"เดี๋ยวครับ... น้องน้ำหวาน พูดใหม่อีกทีซิครับว่าใครอยู่ด้วยกันนะ"
ผมแทบจะสำลักเครื่องดื่มในมือเมื่อจู่ๆ น้องน้ำหวาน รุ่นน้องปีหนึ่งคณะสถาปัตย์ฯ ตัวแสบที่ชอบทำตัวเป็นไทยมุงจำเป็น ก็โผล่พรวดเข้ามากลางวงปาร์ตี้ริมสระน้ำของรีสอร์ตแห่งนี้ พร้อมกับประโยคเปิดตัวที่ทำเอาผมกับไอ้ต้นข้าวแทบจะสำลักอากาศหายใจพร้อมๆ กัน
ต้นข้าวที่กำลังถือจานบาร์บีคิวอยู่ถึงกับมือสั่น เทียบกับผมที่รีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม้ด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตของเด็กบริหารฯ หันขวับมามองผมทันทีด้วยแววตาคาดโทษ ประหนึ่งว่าผมเป็นคนจ้างให้น้องน้ำหวานมาสร้างสถานการณ์นี้เอง
"ก็พี่พายกับพี่ต้นข้าวไงคะ!" น้ำหวานลากเสียงยาวอย่างตื่นเต้น พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือในมือที่มีหน้าจอแชตกลุ่มคณะโชว์หรา "เนี่ย! ในกลุ่มคณะเขาลือกันสนั่นเลยนะว่าพี่สองคนแอบหนีมาสวีทกันสองต่อสองที่พูลวิลล่าปากช่อง แถมตอนเช็คอิน พนักงานยังบอกว่าจองห้องเตียงเดี่ยวแบบ... อุ๊ย! หนูพูดมากไปหรือเปล่าเนี่ย"
"เตียงเดี่ยวบ้าบออะไรเล่า! ยัยน้ำหวาน! หยุดพูดเพ้อเจ้อเลยนะ!" ต้นข้าวหน้าดำคร่ำเครียด เสียงใสๆ แหวลั่นออกมาจนเพื่อนๆ ที่นั่งล้อมวงอยู่รอบกองไฟถึงกับหันมามองเป็นตาเดียว
"โหย พี่ต้นข้าว อย่ามาทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนเลยค่ะ หน้าพี่แดงแจ๋จนถึงใบหูแล้วนั่น" เหมย เพื่อนสนิทตัวดีของต้นข้าวโผล่พรวดออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉาบอยู่บนใบหน้า สายตาของแม่คุณพราวระยับราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมได้สำเร็จ "แล้วไหนล่ะคะ ไหนบอกว่าทริปนี้มากันเป็นแก๊งเพื่อนคณะไง ทำไมเหลือแค่สองคนนี้ล่ะเนี่ย"
บรรยากาศรอบกองไฟพลੋยครึกครื้นขึ้นมาทันทีเมื่อกองเชียร์เริ่มส่งเสียงแซว เสียงโห่ร้องแซวกันระงมจนผมต้องยกมือขึ้นยอมแพ้พลางหัวเราะในลำคอ
ยอมรับเลยครับว่าแผนการนี้... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'แผนสมคบคิด' ต่างหาก มันแนบเนียนเสียจนผมเองเกือบจะเนียนไปกับน้ำไหลไฟดับด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าไอ้พวกเพื่อนตัวดีของผมกับแก๊งของต้นข้าวจะรวมหัวกันจัดฉากจองห้องพักแบบจำใจให้เราต้องนอนเตียงเดียวกันตั้งแต่คืนแรก
คืนแรกที่ผมเกือบจะเผลอสารภาพความรู้สึกในใจออกไปอยู่รอมรอม
"พวกแกนี่มันร้ายนักนะ" ผมหันไปมองหน้าเหมยและเพื่อนๆ ของต้นข้าวที่ยืนยิ้มแป้นแล้นกันเป็นแถว ก่อนจะเหลือบไปมองคนข้างกายที่ตอนนี้ยืนเม้มริมฝีปากแน่น แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อจนแทบจะลามไปถึงต้นคอ
"ใครร้ายกันคะพี่พาย พวกเราแค่หวังดีกลัวพี่เหงาต่างหาก เห็นตามติดน้องเขาแจมาเป็นปีๆ สรุปไม่ได้คบสักที เลยต้องช่วยผลักดันไงคะ" เหมยลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"ผลักดันหรือผลักตกเหวครับเนี่ย ดูหน้าต้นข้าวสิครับ จะกินหัวผมอยู่แล้ว" ผมเอ่ยกลั้วหัวขำ พร้อมกับแกล้งขยับเข้าไปใกล้ร่างโปร่งที่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ จนไหล่ของเราเบียดกันเบาๆ
"ใครจะกินหัวพี่เล่า! ถอยไปเลยนะ!" ต้นข้าวหันมาค้อนผมวงใหญ่ มือเรียวฟาดเข้าที่ต้นแขนผมดัง *ปั๊ก* แม้จะไม่ได้เจ็บอะไรเลยสักนิด แต่มันกลับทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"โอ๊ย เจ็บนะครับเนี่ย มือหนักจังวะแฟน... เอ้ย! หมายถึงน้องต้นข้าวนี่มือหนักเป็นบ้าเลย" ผมแกล้งหลุดปากเกือบโป๊ะแตก ทำเอาต้นข้าวถึงกับชะงัก ตาโตค้างไปชั่วขณะ ส่วนพวกเหมยข้างหลังนี่แทบจะกรี๊ดสลบคาที่กับคำพูดกำกวมของผม
"พี่พาย! พูดจาพล่อยๆ อีกแล้วนะ เดี๋ยวปัดเหนี่ยวจริงๆ ด้วย!" ต้นข้าวโวยวายเสียงดังลั่นแก้เขิน ใบหน้างอง้ำน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนผมอดใจไม่ไหว ต้องยกมือขึ้นไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของเจ้าตัวจนยุ่งเหยิงไปหมด
"ฮั่นแน่! มีการลูบหัวกันด้วยอ่ะแก เห็นใจคนโสดแถวนี้บ้างดิ!" เสียงแซวจากเพื่อนคนอื่นดังแทรกขึ้นมาอีกระลอก ทำให้ต้นข้าวรีบปัดมือผมออกทันที พร้อมกับถอยหลังกรูดไปหลบหลังหลังเพื่อนสนิท
"พอเลยนะพวกแก เลิกแซوฉันกับอีตาพี่พายสักที!" ต้นข้าวแหวใส่หน้าเพื่อนตัวเอง ก่อนจะหันมาค้อนผมวงใหญ่ "ส่วนพี่พาย... เลิกแกล้งฉันสักทีได้ไหม หิวข้าวจะตายอยู่แล้วเนี่ย!"
