"ถ้าเด็กนั่นแอบชอบผมเหมือนกัน... แล้วเรื่องราวต่อจากนี้ เราควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะครับ?"
คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวสมองของผมตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ นาทีนี้ กลิ่นหอมจางๆ ของโจ๊กหมูร้อนๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวห้องผม มันช่างขัดกับบรรยากาศมาคุระหว่างเราสองคนเสียเหลือเกิน เจ้าของร่างโปร่งในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่นั่งกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้แตะช้อนเลยสักนิด ตั้งแต่เดินถือถุงพลาสติกเข้ามาเคาะห้องผมตอนเจ็ดโมงเช้า สีหน้าของเจ้าตัวก็มีแต่คำว่า 'หงุดหงิด' แปะอยู่เต็มหน้าผาก
"มองหน้าผมทำไมเล่าพี่พาย! จะกินก็รีบกิน เดี๋ยวก็ไปมอสายหรอก"
ต้นข้าวโวยวายขึ้นมาก่อน พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเขี่ยขอบชามกระเบื้องไปมาอย่างคนทำตัวไม่ถูก
"ก็ไม่ได้มองหน้าชามโจ๊กนี่ครับ... มองหน้าคนซื้อให้ต่างหาก" ผมยิ้มมุมปาก แกล้งท้าวคางมองอีกฝ่ายให้ชัดๆ "แปลกเนอะ ปกติเห็นด่าผมเช้าเย็น แต่วันนี้ลงทุนเดินไปซื้อโจ๊กเจ้าดังท้ายซอยมาให้แถมยังยืนรอจนเสร็จ... หรือว่าเมื่อคืนฝันเห็นผมจนละเมอว่ารักผมเข้าแล้วครับ?"
"เพ้อเจ้ออะไรเล่าใครจะไปฝันถึงพี่! หน้าตาก็เหมือนโจรกลับชาติมาเกิด ใครฝันถึงก็บ้าแล้ว!" ต้นข้าวเสียงสูงใส่ทันทีตามฟอร์ม ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองป้อยๆ ทั้งที่แอร์ในห้องก็เปิดตั้งยี่สิบหองศา "ผม... ผมแค่เดินไปซื้อของแล้วบังเอิญซื้อเผื่อต่างหากเล่า หลงตัวเองชะมัด!"
"บังเอิญเก่งจังครับ ซื้อเมนูโปรดผม ปาท่องโก๋กรอบๆ แถมไม่ใส่ต้นหอมแบบที่ผมเกลียดเป๊ะๆ... บังเอิญเบอร์นี้ ไปซื้อลอตเตอรีก่อนไหม เผื่อถูกรางวัลที่หนึ่งจะได้เอาเงินมาขอผมแต่งงาน"
"พี่พาย! หยุดพูดจาแ글งผมสักวันจะตายไหมเนี่ย!"
เด็กดื้อหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ปากยื่นปากยาวจนแทบจะผูกโบได้อยู่แล้ว แต่ทว่า... ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับหลบวูบ ไม่กล้าสบตาผมนานๆ เหมือนทุกที มือเรียวที่วางอยู่บนตักบีบเข้าหากันแน่น ผมมองอาการเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นขึ้นมาในอกอย่างประหลาด
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราเป็นแค่ "พี่น้องข้างห้อง" ที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ เสียงเพลงดัง และการแย่งสั่งเดลิเวอรี แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่า ความกวนประสาทของผมในวันนั้น มันจะค่อยๆ ซึมซับกลายเป็นความผูกพันที่สลักลึกอยู่ในใจของเด็กคนนี้ทีละน้อย
ผมรู้... ผมรู้ดีว่าต้นข้าวไม่ได้ใจแข็งอย่างที่ปากพูดหรอกครับ
ท่าทีที่คอยเป็นห่วงเป็นใยแบบเนียนๆ การแอบส่งยิ้มบางๆ ตอนที่ผมช่วยแบกชีทเรียนกองโต หรือแม้แต่ความหึงหวงเวลาที่เห็นรุ่นพี่คณะอื่นเดินมาทักผมที่หน้าตึก ทุกอย่างมันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก
"โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ กินข้าวเถอะ เดี๋ยวผมป้อนดีไหม เด็กดื้อจะได้เลิกงอน" ผมพูดพร้อมกับขยับชามโจ๊กเข้าไปใกล้เจ้าตัวอีกนิด ส่งสายตาออดอ้อนแบบที่มั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธได้
"ใครเด็กดื้อ! ผมปีหนึ่งแล้วนะ โตเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย!" ต้นข้าวเถียงเสียงแข็ง แต่ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างจำยอม ใบหน้าหวานยังคงบึ้งตึง แต่แก้มนิ่มๆ ที่ป่องออกเพราะเคี้ยวอาหารอยู่นั้นมันช่างน่าเอ็นดูเสียจนผมต้องแอบอมยิ้มออกมา
บรรยากาศเงียบลงไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงช้อนกระทบกับชามกระเบื้องเบาๆ สายลมยามเช้าพัดผ่านระเบียงห้องเข้ามาเอื่อยๆ หอบเอาความเย็นสบายเข้ามาปะทะผิวกาย ในหัวผมเริ่มคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างเรา สองสามวันที่ผ่านมา เหมยเพื่อนสนิทของต้นข้าวก็เพิ่งจะไลน์มาทิ้งระเบิดใส่ผมทางอ้อมว่า... *'ถ้าชอบก็รีบสารภาพเถอะค่ะพี่พาย ก่อนที่เพื่อนหนูมันจะอกแตกตายเพราะเขินพี่ซะก่อน'*
นั่นสินะครับ... รออะไรอยู่ล่ะ?
