"ถ้าพี่ไม่รอด กลับไปดูที่ลิ้นชักใต้เตียงพี่นะ พี่ทิ้งสมุดบันทึกไว้ให้... รักนะครับ"
ประโยคนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนแทบจะควบคุมไม่ได้ หัวใจผมมันเต้นผิดจังหวะจนเจ็บแปลบไปหมด ไอ้บ้า... ใครเขาบอกลากันแบบนี้วะ!
"ไอ้ข้าว! มึงเป็นไร หน้าซีดเหมือนไก่ต้มค้างคืนเลย" เหมยที่นั่งข้างๆ เขย่าแขนผมจนตัวโยน แต่นาทีนี้คำพูดของเพื่อนสนิทแทบไม่เข้าหู
"เหมย... พายมันบอกว่าถ้ามันไม่รอด" ผมแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย "ใครอนุญาตให้มันไม่รอดวะ? ใครอนุญาตให้มันทิ้งกูไว้แบบนี้!"
ผมไม่รอคำตอบจากเพื่อน ผมคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้ววิ่งฝ่าลมร้อนออกไปทันที ปลายทางเดียวที่สมองอันว่างเปล่าสั่งการคือ 'ห้อง 402' ห้องของพี่ข้างห้องตัวดีที่ชอบกวนประสาทผมทุกวัน แต่ตอนนี้กลับหายไปทิ้งไว้เพียงคำบอกลาห่วยๆ
ผมใช้เวลาไม่นานก็มายืนหอบแฮ่กอยู่ที่หน้าประตูห้อง 402 มือสั่นๆ ของผมเคาะประตูรัวไม่ยั้ง แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมากลับเป็นความเงียบงัน ผมตัดสินใจล้วงกุญแจสำรองที่เคยแอบจิ๊กมาจากตอนที่พี่พายเผลอไขเข้าไป
ทันทีที่ประตูกดเปิด... กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของพี่พายที่คุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับเงียบเหงาเกินไป ห้องที่เคยรกไปด้วยโมเดลวิศวะและหนังสือวางเกะกะ กลับถูกจัดเก็บเป็นระเบียบอย่างน่าใจหาย
ผมตรงดิ่งไปที่เตียงนอน ก้มลงควานหาลิ้นชักใต้เตียงตามที่เขาบอก... มือของผมสัมผัสเข้ากับสมุดปกหนังเล่มหนึ่ง ผมหยิบมันออกมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ
หน้าแรกของสมุดมีลายมือหวัดๆ ที่ผมจำได้แม่น: *'สำหรับต้นข้าว... คนที่ชอบทำหน้าบึ้งแต่จริงๆ ขี้สงสารที่สุด'*
"ไอ้พี่พาย... มึงโผล่หน้าออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!" ผมตะโกนลั่นห้อง น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มร่วงเผาะลงบนหน้ากระดาษ "มึงอย่ามาเล่นตลกกับกูแบบนี้นะ มึงบอกว่าจะอยู่กวนประสาทกูไปจนแก่ไม่ใช่เหรอวะ แล้วนี่อะไร! ทิ้งสมุดเล่มนี้ไว้ให้กูเนี่ยนะ? กูไม่ต้องการสมุด! กูต้องการมึง!"
ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง น้ำตาไหลพรากจนมองแทบไม่เห็นตัวหนังสือในนั้น แต่สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่แปะอยู่ข้างสมุด
*'ถ้ามึงเห็นสมุดเล่มนี้ แสดงว่ากูรอดแล้ว... แต่ถ้ามึงกำลังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ตรงนี้ แปลว่ามึงรักพี่มากใช่ไหมครับตัวเล็ก?'*
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงบนไหล่ผม ผมสะดุ้งสุดตัว รีบหันไปมอง... พี่พายยืนอยู่ตรงนั้น สภาพเสื้อช็อปที่เขาสวมเปื้อนคราบฝุ่นและมีรอยขาดเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่กวนประสาทผมเป็นประจำมีรอยแผลเป็นทางยาวที่โหนกแก้ม แต่รอยยิ้มมุมปากนั่น... ยังคงเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมใจเต้นแรงได้เสมอ
"มึง... มึงยังไม่ตาย?" ผมถามเสียงสั่น พลางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ
"ใครจะกล้าตายก่อนได้เมียล่ะครับ" พี่พายเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงตรงหน้าผม สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาเหมือนจะควานหาคำตอบอะไรบางอย่างในตัวผม "ร้องไห้หนักขนาดนี้... สรุปว่าที่พี่กวนประสาทมาตลอด มึงไม่ได้เกลียดพี่ใช่ไหม?"
