กองกระดาษรายงานกองโตบนโต๊ะยาวในห้องสมุดคณะบริหารธุรกิจไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศการทำงานกลุ่มน่าเบื่อน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ติดต่อกันเป็นรอบที่ส้าของต้นข้าว ทำให้เหมยที่นั่งฝั่งตรงข้ามต้องเงยหน้าขึ้นจากจอแล็ปท็อปแล้วส่งสายตาพิฆาตมาให้
"แกจะถอนหายใจให้คาร์บอนไดออกไซด์ในห้องนี้เกินพิกัดเพื่ออะไรวะต้นข้าว งานกลุ่มวิชานี้มันไม่ได้ยากขนาดต้องทำหน้าเหมือนอมขี้หมูหมาสัตตวโลกาขนาดนั้นป่ะ" เหมยขยับแว่นสายตาพลางยื่นมือไปเคาะหัวเพื่อนสนิทเบาๆ อย่างหมั่นไส้
"แกไม่เข้าใจฉันหรอกเหมย..." ต้นข้าวทิ้งหัวฟุบลงกับโต๊ะเย็นๆ อย่างหมดแรง สองมือขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่องเหมือนรังนก "ทำไมอาจารย์ต้องสุ่มกลุ่มให้ฉันมาอยู่กับ... กับคนประเภทนั้นด้วยเล่า! ชีวิตฉันทำกรรมอะไรไว้นักหนาวะเนี่ย"
"คนประเภทไหนเหรอครับน้องต้นข้าว... พูดจาแบบนี้พี่เสียใจนะเนี่ย อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่าจากคณะวิศวะมาช่วยเด็กบริหารทำงาน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวว่างข้างกายอย่างถือวิสาสะ พลอยทำให้ต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว ดีดตัวขึ้นมานั่งหลังตรงอัตโนมัติราวกับติดสปริง
พี่พาย... หรือพีรวิชญ์ตัวแสบแห่งห้องข้างห้องโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้มันช่างกวนประสาทและชวนให้เลือดในกายสูบฉีดจนหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขินนะครับ... แต่เพราะโมโหต่างหาก!
"ใครขอให้พี่มาช่วยไม่ทราบครับ? เก้าอี้ฝั่งโน้นก็มีทำไมไม่ไปนั่ง มากวนประสาทแถวนี้ทำไมเนี่ย" ต้นข้าวแหวใส่ทันที ปากยื่นปากยาวด้วยความขัดแย้งในใจที่ตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างผลักไสไล่ส่งกับหัวใจเจ้ากรรมที่ดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้าใกล้ในระยะประชิดแบบนี้
"อ้าว ก็ในเมื่ออาจารย์เขาสั่งให้ทำงานร่วมกัน พี่ในฐานะ 'พี่ข้างห้อง' และ 'สมาชิกกลุ่มที่ดี' ก็ต้องมาดูแลน้องรหัส เอ้ย... เพื่อนร่วมกลุ่มสิครับ" พายพูดหน้าตาเฉย มือหนาถือวิสาสะเอื้อมมาหยิบแก้วชานมไข่มุกที่ต้นข้าววางไว้ดูดหน้าตาเฉย "อื้อหดหวานน้อยอร่อยดี เหมือนคนซื้อเลยวะ"
"ไอ้... นั่นมันของผมนะ!" ต้นข้าวหน้าแดงแจ๋ รีบแย่งแก้วคืนมาแล้วใช้มือเชิ่ดหลอดทันที "พี่ไม่มีมือมีตีนรึไง ถึงมาแย่งของกินคนอื่น หน้าด้านชะมัด"
"ปากบอกว่าหน้าด้าน แต่แก้มแดงแจ๋เลยนะเราอ่ะ เขินพี่เหรอครับคนดี" พายหัวפเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเอ็นดู จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนต้นข้าวต้องเอนตัวหนีแทบจะสิงกับพนักเก้าอี้
เหมยที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ แอบยกมือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปโมเมนต์ชวนจิ้นนี้ไว้ด้วยความเร็วแสง พร้อมกับส่งเสียงกระแอมกระไอมขัดจังหวะ "เอ่อ... คือว่านะคุณพี่วิศวะคะ พอดีรายงานตรงพาร์ทการวิเคราะห์ตลาดเนี่ย ฉันกับต้นข้าวยังไม่ค่อยเคลียร์ งםรบกวนช่วย 'ติวเข้ม' ให้หน่อยสิคะ หรือถ้าไม่ได้... ให้ต้นข้าวไปนอนคิดการบ้านที่ห้องพี่แทนก็ได้นะ ฉันไม่ว่า"
"ไอ้เหมย!" ต้นข้าวหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที "แกขายเพื่อนเร็วยิ่งกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกนะ!"
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่หวังดีกับเกรดเฉลี่ยของแกต่างหากเล่า" เหมยลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนพรวดพราด "อุ๊ย ตายจริง แฟนโทรตามว่ะแก พอดีนัดกินชาบูไว้ งั้นฉันฝากต้นข้าวไว้กับพี่พายก่อนนะคូ๊ณณณ ตั้งใจทำงานกันล่ะ ห้ามตีกันจนหัวร้างข้างแตกก่อนส่งรายงานนะจ๊ะ"
พูดจบร่างบางของเพื่อนตัวแสบก็ชิ่งหนีออกจากห้องสมุดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ต้นข้าวตาสว่างวาบ นั่งนิ่งค้างอยู่กับความจริงที่ว่า... ตอนนี้เขาต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายอันตรายคนนี้สองต่อสอง!