"นี่... ต้นข้าว" ผมเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันทีจนอีกฝ่ายชะงักมือที่กำลังจะตักคำต่อไป
"อะ...อะไรอีกเล่า มองหน้าผมแบบนี้มีแผนอะไรในหัวอีก" ต้นข้าวเลิกคิ้วถามอย่างระแวง
"เปล่าครับ แค่อยากถามอะไรหน่อย..." ผมเว้นจังหวะ มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ที่บอกว่า... แพ้ทางผมนี่ จริงหรือเปล่าครับ?"
พรวด!
เกือบไปแล้วครับ... ดีที่เด็กนี่สำลักแค่น้ำพุทธรา ไม่ใช่โจ๊ก ไม่งั้นคงเลอะเทอะกันไปใหญ่ ต้นข้าวไอโขลกๆ หน้าดำหน้าแดง มือไม้ปัดป่ายจนผมต้องรีบหยิบแก้วน้ำส่งให้แทบไม่ทัน
"แค่กๆ! พี่พายพูดบ้าอะไรเนี่ย! ใครบอกว่าแพ้ทางพี่! มั่ว! มโนขั้นสุด!" ต้นข้าวโวยวายเสียงดังลั่นห้อง พยายามกลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์ แต่ใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงต้นคอนั่นมันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่าคำปฏิเสธเสียอีก
"อ้าว ก็เห็นเมื่อคืน ใครนะส่งข้อความมาบอกว่า..." ผมแกล้งทำเป็นลอยชาย ยื่นมือถือขึ้นมาทำท่าจะเปิดหน้าจอ
"ห้ามดูนะ! ห้ามเปิดอ่านเด็ดขาด!"
ต้นข้าวพุ่งตัวเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือในมือผมอย่างรวดเร็วด้วยความลนลาน สติหลุดกระเจิงจนลืมตัวกระโดดข้ามตักผมเพื่อคว้าเครื่องสี่เหลี่ยมในมือ ทว่า... จังหวะที่ชุลมุนและะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไป ทำให้ร่างโปร่งสะดุดขอบโต๊ะจนเสียหลัก
หวือ!
"อุ๊ย!"
ร่างทั้งร่างของต้นข้าวล้มทับลงมาบนตัวผมเต็มรัก มือทั้งสองข้างยันอยู่บนอกผม ส่วนผมก็คว้าเอวบางเอาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงลงไปกระแทกพื้นห้อง
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวแข่งกันจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเด็กตรงหน้าลอยเข้าจมูก ปลายนิ้วของผมที่แนบอยู่บนเอวบางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อย
ดวงตากลมโตที่อยู่ห่างกันแค่คืบมองตรงมาที่ผม แววตาคู่นั้นไหวระริก เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความเขินอายจนแทบจะละลาย
"พ...พี่พาย..." เสียงหวานกระซิบแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปกับอากาศ
ผมมองริมฝีปากเม้มแน่นคู่นั้น ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ทีละนิด ปลายจมูกของเราเกือบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น หัวใจของผมเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
นี่ไม่ใช่เกม ไม่ใช่การแกล้งหยอกเล่นสนุกๆ เหมือนทุกที แต่มันคือความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตผม
"ต้นข้าว..." ผมกระซิบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองสบตาอีกฝ่ายอย่างสื่อความหมาย "ถ้าผมจะบอกว่า... ผมไม่ได้แค่อยากแกล้ง แต่ผมจีบจริงๆ... หนูจะว่ายังไงครับ?"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างตรงไปตรงมาทำเอาต้นข้าวเบิกตากว้าง ค้างนิ่งไปราวกับถูกสาบให้เป็นหิน แก้วนุ่มขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิม ร่างกายแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื่อนไปไหน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ผมคิดว่าเด็กนี่จะโวยวายแล้ววิ่งหนีเข้าห้องตัวเองไปเหมือนทุกที นิ้วเรียวเล็กกลับค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาแตะเบาๆ ที่อกเสื้อของผม ปลายนิ้วนั้นสั่นน้อยๆ แต่แรงกดที่สัมผัสลงมากลับหนักแน่นพอที่จะทำให้ผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ต้นข้าวก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของผมอย่างจำนน แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในใจผม
"...คนบ้า..."
เสียงพึมพำลอดออกมาจากอกเสื้อ พร้อมกับแรงทุบเบาๆ ที่หัวไหล่หนึ่งที
"...รู้ตัวช้าชะมัดเลยนะพี่พาย"
รอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบปีปรากฏขึ้นบนใบหน้าผม วินาทีนั้น ผมกระชับวงแขนกอดร่างโปร่งให้แน่นขึ้นอีกนิด โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนเหลือเพียงแค่เราสองคน
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและหัวใจกำลังพองโตจนแทบระเบิด เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *กริ๊งงงง!* เสียงแหลมสูงนั้นทำเอาต้นข้าวสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากตักผมหน้าตาตื่น
ผมขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ ใครกันนะบัง-อาจมาขัดจังหวะเวลาสำคัญแบบนี้!
ผมเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดพร้อมจะเอาเรื่อง แต่ทว่า... เมื่อบานประตูเปิดออก คนที่ยืนยิ้มแป้นแล้นถือถุงชาไข่มุกอยู่หน้าห้อง กลับเป็นบุคคลที่ผมและต้นข้าวคาดไม่ถึงที่สุด...
"สวัสดีค่ะพี่พาย! อ้าว ต้นข้าวก็อยู่ด้วยเหรอ พอดีเลย หนูมีเรื่องเซอร์ไพรส์จะบอก..."
[ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกฟีลกู๊ดนี้... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - สายลมแผ่วเบา]
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 21
เปิดใจกับคนปากร้าย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!