เสียงทุบประตูดังปั้งๆ สนั่นลั่นตึก พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของรุ่นพี่เจ้าปัญหาที่ดังทะลุบานไม้เข้ามา ทำเอาผมที่ยืนพิงหลังติดกำแพงห้องตัวเองถึงกับสะดุ้งเฮือก มือบางกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน
"ไอ้พาย! มึงอยู่ข้างในใช่ไหม! รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้! เรื่องที่มึงไปพัวพันไว้ มันยังไม่จบแค่ตรงนี้หรอกนะ!"
เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... พี่กันต์ รุ่นพี่ตัวแสบจากคณะวิศวะฯ ที่เพิ่งจะมีเรื่องมีราวกับผมเมื่อช่วงเย็น เนื่องจากความเข้าใจผิดเรื่องโปรเจกต์งานคณะ และไอ้พี่พาย... ไอ้คุณพี่ข้างห้องตัวดีนี่แหละ ที่ดันเอาตัวเองเข้ามารับหน้าแทนผม จนกลายเป็นเป้ากระสุนความซวยในตอนนี้
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความร้อนรน ไม่ใช่เพราะกลัวไอ้พี่กันต์จะพังประตูเข้ามาหรอกนะ แต่เพราะห่วงไอ้คนที่ยืนรับตีนอยู่ข้างนอกต่างหาก!
"โอย... อะไรวะเนี่ย เสียงดังหนวกหูชิบหาย คนจะหลับจะนอน"
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก แต่ก่อนที่ผมจะทันได้พุ่งไปบิดกลอนเปิดประตูออกไปจัดการสถานการณ์ บานประตูห้องข้างๆ ก็แง้มออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำย้วยกับกางเกงเจเจที่คุ้นตา ก้าวออกมาด้วยท่าทางง Zzz งึดงัดเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะส우งสิงอยู่หน้าห้องผมนี่แหละ
"เอ้า... คุณกันต์ เสียงดังแต่หัวค่ำเลยนะครับเนี่ย เมียไม่ให้เข้าห้องเหรอ ถึงมาลงที่ห้องคนอื่นเขา"
พี่พายเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาทขั้นสุด เจ้าตัวยกมือขึ้นขยี้ผมหยักศกของตัวเองลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยช้ำจางๆ ที่มุมปากจากเรื่องเมื่อตอนเย็น แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความกวนลดลงเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากนั่นมันชวนให้คนมองอยากจะกระโดดถีบยอดหน้าสักทีสองทีเสียจริงๆ
"ไอ้พาย! มึงอย่ามาทำเป็นกวนประสาทนะ มึงรู้ไหมว่ามึงทำอะไรลงไป!" พี่กันต์หน้าดำคร่ำเครียด พุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อพี่พาย แต่คนตัวสูงกว่ากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างชิลๆ ราวกับหลบฝอยน้ำลาย
"รู้สิครับ... ทำหล่อไง น้องเขาจะได้รักได้หลง" พายยิ้มกริ่ม แถมยังตบบ่าพี่กันต์เบาๆ สองทีเชิงหยอกล้อ "แต่ถ้ามึงยังไม่เลิกโวยวายแล้วกวนใจน้องต้นข้าวแถวนี้... กูเกรงว่าตำรวจตึกหอพักเขาจะมาเชิญมึงไปนั่งจิบกาแฟที่โรงพักแทนนะเพื่อน"
"มึง...!"
"พอได้แล้วครับ!"
ผมทนดูต่อไปไม่ไหว กระชากประตูห้องตัวเองเปิดผางออกเสียงดังลั่น จนทั้งสองคนสะดุ้งหันมามอง ผมจ้องหน้าไอ้พี่พายด้วยความโกรธปนห่วงที่ตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออก "พี่พาย! เลิกเล่นเป็นเด็กๆ สักทีได้ไหมวะ เขามีเรื่องจะเอาเรื่องพี่นะเว้ย ยังจะมายิ้มระรื่นอยู่ได้!"
พี่พายหันมามองผม ดวงตาคมกริบที่ปกติมักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งสงบที่ทำเอาผมเผลอหายใจสะดุด
"เป็นห่วงกูเหรอครับ..." น้ำเสียงนุ่มทุบเอ่ยถามเบาๆ ท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็โรยตัวลงมา
"ใคร... ใครเป็นห่วงพี่กันเล่า! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย!" ผมรีบปฏิเสธเสียงสูง หน้าตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หลบสายตาคมคู่นั้นแทบไม่ทัน "ผมแค่รำคาญเสียงดังต่างหาก!"
พี่กันต์ที่ยืนหัวโด่เป็นส่วนเกินอยู่ตรงนั้น กรอกตาขึ้นฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ "เออ! พลอดรักกันเข้าไป! กูถอยก็ได้วะ รำคาญความหวานเลี่ยนของพวกมึง!" ว่าแล้วก็สะบัดตูดเดินปึงปังหนีหายลับไปทางบันไดหนีไฟทันที
บรรยากาศหน้าห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศจากในห้องที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ กับเสียงหัวใจของผมที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน
"แหน่... ปากแข็งชะมัดเลยนะครับเราเนี่ย" พายย่างสามขุมเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนผมต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกรอบประตูห้องตัวเอง
"ถ... ถอยไปเลยนะพี่พาย จะเดินเข้ามาทำไมเล่า" ผมยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่เจ้ากรรม มือเจ้ากรรมดันไม่ยอมออกแรงผลักเต็มที่แถมยังเผลอขยุ้มเสื้อผ้าของเขาไว้แน่นอีกต่างหาก
พี่พายหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้มตัวลงมาให้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ระดับเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นพราวระยับไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอามาล้อเล่น
"ต้นข้าว..."