"เออ! เกลียดมาก! เกลียดจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!" ผมโพล่งออกไปก่อนจะคว้าคอเสื้อเขาแล้วดึงเข้ามาใกล้ "พี่มันคนบ้า! พี่มันคนนิสัยเสีย! ทำไมต้องทำให้เป็นห่วงขนาดนี้ รู้ไหมว่ากูแทบหัวใจวาย... ถ้าพี่เป็นอะไรไปจริงๆ กูจะทำยังไง!"
พี่พายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมคายอ่อนแสงลง เขายกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ อย่างอ่อนโยนจนผมเริ่มใจสั่น
"ขอโทษครับ... พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นห่วง แต่มันจำเป็นจริงๆ" เขาขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "แต่ตอนนี้พี่กลับมาแล้วนะ... กลับมาทวงคำตอบที่เคยถามมึงไว้"
"คำตอบอะไร?" ผมถามเสียงอุบอิบ พยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แก้ม
"เลิกกวนประสาท แล้วมารักกันดีๆ ได้ไหมครับ... ต้นข้าว"
เขาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเราแทบจะแตะกัน ผมหันไปสบตาเขาอีกครั้ง นาทีนี้ความโกรธ ความเกลียด หรือความปากแข็งที่มีมันหายไปหมดเหลือเพียงแค่ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในอก
"พี่พาย..." ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ
"ว่าไงครับ?"
ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี พิมพ์ข้อความหนึ่งส่งเข้าแชตของเขาที่วางอยู่บนเตียงข้างๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าแล้วพูดออกไปตรงๆ
"ถ้าอยากให้รัก... ก็ห้ามหายไปไหนอีกเด็ดขาดนะ... แฟนเก่าที่ยังไม่ได้เป็นแฟน"
พี่พายยิ้มกว้างออกมาจนตาหยี เขาคว้าโทรศัพท์ที่สั่นเตือนขึ้นมาดู ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่เป็นประกาย
"มึงส่งอะไรมาเนี่ยข้าว... อ่านแล้วใจสั่นเลยนะ"
ในหน้าจอแชตที่พี่พายเปิดค้างไว้ ผมเห็นข้อความที่ผมเพิ่งกดส่งไปเมื่อครู่... มันคือประโยคที่ผมตั้งใจพิมพ์ไว้ว่าจะสารภาพความรู้สึกจริงๆ แต่ดันมือไวไปกดส่งโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
*'พี่พาย... ถ้ากลับมาได้แล้ว ก็เลิกเป็นพี่ข้างห้องสักที... มาเป็นแฟนกันดีกว่าไหมครับ'*
พี่พายเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่จริงจังขึ้นจนผมรู้สึกใจคอไม่ดี
"กูขอยกเลิกข้อความนั้นได้ไหม... พี่กดลบไม่ทัน" ผมพูดตะกุกตะกัก พยายามจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่พี่พายกลับชูมันขึ้นเหนือหัว
"ยกเลิกเหรอครับ?" เขาหัวเราะหึๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "สายไปแล้วนะตัวเล็ก... เพราะพี่กดแคปหน้าจอไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วคำตอบของพี่ก็คือ..."
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของใครบางคนที่ทำเอาเราทั้งคู่ต้องรีบผละออกจากกัน
"ไอ้พาย! มึงอยู่ข้างในใช่ไหม! รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้! เรื่องที่มึงไปพัวพันไว้ มันยังไม่จบแค่ตรงนี้หรอกนะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมากับสายลมแผ่วเบาจนถึงตอนนี้ครับ
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 27
เลิกกวนประสาท แล้วมารักกันดีๆ ได้ไหม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!