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงทันทีเมื่อเหลือกันแค่สองคน พายไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแต่ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ชิดขึ้นจนไหล่กว้างแทบจะเบียดชิดกับไหล่บางของต้นข้าว มือหนาเอื้อมไปหยิบกระดาษจดงานของคนตัวเล็กมาดู ผ่านสายตาที่จริงจังขึ้นผิดหูผิดตา
"ไหนดูซิ... ตรงนี้ทำไมถึงคิดแบบนี้ล่ะครับ หื้ม?" น้ำเสียงทุ้มที่เปลี่ยนเป็นโหมดอบอุ่นและจริงจังชั่วขณะทำเอาต้นข้าวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
กลิ่นหอมสะอาดจากตัวพี่พายลอยเข้ามาเตะจมูกทุกครั้งที่เขาขยับตัวชี้จุดที่ต้องแก้ไขในกระดาษ ระยะห่างระหว่างกันมันใกล้เกินไป... ใกล้จนต้นข้าวได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามดังยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดเสียอีก
"ก็... ก็ผมไม่เข้าใจสูตรนี้อ่ะ พี่จะเข้ามาใกล้ทำไมเนี่ย ถอยไปเลยนะ" ต้นข้าวพยายามขยับตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้เขาไม่มีทางไป สุดท้ายแผ่นหลังก็ชนเข้ากับขอบชั้นหนังสือด้านหลังจนมุม
พายใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันชั้นหนังสือไว้ เป็นการกักตัวคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ดวงตาคมกริบมองสบตาเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ใกล้แค่นี้ทำเป็นโวยวาย ทีตอนไปเดินเที่ยวห้างกับเพื่อนผู้ชายคนอื่น... ไม่เห็นบ่นแบบนี้เลยนี่ครับ" พายกระซิบบดบังความน้อยใจไว้ใต้รอยยิ้มกวนๆ แต่ออร่าความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ซ่านออกมาจนต้นข้าวสัมผัสได้
"อะ... อะไรของพี่เนี่ย ใครไปเดินกับใครตอนไหน บ้าบอ" ต้นข้าวหลบสายตา ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและใบหู "แล้วนี่จะเอายังไงกับงาน จะทำต่อไหม ถ้าไม่ทำผมจะกลับห้องแล้วนะ!"
"ไมโครเวฟที่ห้องพี่เปิดรอนะครับ... หมายถึงของกินในตู้เย็นนะ ไม่ได้หมายถึงตัวพี่" พายหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งจนคนตัวเล็กหน้าร้อนผ่าว "โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ มา... เดี๋ยวพี่สอนตรงนี้ให้ รับรองว่าเข้าใจง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากแน่นอน"
แม้ปากจะบ่นอุบอิบว่าไม่เอาๆ แต่สุดท้ายต้นข้าวก็ต้องจำยอมนั่งฟังคำอธิบายของคนตัวโตกว่าอย่างเสียไม่ได้ ความใกล้ชิดที่ค่อยๆ ลดกำแพงลงทีละน้อย เสียงทุ้มๆ ที่คอยอธิบายอย่างใจเย็น และสายตาที่บางครั้งก็เผลอมองมาด้วยความอ่อนโยน... มันกำลังกัดกินหัวใจดวงน้อยของต้นข้าวทีละนิดอย่างน่ากลัว
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง รายงานพาร์ทของพวกเขาก็เสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ต้นข้าวฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกรอบด้วยความเหนื่อยล้า พายมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ โดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ขัดขืน
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความหวานชวนฝันนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของต้นข้าวก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากใครบางคน...
เป็นข้อความจาก 'พี่เจ' รุ่นพี่ปี 2 คณะเดียวกันที่ตามจีบต้นข้าวอยู่ ส่งเข้ามาสั้นๆ แต่ทำเอาพายที่เหลือบไปเห็นหรี่ตาลงทันทีด้วยความไม่พอใจ
*(พรุ่งนี้ว่างไหมครับ? พี่ซื้อขนมที่น้องชอบมาฝาก ไปกินข้าวกันนะ)*
พายหุบยิ้มทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากไมโครเวฟเดินได้กลายเป็นช่องแช่แข็งในพริบตา ต้นข้าวที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าของคนข้างๆ ก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบที่ส่งประกายอันตรายออกมาอย่างชัดเจน
"เอ่อ... พี่พาย... คือว่า..."
"หึ..." พายแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบเดิม "ดูท่าทางน้องต้นข้าวจะมีคนคอยดูแลเยอะจังนะครับเนี่ย... งั้นคืนนี้ สงสัยพี่คงต้องทบทวนบทเรียน 'ความเป็นเจ้าของ' ให้ฟังใหม่ที่ห้องข้างๆ สักรอบสองรอบซะแล้วล่ะมั้งครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับความกวนประสาทของพี่พายและน้องต้นข้าวในตอนนี้และตอนนี้นะครับ
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 15
กิจกรรมกลุ่มที่น่าปวดหัว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!