พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 16

แอบมองคนอื่นระวังจะเสียใจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกแล้วไงครับว่าเสื้อตัวนี้สีมันดูจืดชืดไปนิด... สู้สีฟ้าอ่อนตัวที่แขวนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้หรอก ใส่แล้วรับรองว่าหน้าสว่างขึ้นอีกเป็นกอง" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นกระชั้นชิดจากด้านหลัง ทำเอาผมที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่หน้ากระจกในร้านมัลติแบรนด์ชื่อดังถึงกับสะดุ้งสุดตัว ต้นข้าวคนนี้อยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้พี่ข้างห้องจอมจุ้นจ้านคนนี้เสียจริง ๆ นี่มันเดินตามรอยผมมาตั้งแต่หอพักจนถึงห้างสรรพสินค้าเลยหรือไงนะ! ผมหันขวับกลับไปมองค้อนใส่ร่างสูงใหญ่ในชุดฮู้ดสีดำที่กำลังยืนกอดอกพิงชั้นวางของทำหน้าลอยชาย สายตาพราวระยับคู่นั้นกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสำรวจตรวจสอบราวกับตัวเองเป็นสไตลิสต์มือทอง "นี่พี่พาย! จะเดินตามผมมาทำไมเนี่ย ห้างตั้งกว้าง ทำไมไม่ไปเดินโซนอื่นครับ!" ผมแหวใส่ทันทีอย่างเหลืออด พยายามทำเสียงให้เข้มที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายที่ส่งมาเย้าแหย่กันอย่างไม่เกรงใจ "อ้าว... พูดแบบนี้ก็ใจร้ายไปหน่อยนะครับคนดี พี่ก็แค่เดินดูของเรื่อยเปื่อย แล้วบังเอิญ... ย้ำว่า *บังเอิญ* จริง ๆ ว่าเห็นเด็กแถวนี้เดินหน้ามุ่ยเข้ามาในร้านนี้พอดี ก็เลยเป็นห่วง กลัวว่าจะเลือกเสื้อผ้าไม่เป็นแล้วโดนคนแถวนี้หลอกเอา" พายยักไหล่กวน ๆ เดินเข้ามาประชิดตัวผมอีกก้าว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ผสมกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศลอยเข้าแตะจมูก ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ยิ่งมองใกล้ ๆ ยิ่งอันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า! ผมรีบถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง พยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วหยิบเสื้อยืดสีขาวลายเรียบขึ้นมาทาบกับตัวอีกครั้ง "ผมเลือกเองได้น่า ไม่ใช่เด็กอนุบาลนะพี่ พรุ่งนี้ผมมีนัดไปติวหนังสือกลุ่มกับเพื่อนต่างคณะต่างหาก เลิกยุ่งกับผมสักทีเถอะครับ" คำว่า 'เพื่อนต่างคณะ' หลุดออกจากปากผมไปโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทันทีที่พูดจบ ผมก็แอบเหลือบตาขึ้นมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างอดไม่ได้ กึก... รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาของพายชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นหรี่แคบลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้จนผมแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เพื่อน... คณะไหนครับ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเมื่อครู่ลดระดับความดังลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบแหบพร่าที่กดดันเสียจนผมรู้สึกหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง "ก็... ก็เพื่อนไงครับ พี่จะอยากรู้ไปทำไมเนี่ย หลบไปเลยนะ ผมจะจ่ายเงินแล้ว" ผมแสร้งทำเป็นใจกล้าเชิดหน้าใส่ แล้วเดินเลี่ยงหนีไปยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ทันที ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคนขี้หวง (เอ๊ย! คนขี้แกล้ง) คนนี้อีกต่อไปแล้ว แต่มีหรือที่คนอย่าง พีรวิชญ์ จะยอมปล่อยให้ผมหลุดมือไปง่าย ๆ ตลอดทางเดินในห้างหลังจากนั้น พี่พายแปลงร่างกลายเป็นเงาตามตัวที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอ ยิ่งตอนที่ผมแวะร้านกาแฟแล้วบังเอิญเจอพี่ดิน รุ่นพี่ปีสองคณะบริหารฯ ที่รู้จักกันตอนกิจกรรมคณะเดินเข้ามาทักทายและชวนคุยอย่างเป็นกันเอง สถานการณ์รอบตัวก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาทันที "อ้าวต้นข้าวบังเอิญจัง มาคนเดียวเหรอครับเนี่ย" พี่ดินส่งยิ้มใจดีมาให้ พร้อมกับยื่นมือมาแตะเบา ๆ ที่ไหล่ผมเพื่อทักทายตามประสาคนคุ้นเคย ในจังหวะนั้นเอง... *พรึบ!* มือหนาของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือผมไว้แล้วดึงเข้าไปชิดลำตัวอย่างรวดเร็ว แรงกระชากนั้นทำเอาผมเซถลาไปชนแผ่นอกกว้างของพายเข้าเต็มรัก กลิ่นอายความหึงหวงที่พุ่งทะยานออกมาจากตัวพี่พายรุนแรงเสียจนพี่ดินถึงกับชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าด้วยความงุนงง "ขอโทษนะครับ... พอดี *แฟน* ผมเขารีบ" น้ำเสียงของพายทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่นัยน์ตาสีเข้มที่จ้องมองพี่ดินนั้นดุร้ายและจริงจังเสียจนรุ่นพี่รีบยกมือยอมแพ้แล้วถอยฉากเดินหนีไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้พูดซ้ำสอง ผมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อได้ยินคำว่า *แฟน* หลุดออกมาจากปากของคนเอาแต่ใจ "พี่พาย! ใครแฟนพี่กัน พูดอะไรบ้า ๆ ออกไปเนี่ย!" ผมโวยวายหน้าแดงก่ำ สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมแล้วถอยกรูดไปยืนหายใจหอบอยู่ห่าง ๆ พายไม่ได้ตอบคำถามของผม ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองมาที่ผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก ทั้งโกรธ ทั้งหึงหวง และ... น้อยใจ? "เมื่อกี้สนุกมากใช่ไหมครับ ที่ยืนยิ้มระรื่นให้ไอ้รุ่นพี่คนนั้นแตะเนื้อต้องตัว" พายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "ก็... ก็พี่ดินเขาก็แค่รุ่นพี่ที่รู้จักกันป่ะครับ อีกอย่าง ผมจะคุยกับใคร จะให้ใครจับตัว มันก็เรื่องของผม ทำไมผมต้องมารายงานพี่ด้วยล่ะ!" ผมเถียงกลับเสียงสั่น แม้ในใจจะแอบรู้สึกผิดแปลก ๆ ที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดวูบหนึ่งในแววตาของเขา พายแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก "อ๋อ... เป็นแค่รุ่นพี่ที่รู้จักกันสินะครับ งั้นเหรอ..." เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอีกครั้งด้วยความเร็วที่ผมไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าเอวบางของผมไว้แน่นไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนผมรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด "ปล่อยนะพี่พาย! คนมองเต็ม..." "มองก็ให้มันมองไปสิครับ!" พายสวนกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาสีเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาผม "จำใส่สมองไว้นะครับต้นข้าว... ต่อให้หนكอแกล้งทำเป็นเดินผ่านผู้ชายคนอื่นเป็นร้อยคนเพื่อยั่วโมโหพี่..." นิ้วเรียวของเขาเชยคางผมขึ้นเบา ๆ ให้สบตา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "...พี่ก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเด็กคนนี้ไปจากพี่หรอกครับ เพราะคน ๆ นั้น... เป็นของพี่... ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาอยู่ข้างห้องแล้วล่ะครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัวเราทันที คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริงจังและหวงแหนอย่างเปิดเผยนั้น ทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุนไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบจะกระกระ조กออกมาข้างนอก ผมอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด คิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าและใบหู ได้แต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์ให้อีกฝ่ายกุมชะตากรรมไว้ในมือ แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั้นเอง... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของพายก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบงัน พายขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ เขายอมละสายตาจากผมชั่วครู่แล้วหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้น ๆ นั้น สีหน้าของพายที่เคยดุดันและจริงจังเมื่อครู่ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและตกใจอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเงยขวับกลับมามองหน้าผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ต้นข้าว..." พายเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" เขาพลิกหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ผมดูชัด ๆ ข้อความแชตจากบัญชีนิรนามกลุ่มหนึ่งปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จและตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศสองใบในชื่อของผม... และชื่อของ *พี่ดิน* **"ถ้าน้องต้นข้าวตัดสินใจไปเรียนต่อซัมเมอร์นี้กับพี่ที่ต่างประเทศตามสัญญา... คืนนี้พี่ไปรับที่หอพักนะครับ"** โลกทั้งใบคล้ายจะถล่มลงมาตรงหน้า เมื่อผมเห็นข้อความนรกนั่นที่ถูกส่งเข้ามาในเครื่องของพาย... ทั้งที่ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับความกวนประสาทของพี่พายและน้องต้นข้าวในตอนนี้นะครับ *** (ขอบพระคุณทุกการติดตามและการสนับสนุนจากใจจริง "สายลมแผ่วเบา" ครับ)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%