[เหมยเพื่อนรัก]: อุ๊ย! ไฟมาพอดี ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะคุณพี่พายขาาาาาา
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนั่งเล่น ทำเอาผมที่กำลังยืนค้ำมือกับพนักโซฟาเพื่อกักตัวเด็กดื้อเอาไว้ถึงกับชะงัก ส่วนไอ้คนที่อยู่ใต้ร่างผม... ไม่สิ คนที่นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟานั่นแหละ สะดุ้งเฮือกจนเกือบจะหงายหลังลงไปกองกับพื้น ถ้าผมไม่ไวก้าวเท้าเข้าไปประคองเอวบางเอาไว้เสียก่อน
"ระวังหน่อยครับตัวเล็ก เดินไม่ระวัง ตกใจก็เก่ง เป็นแมวหรือไงเราเนี่ย"
"ใครแมว! ปล่อยเลยนะพี่พาย! แล้วก็เลิกเอาหน้ามาใกล้สักที หน้าจะติดจมูกพี่อยู่แล้วเนี่ย!"
ต้นข้าวโวยวายเสียงดังลั่น มือเล็กทั้งผลักทั้งดันอกผมเสียจนเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ แต่แทนที่ผมจะถอยหลังตามคำสั่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับผุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ก็ดูแก้มแดงๆ ที่ลามไปถึงใบหูนั่นสครับ มันน่าแกล้งเสียจนผมอดใจไม่ไหวจริงๆ ยิ่งนึกถึงข้อความกวนประสาทของไอ้เหมยเพื่อนสนิทตัวแสบเมื่อครู่แล้ว... อืม บางทีผมอาจจะต้องขอบคุณมันสักหน่อยที่ส่งจังหวะนรกมาได้ถูกเวลาเสียเหลือเกิน
"หืม? หน้าใกล้แล้วมันทำไมครับ หรือว่า... เขิน?" ผมแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูกจนผมต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
"ใครเขิน! ใครเขินไม่มี๊! พี่พายต่างหากที่ถอยไปเลยนะ! แล้วก็... อ่านไลน์เพื่อนผมด้วย เพื่อนผมเข้าใจผิดหมดแล้วเนี่ยเห็นไหม!" ต้นข้าวเบี่ยงหน้าหนีหลบสายตาอย่างพิรุธ มือเล็กคว้าหมอนอิงใบโตมาปิดหน้าอกตัวเองไว้ราวกับผมเป็นโจรผู้ร้ายข้ามชาติ ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะยืนเถียงกันเรื่องชีทสรุปวิชาบัญชีอยู่แท้ๆ
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางพะว้าพะวังนั้น ยอมผถอยตัวออกห่างอย่างอารมณ์ดี เปิดทางให้คนตัวเล็กได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น แต่สายตายังคงพราวดระยับด้วยความสนุกสนาน
"ให้อ่านว่าอะไรล่ะครับ หืม? จะให้บอกไอ้เหมยมันว่าเรากำลังสวีทกันอยู่ หรือจะให้บอกว่าพี่กำลังจะขอเราเป็นแฟนดีล่ะครับ"
"พี่พาย! พูดมากน่ารำคาญที่สุดเลย! กลับห้องตัวเองไปเลยนะ ดึกแล้ว!" ต้นข้าวยืนขึ้นเต็มความสูง ชี้นิ้วสั่งผมเสียงเขียว ใบหน้าเนียนซับสีเลือดฝาดจัดจนแทบจะระเบิดอยู่รอมร่อ น่าเอ็นดูเสียจนผมต้องแกล้งตีหน้ามึนใส่
"อ้าว ไล่เจ้าของห้อง... เอ้ย เจ้าของห้องใจร้ายจังเลยนะครับ เมื่อกี้ไฟดับยังกอดผมแน่นอยู่เลย ลืมแล้วเหรอ"
"ใครกอด! มืดต่างหากผมมองไม่เห็น! สำคัญตัวเองเก่งจริงนะพี่เนี่ย!" ต้นข้าวเสียงสูงใส่ทันที ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนผมวงใหญ่ แต่บอกเลยว่าสายตาดุๆ ของน้องมันไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิด มีแต่ความน่ารักจนใจผมกระตุกวูบ
ผมแอบถอนหายใจยาวๆ กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก ทุกครั้งที่ได้กักตัวเด็กคนนี้ไว้ในอ้อมแขน ทุกครั้งที่ได้เห็นริมฝีปากนั่นขยับบ่นงุบงิบ หัวใจของผมมันไม่เคยรักดีเลยสักครั้ง มันเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงนั้นเข้า
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของผมดังขึ้นบ้าง คราวนี้เป็นหน้าจอของผมเองที่สว่างขึ้น
[ไอ้คีย์เพื่อนรัก]: ไอ้พาย มึงอยู่ไหนวะ อาจารย์ตามตัวด่วน งานโปรเจกต์กลุ่มรอดับเพลิงแล้วเนี่ย!
ผมขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นข้อความจากไอ้เพื่อนตัวดี ถึงจะอยากอยู่ต่อกวนประสาทคนตรงหน้านี้ใจจะขาด แต่ดูท่าทางงานด่วนที่คณะคงจะรอช้าไม่ได้แล้วจริงๆ
ต้นข้าวที่แอบชะเง้อคอมองหน้าจอผมอยู่เงียบๆ พอเห็นข้อความเข้าก็ทำท่าโล่งอกโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด รีบดันหลังผมให้เดินไปทางประตูห้องทันทีราวกับกลัวผมเปลี่ยนใจ
"อ่ะ รีบไปเลยนะเพื่อนตามแล้วโน่น ไป๊! ไม่ต้องมาทำหน้าเสียดายเลยนะพี่พาย"
"ไล่เก่งจังนะครับ ระวังเถอะ... เกิดผมหายไปจริงๆ แล้วจะเหงา" ผมหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู หันกลับไปมองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยรอยยิ้มกวนๆ
"เหงาบ้าเหงาบออะไรเล่า! ผมดีใจจนจุดพลุฉลองต่างหากล่ะ ไปได้แล้วไป!" ต้นข้าวทำหน้ายู่ใส่ พร้อมกับทำท่าโบกมือไล่เหมือนไล่ลูกหมา
ผมหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนิ่มของอีกฝ่ายจนยุ่งเหยิงไปหมดด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน
"ครับ... งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า ผมมาปลุกไปกินโจ๊กเจ้าเก่าหน้าปากซอยเหมือนเดิมนะครับ... พี..."
กึก!
ผมชะงักค้างไปทันทีที่หลุดปากพูดคำนั้นออกไป ใบหน้าที่เคยทะเล้นเป็นอันต้องแข็งค้างเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรออกไป
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่เพิ่งจะกลับมาเป็นปกติเมื่อครู่ พลันเงียบกริบลงในฉับพลัน ชนิดที่ว่าได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน
ไอ้พายเอ้ย... ปากไวชิบหาย!
ผมเบิกตากว้างเล็กน้อย มองหน้าคนตรงหน้าที่ตอนนี้ยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
เมื่อครู่... เมื่อกี้ผมเผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นจริงๆ ของน้องเขาออกไป... ชื่อที่ผมแอบเก็บไว้เรียกคนเดียวในใจเวลาที่มองแผ่นหลังเล็กๆ นี้เดินเข้าออกห้องข้างๆ... ชื่อที่ผมสัญญาว่าจะรอให้เจ้าตัวยอมเปิดใจให้ก่อนค่อยเรียก... แต่วันนี้... บรรยากาศพาไปจนเผลอหลุดปากหลุดคำออกไปเสียสนิท
"พี่... เมื่อกี้... พี่เรียกผมว่าอะไรนะ..."
เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาแทบไม่เป็นภาษา ดวงตาสั่นระริกราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า ใบหน้าที่แดงอยู่แล้ว ยิ่งแดงก่ำลามลึกไปจนถึงต้นคอขาวผ่อง
ผมยืนนิ่งเป็นหิน พยายามจะหาคำแก้ตัว พยายามจะโบ้ยกลบเกลื่อนความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงนี้ด้วยมุกกวนๆ แบบที่เคยทำ แต่แปลก... สมองที่เคยฉับไวในการหาทางเอาตัวรอด กลับขาวโพลนว่างเปล่าไปหมด หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู
ฉิบหายแล้วไอ้พาย... งานนี้แก้ตัวยังไงก็ไม่รอดแน่ๆ ครับ
ดวงตากลมโตของต้นข้าวที่จ้องมองมาสะท้อนเงาของผมที่กำลังยืนทำหน้าไม่ถูก รอยยิ้มอุ่นๆ และความประหม่าที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นทำเอาผมรู้สึกเหมือนโดนตรึงไว้กับที่ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เลยสักนิดเดียว...
..................................................................................
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของพี่พายกับน้องต้นข้าวนะครับ!
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 18
เผลอเรียกชื่อเล่น... ใจมันสั่น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!