"ถ้าพี่พายยังกวนประสาทผมอีกคำเดียว... ผมจะย้ายของกลับห้องตัวเองเดี๋ยวนี้จริงๆ ด้วยนะครับ!"
เสียงโหลกหนวกหูของน้องปีหนึ่งคณะบริหารฯ กำลังดังลั่นห้องนอนสไตล์มินิมอลที่มีกลิ่นอายความอบอุ่นของผมอบอวลไปทั่ว ต้นข้าวในชุดนอนลายเป็ดน้อยกำลังยืนกอดอกหน้ามุ่ย แก้มป่องๆ นั่นพองลมจนแทบจะระเบิดอยู่รอมร่อ ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดค้อนผมวงใหญ่ เป็นการคาดโทษที่ดูน่ารักเสียจนผมแทบอยากจะดึงเข้ามาฟัดให้จมเขี้ยว
แต่ก็นั่นแหละครับ... คนอย่าง พีรวิชญ์ คนนี้ มีหรือจะกลัว
"อ้าว ไหงงั้นล่ะครับเด็กดี ห้องนี้ก็ห้องน้องข้าวเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ หืม? หรือจะให้พี่เปลี่ยนจากย้ายของกลับห้อง ไปเป็นการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามารวมกันทีเดียวเลยดีล่ะครับ แบบนั้นพี่ว่าสะดวกกว่าเยอะนะ" ผมแกล้งเลิกคิ้วกวนๆ พร้อมกับเดินเข้าไปประชิดตัวร่างบางที่ยืนขวางประตูห้องครัวอยู่
"พี่พาย! นี่เริ่มพูดจาเลอะเทอะใหญ่นแล้วนะ!" ต้นข้าวหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู มือบางผลักอกผมเบาๆ แต่แรงแค่นั้นมันแทบจะเท่ากับมดกัดสำหรับคนเรียนวิศวะฯ อย่างผมเสียด้วยซ้ำ ยิ่งแกล้ง น้องก็ยิ่งเขิน ยิ่งเขินก็ยิ่งโวยวาย แล้วแบบนี้จะให้ผมหักห้ามใจไม่ให้แกล้งได้ยังไงไหวล่ะครับ
"ไม่ได้เลอะเทอะสักหน่อยครับ พี่พูดจริงจังที่สุดในรอบสามปีนี้เลยนะ..." ผมเปลี่ยนน้ำเสียงจากทีเล่นทีจริงเป็นความนุ่มทุบที่จริงจังขึ้นมาฉับพลัน พร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวนั้นเอาไว้ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ตั้งแต่วันแรกที่น้องข้าวเดินถือกล่องพัสดุมาเคาะห้องผิดแล้วทำหน้าเหวี่ยงใส่พี่ จนถึงวันที่เราต้องมานั่งเคลียร์ใจกันหลายต่อหลายครั้ง... น้องข้าวรู้ไหมครับว่าโลกของพี่มันเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนะ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของใครบางคนที่กำลังเต้นโครมครามจนผมสัมผัสได้ผ่านฝ่ามือที่กุมกันอยู่ ต้นข้าวเม้มริมฝีปากแน่น หลบสายตาผมอย่างคนทำตัวไม่ถูก แพขนตายาวงอนสั่นไหวระริกบ่งบอกถึงความประหม่าที่พุ่งสูงจนทะลุปรอท
"พ... พี่พายพูดอะไรเนี่ย จู่ๆ ก็มาทำซึ้ง..." เสียงหวานเอuพึมพำเบาหวิว แทบจะกลืนหายไปในลำคอ
"ไม่ได้ทำซึ้งครับ แค่พูดความจริง" ผมขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากสบู่เด็กที่อีกฝ่ายใช้ลอยเข้าจมูกจนผมเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... พี่ไม่อยากเป็นแค่พี่ข้างห้องที่คอยกวนประสาทน้องข้าวไปวันๆ แล้วนะครับ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิมราวกับกำลังรอฟังประโยคพิพากษา
"เป็นแฟนกันนะครับ... นายต้นข้าว"
ความเงียบโรยตัวลงมาราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วขณะ หัวใจของผมเองก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะแม้จะมั่นใจในคำตอบของอีกฝ่ายแค่ไหนก็ตามที ต้นข้าวอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอ มือที่ถูกผมกุมไว้บีบมือผมแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"พี่พายคนบ้า..." เสียงกระซิบลอดไรฟันดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะซุกหน้าผากลงกับอกผมอย่างไร้ที่ไป "ใครเขาขอเป็นแฟนกันในห้องครัว แถมสภาพผมยังใส่ชุดนอนลายเป็ดปั๊บแบบนี้เล่า!"
"อ้าว ก็คนมันรีบนี่ครับ กลัวโดนคนข้างห้องชิงตัดหน้าไปซะก่อน" ผมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี พร้อมกับสวมกอดร่างบางไว้แน่น สอดมือเข้าไปลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มอย่างเบามือ "สรุปว่าไงครับ หื้ม? ตกลงไหม หรือจะต้องให้พี่ยื่นข้อเสนออะไรเพิ่มอีก ถึงจะยอมใจอ่อนเปลี่ยนสถานะจากข้างห้องมาเป็นข้างใจของพี่สักที"
ต้นข้าวเงยหน้าขึ้นมามองค้อนผมวงใหญ่ แต่แววตาคู่สวยนั้นกลับพราวระยับไปด้วยรอยยิ้มและความเขินอายที่ปิดไม่มิด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ทีหนึ่ง
"เออ... ก็ได้ครับ!" เสียงหวานอุบอิบตอบรับ "เป็นแฟนก็ได้... เลิกหยอดสักทีเถอะน่า ขนลุกจะตายอยู่แล้ว!"
"ใครบอกว่าจะเลิกหยอดล่ะครับ..." ผมยิ้มกริ่ม ก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงแจ๋ของแฟนหมาดๆ "หลังจากนี้ พี่จะหยอดทุกลมหายใจเข้าออกเลยคอยดูเถอะครับ แฟนเด็กของพี่"
ความหวานที่ล้นทะลักอบอวลไปทั่วห้องราวกับโลกใบนี้มีแค่เราสองคน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ ทำให้ผมรู้ว่าการเดินทางผ่านเรื่องราววุ่นๆ ตลอดสามสิบตอนที่ผ่านมา มันคุ้มค่าที่สุดแล้วที่ได้มาหยุดอยู่ตรงนี้
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและฟีลกู๊ดจนถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวก็ดัง "ติ๊ง!" ขึ้นมาตัดบรรยากาศ
ต้นข้าวผละออกจากอ้อมอกผมอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ใบหวานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาในความเงียบ
ชื่อของ 'พี่กรณ์' รุ่นพี่ปีสามคณะวิศวะฯ อดีตคู่แข่งหัวใจที่เคยประกาศกร้าวว่าจะจีบต้นข้าวให้ได้ กำลังส่งข้อความเข้ามาพร้อมกับรูปถ่ายช่อดอกไม้ช่อใหญ่
*[พี่กรณ์]: "น้องต้นข้าวครับ พี่ส่งดอกไม้แสดงความยินดีที่สอบเสร็จไปให้ที่หน้าห้องแล้วนะ เปิดรับด้วยครับคนสวย"*
ผมหรี่ตามองหน้าจอทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ต้นข้าวหน้าซีดเผือด รีบหันมามองหน้าผมสลับกับโทรศัพท์ด้วยความเลิกลั่ก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 29
เลื่อนสถานะ จากข้างห้องมาเป็นข้างใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!