พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 17

คืนที่ฝนตกกับห้องที่ปิดตาย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าพี่ขยับเข้ามาอีกนิดเดียว ผมจะเอาหมอนฟาดหน้าพี่จริงๆ ด้วยนะครับ!" เสียงโวยวายของต้นข้าวที่ดังขึ้นในความมืดสนิท คือหลักฐานชั้นดีว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสร้างระยะห่างอย่างสุดชีวิต ทว่าในห้องนอนขนาดกะทัดรัดที่มืดสนิทราวกับถูกควักลูกตาออก พื้นที่จำกัดจำเขี่ยนี้กลับไม่ได้เป็นใจให้คนปากเก่งเลยสักนิด ยิ่งอีกฝ่ายถอยหนี พายก็ยิ่งแกล้งขยับตัวตามด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของคนพี่ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง เพร้ง! เสียงกิ่งไม้หักโค่นดังมาจากข้างตึก ตามด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนแผ่นดินสะเทือน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... แสงไฟนีออนบนเพดานก็ดับวูบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน "เฮ้ย!" ต้นข้าวหลุดอุทานเสียงหลง มือเล็กคว้าหมัดปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ก่อนที่ร่างบางจะเซถลาไปชนเข้ากับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าที่ยืนดักรออยู่ก่อนแล้วอย่างพอดิบพอดี ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับซอกคอ ทำให้พายชะงักไปชั่วขณะ มือหนาที่ตั้งใจจะยกขึ้นแกล้งตามนิสัยเคยตัว กลับเปลี่ยนเป็นฝ่ายโอบเอวบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณ เพื่อไม่ให้คนในอ้อมแขนล้มคะมำลงไปกองกับพื้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยเตะจมูกท่ามกลางความมืด ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ "ปล่อยเลยนะครับ! มืดตื้อมองอะไรไม่เห็นแบบนี้ ฉวยโอกาสเหรอพี่พาย" ต้นข้าวรีบใช้สองมือดันแผงอกอีกฝ่ายออกสุดแรง พร้อมกับส่งเสียงดุกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยินมันเข้า "ใครฉวยโอกาสกันครับ ตัวเราต่างหากที่พุ่งมาหาพี่เอง... ยอมรับมาเถอะว่าแอบคิดอะไรกับพี่อยู่ใช่ไหม ถึงได้ถือโอกาสซุกอกพี่ซะแน่นเชียว" พายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววเจ้าเล่ห์ชัดเจน แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่ต้นข้าวก็จินตนาการออกเลยว่าไอ้คนฉวยโอกาสกำลังทำหน้าตากวนประสาทใส่เขาอยู่แน่ๆ "ใครจะไปอยากซุกพี่กัน! หลบไปเลยนะ ผมจะคลำทางไปหยิบมือถือมาเปิดไฟฉาย" "มือถือวางอยู่บนโต๊ะทำงานโน่นครับ... ซึ่งถ้าเดินไปตอนนี้ มีหวังเราได้เดินเตะมุมเตียงหัวแตกแน่ๆ เชื่อพี่เถอะ ยืนอยู่นิ่งๆ แบบนี้แหละปลอดภัยที่สุดแล้ว" พูดจบ พายก็ถือวิสาสะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ป้องกันไม่ให้คนดื้อดึงวิ่งไปชนโน่นชนนี่จนเจ็บตัว บรรยากาศรอบตัวในห้องแคบๆ ที่มีเพียงเสียงฝนตกและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ เริ่มเปลี่ยนผ่านจากความวุ่นวายโ조ะบ๊ะกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ความใกล้ชิดที่แนบ ต้นข้าวเม้มริมฝีปากแน่นในความมืด สมองตื้อตันจนคิดมุกโต้กลับไม่ออก สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ทาบทับอยู่บริเวณเอวสอบ ส่งผ่านความร้อนผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนผิวเนื้อบริเวณนั้นราวกับถูกแผดเผา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่เขากลับรู้สึกเหมือนไข้กำลังจะขึ้น "พี่... ปล่อยได้แล้ว Na" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกรั้นชนเข้ากับลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายโดยบังเอิญเมื่อพายขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด "ไม่ปล่อยครับ..." พายตอบเสียงเบา ทว่าจริงจังจนน่าตกใจ ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงน้ำเสียงนุ่มนวลที่จงใจกระซิบข้างใบหู "ถ้าปล่อย... เดี๋ยวเราก็หาเรื่องเถียงพี่อีก พี่แค่อยากกอดคนปากแข็งแถวนี้ให้อยู่นิ่งๆ สักนาทีสองนาทีเองครับ" "ใครปากแข็ง..." ต้นข้าวพึมพำเถียงเสียงอ่อย ขัดขืนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นจากร่างกายของคนเป็นพี่ที่แผ่ซ่านเข้ามาในยามที่อากาศข้างนอกหนเหน็บ ทำให้ความเกร็งกลัวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามแปลกประหลาดในอก นานนับนาทีที่ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย และหัวใจสองดวงที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน พายก้มมองกลุ่มผมนุ่มที่ซบอยู่ตรงอกของตน ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บงำไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาทมาตลอด บัดนี้กลับเรียกร้องให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่โอกาสจะหลุดลอยไป มือหนาข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าหวานในความมืด ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ต้นข้าวสะดุ้งน้อยๆ แต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตากลมโตที่เริ่มชินกับความมืดเงยขึ้นสบตาคนพี่ แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจน แต่ประกายในแววตาคู่นั้นก็ชัดเจนเสียจนทำให้ลมหายใจสะดุด "ต้นข้าวครับ..." พายเอ่ยเรียกเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้แค่เอื้อม "ที่พี่กวนประสาท ที่พี่ชอบไปวนเวียนอยู่ข้างห้องเรา... ไม่ใช่เพราะว่างนะครับ" ต้นข้าวใจเต้นกระหน่ำจนแทบหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่ไล้เบาๆ บริเวณริมฝีปาก "พี่..." "พี่ชอบเรานะครับ... ชอบมานานแล้วด้วย" คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางเสียงฝนและห้องที่ปิดตาย ทำให้ทุกสรรพสิ่งรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ทว่าก่อนที่ต้นข้าวจะได้ทันตั้งตัวหรือเอื้อนเอยคำตอบใดๆ ออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับแสงไฟนีออนบนเพดานที่ติดพรึบขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย! แสงสว่างกะทันหันทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน ต้นข้าวหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รีบก้าวถอยหลังกรูดจนสะดุดพรมเกือบคว่ำ ส่วนพายกกระพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสสู้แสงไฟ ก่อนจะเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน... มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่เป็นหน้าจอแชตกลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิทที่เหมยส่งข้อความเข้ามาปั่นประสาท พร้อมกับรูปถ่ายแอบถ่ายของพวกเขาผ่านรอยแง้มของประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิท! *[เหมยเพื่อนรัก]: อุ๊ย! ไฟมาพอดี ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะคุณพี่พายขาาาาาา* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและใจเต้นแรงไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%