อยให้กูไปเผชิญชะตากรรมกับงานกลุ่มคนเดียวเถอะนะ... โชคดีนะมึง ขอให้มื้อนี้หวานจนมดขึ้นรถนะ!" เหมยส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ครั้งหนึ่ง ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินหายลับออกไปจากห้องเรียน ปล่อยให้ต้นข้าวเผชิญหน้ากับปีศาจหน้าหล่อแต่ปากร้ายเพียงลำพัง
ต้นข้าวลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อหันกลับมาแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับพายมันใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่าย
ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เขา นิ่งนาน... และลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของต้นข้าวเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"มองอะไรเล่า... ถอยไปเลยนะ คนมองกันเต็มห้องแล้วเนี่ย" ต้นข้าวพยายามเอ่ยเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนอาการสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหน้าที่แดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
พายไม่ยอมถอยตามคำสั่ง ร่างสูงกลับก้าวเข้าไปประชิดตัวมากขึ้นจนหลังของต้นข้าวเกือบจะติดชิดกับขอบโต๊ะเรียน มือหนาข้างหนึ่งวางค้ำยันโต๊ะไว้เพื่อกักตัวคนตัวเล็กให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้วใสๆ ของคนขี้โวยวาย
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
"ก็ไม่อยากมองคนอื่น... อยากมองแค่เราคนเดียวมากกว่า..." พายเว้นจังหวะไปนิด ปลายสายตาทอดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาต้นข้าวขาอ่อนแรง "แล้วก็... เรื่องข้อความเมื่อคืนนั้นน่ะ ที่บอกว่า... *'ชอบ'*"
ต้นข้าวเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบวาบจนแทบหยุดเต้น เมื่อได้ยินประโยคที่อีกฝ่ายจงใจขุดคุ้ยขึ้นมาพูดต่อหน้าตรงๆ แบบนี้!
*ไอ้บ้าเอ้ย! นึกว่าเขาลบไปแล้ว... เขายังเห็นมันอยู่อีกเหรอเนี่ย!*
"นะ... 1..." ต้นข้าวอ้าปากพะงาบๆ สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออก มือเล็กพยายามจะดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่พายกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปรวบไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูแดงแจ๋ของคนตัวเล็ก เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกดดังขึ้นในความเงียบงัน
"ถ้ายังดื้อแล้วปฏิเสธอีกคำเดียว... พี่จะปล้ำจูบตรงนี้ให้คนทั้งตึกเห็นจริงๆ ด้วยนะ... เชื่อพี่ไหมล่ะครับ ต้นข้าว"
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 11
คนรอบข้างเริ่มสงสัยแล้วนะ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!