"อะไร..." ผมงึมงำตอบเสียงเบาหวิว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"รู้ไหม... ที่ทำไปทั้งหมดเนี่ย... ไม่ใช่เพราะอยากเท่หรอกนะ" นิ้วเรียวของพี่พายเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อンไปไหนไม่ได้
"แล้ว... แล้วเพราะอะไรล่ะ" ผมถามเสียงสั่น พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นไปมากกว่านี้
"เพราะไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาทำให้น้องข้างห้องคนนี้... ต้องร้องไห้ต่างหากล่ะครับ" พายสบตาผมตรงๆ ไม่มีแววตาเจ้าชู้กะล่อนเหมือนทุกที มีเพียงความจริงใจที่หนักแน่นและอบอุ่นจนหัวใจผมยวบยาบไปหมด "โกรธที่กูชอบกวนประสาทใช่ไหม? โกรธที่กูชอบแกล้งใช่ไหม? ...ถ้างั้น ต่อไปนี้ ให้กูรับผิดชอบด้วยการดูแลไปตลอดชีวิต... สนใจไหมครับ?"
ตึง!
เหมือนมีฆ้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางหัวใจจนสติหลุดกระเจิง คำสารภาพรักที่มาพร้อมกับความกวนประสาทตามสไตล์ แต่วิธีการและแววตากลับจริงจังเสียจนผมตั้งรับแทบไม่ทัน สมองผมขาวโพลน คำพูดร้อยแปดพันเก้าที่เตรียมไว้เถียง หายวับไปกับตา
"พี่... พี่พาย พูดบ้าอะไรเนี่ย..." ผมหน้าแดงแจ๋ รู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดมารวมกันอยู่ที่ใบจนร้อนผ่าวไปหมด
"ไม่ได้บ้านะครับ พูดจริง และตั้งใจฟังมานานแล้วด้วย" พายอมยิ้ม มือข้างหนึ่งเปลี่ยนมาประคองกรอบหน้าผมไว้เบาๆ นิ้วโป้งลูบแก้มผมแผ่วเบา "ว่าไงครับ... จะยอมเปลี่ยนสถานะจาก 'พี่ข้างห้อง' มาเป็น 'แฟนเด็กของพี่พาย' ได้หรือยังครับ?"
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความกลัว ความลังเล และความซึนที่สะสมมาตลอดหลายเดือนละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงใจของคนตรงหน้าที่ทำให้ผมพยักหน้ารับเบาๆ ทั้งน้ำตาคลอเบ้า
"ก็ได้... ก็ได้ครับ!" ผมแหวใส่กลบเกลื่อนความเขิน "ถ้าตื๊อเก่งนัก... ก็ยอมเป็นแฟนด้วยก็ได้!"
พายยิ้มกว้างจนตาหยี เสียงหัวเราะทุบต่ำอย่างอารมณ์ดีดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะรวบตัวผมเข้าไปกอดไว้แน่น อ้อมแขนอุ่นๆ ที่คุ้นเคยทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าแนบอยู่กับลาดไหล่กว้าง สูดดมกลิ่นกายสะอาดผสมน้ำหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
"เยס! แฟนใครวะ น่ารักชะมัด" พายกระซิบชิดริมหูจนผมต้องซุกหน้าลงกับไหล่เขาเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอาย
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของผมดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ผมผละออกจากอ้อมอกอุ่นอย่างเสียดายเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นข้อความแชตจากเพื่อนสนิทตัวแสบ
*[เหมย]: "กรี๊ดดดด! นกหรือได้วะอีข้าว! เห็นยืนกอดกันกลมหน้าห้องนานสองนานแล้วนะ! เลี้ยงชานมด่วน!"*
ผมกำลังจะพิมพ์ตอบกลับเพื่อนสนิทด้วยความหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันได้พิมพ์อะไร จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งข้อความใหม่เข้ามาอีกอัน... เป็นข้อความจากห้องแชตของพี่พายที่ส่งเข้ามาทั้งที่ตัวยืนอยู่ตรงหน้า
*[พาย]: "ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจให้หน่อยสิครับ แฟนใหม่คนนี้อยากเก็บบันทึกความทรงจำ"*
ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนยิ้มแป้นแล้นถือโทรศัพท์รอคำตอบอยู่ตรงหน้า พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู นิ้วเรียวกำลังจะกดพิมพ์ตอบกลับไป แต่อีกฝ่ายกลับชิงตัดหน้าคว้าข้อมือผมไว้เสียก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
"ไม่ต้องพิมพ์แล้วครับ..." พายกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเป็นประกายวิบวับในความมืดสลัวของทางเดินหน้าห้อง "มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง... ว่าแฟนคนนี้จูบเก่งแค่ไหนดีกว่าไหมครับ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมยิ้มและเขินไปด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
---
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 28
วินาทีที่หัวใจตรงกัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!