"อ้าว ดุเป็นแมวหงิวอีกแล้วเหรอครับเนี่ย โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับ พ่อครัวจำเป็นคนนี้พร้อมบริการแล้วครับผม" ผมยกมือยอมแพ้อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเลี่ยงไปจัดการปิ้งบาร์บีคิวต่อท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครงของทุกคนในวง
ค่ำคืนริมสระน้ำดำเนินไปอย่างอบอุ่น เสียงหัวเราะ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยความกวนประสาท และรอยยิ้มของคนข้างกายที่คอยแอบมองผมเป็นระยะ ทำให้ผมรู้สึกว่าการตัดสินใจมาร่วมทริปนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต
จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนแยกย้ายกันกลับเข้าห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้ผมกับต้นข้าวต้องเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินริมรีสอร์ตที่มีแสงไฟสีส้มสลัวสาดส่อง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงจิ้งจรีดเรไรร้องระงมและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้แผ่วเบา
ก้าวเดินของเราค่อนข้างช้า ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงแค่เดินเคียงกันไปเรื่อยๆ ความเงียบครั้งนี้ไม่ได้น่าอึดอัดเลยสักนิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอก
"นี่..." เสียงใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ขณะที่เรากำลังยืนไขกุญแจหน้าห้องพัก
"หืม ว่าไงครับ?" ผมหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงที่ตอนนี้ก้มหน้ามองพื้น หลบสายตาผมอย่างเห็นได้ชัด
"เรื่อง... เรื่องที่น้ำหวานพูดเมื่อเย็น..." ต้นข้าวเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง สองมือเล็กบิดเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง "ที่บอกว่า... พี่ตามติดฉันมาเป็นปีๆ เนี่ย... มัน... มันจริงเหรอ?"
คำถามนั้นทำให้ผมชะงัก กุญแจในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ผมหันไปมองใบด้านข้างของคนที่ก้มหน้าหนี แสงไฟสลัวสาดกระทบดวงหน้าหวานจนเห็นรอยakeแดงเรื่อที่พวงแก้มชัดเจน
หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นมาทันที มันไม่ใช่จังหวะกวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม
"ถ้าผมบอกว่าจริงล่ะครับ?" ผมตอบเสียงนุ่ม ทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่เคยมีวันไหนเลยนะต้นข้าว ที่ผมไม่ได้มองคุณ"
ต้นข้าวเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมทันที ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความตกใจ ปากอ้าพะงาบๆ คล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปจนถึงใบหู
"พี่พาย..." เสียงเรียกชื่อผมเบาหวิวยิ่งกว่าเสียงกระซิบ
ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกนิด ลดระยะห่างระหว่างเราให้เหลือเพียงแค่คืบเดียว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนุ่มที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัด แต่ทว่า...
*Rrrr... Rrrr...*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของผมดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ แต่เมื่อหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ... หัวใจของผมก็กระตุกวูบ
มันไม่ใช่สายเรียกเข้าธรรมดา... แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของต้นข้าวพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นพร้อมกันพอดี
ภาพหน้าจอโทรศัพท์ของต้นข้าวที่ถือค้างไว้ ปรากฏข้อความจากใครบางคนส่งเข้ามา...
*[แม่ทัพ]: พรุ่งนี้ลูกชายแม่เตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลยนะ แม่คุยกับคุณอาปกรณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว น้องหมิวลูกเพื่อนแม่เพิ่งกลับมาจากเรียนต่ออังกฤษ เหมาะสมกันที่สุด เดี๋ยวแม่ให้ฤกษ์หมั้นไว้เลย!*
รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างทันที เช่นเดียวกับสีหน้าของต้นข้าวที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ ดวงตากลมโตหันขวับมามองผมด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่โทรศัพท์ในมือผมสั่นเตือนรัวๆ ด้วยข้อความจากแม่ของผมเองที่ส่งเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์
*[คุณแม่]: พาย ลูกจัดการเรื่องเด็กบริหารคนนั้นให้เรียบร้อยนะ เพราะพรุ่งนี้หนูหมิวจะบินมาหาลูกที่รีสอร์ต!*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 22
เพื่อนชงเข้มจนหนีไม่พ้น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!