"บอกมากี่ครั้งแล้วครับว่าระเบียงห้องเรามันไม่ได้มีไว้ให้ยืนส่องหน้าต่างห้องคนอื่นเขา"
เสียงทุ้มหวานที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่ผมเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังระเบียงแคบๆ กั้นกลางระหว่างห้อง 302 ของผมกับห้อง 303 ของไอ้รุ่นพี่ตัวแสบ
และภาพที่เห็นจนชินตา—แต่ชวนให้เลือดขึ้นหน้าทุกครั้ง—ก็คือร่างสูงโปร่งของพี่พายที่กำลังยืนเท้าแขนกับราวระเบียง ก้มมองลงมาด้านล่างด้วยท่าทางสบายๆ แถมในมือข้างหนึ่งยังถือกระป๋องกาแฟกระป๋องเดิมที่ผมแอบเห็นเขาถือเดินวนไปวนมาตั้งแต่บ่ายคล้อย
"อ้าว น้องต้นข้าว... สวัสดียามค่ำครับ" พีรวิชญ์หันขวับมาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากหนานั้นอย่างกวนประสาท ดวงตาคมกริบพราวระยับราวกับเด็กชายที่เพิ่งแกล้งเพื่อนในห้องเรียนสำเร็จ "พี่ไม่ได้ส่องห้องเราสักหน่อย พี่แค่กำลังชมวิว... วิวฝั่งนี้มันสวยดี ยิ่งมองดึกๆ ยิ่งเพลิน"
ผมแยกเขี้ยวใส่ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"ชมวิวบ้าอะไรครับ! ระเบียงห้องพี่หันไปทางทิศตะวันออก แต่วิวตรงนี้มันหันเข้ากำแพงตึกฝั่งตรงข้าม! พี่จะมาเนียนอะไรแถวนี้เล่า!"
"โห น้องต้นข้าวใจร้ายจัง" พี่พายทำเสียงกระเง้ากระงอด ทำเป็นยกมือขึ้นทาบอกราวกับโดนมีดแทงกลางใจ "พี่อุตส่าห์ยืนรอทักทายเพราะเป็นห่วงกลัวเราจะเครียดเรื่องรายงานบริหารธุรกิจตอนปีหนึ่ง... นี่หวังดีนะเนี่ย ทำไมต้องดุด้วยครับเนี่ย หื้ม?"
สรรพนามและเสียงทุ้มที่ลากยาวตรงคำว่า 'หื้ม' นั่นอีกแล้ว!
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไรวะ หน้าตาดี ดีกรีเดือนคณะวิศวะฯ ปีสาม แต่ทำไมสันดานถึงได้กวนประสาทได้โล่ขนาดนี้ ตั้งแต่ผมย้ายเข้ามาอยู่หอพักนี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเพราะใกล้กับมหาวิทยาลัย ชีวิตสงบสุขของเด็กปีหนึ่งอย่างผมก็ไม่เคยสงบอีกเลย มีไอ้พี่ข้างห้องคนนี้คอยโผล่หน้ามาป่วนเปี้ยนตลอด ไม่ว่าจะที่โรงจอดรถ หน้าลิฟต์ หรือแม้กระทั่งระเบียงห้องแบบนี้
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา พร้อมกับกอดอกแน่น ถลึงตาใส่ร่างสูงที่สูงกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่อย่างไม่ยอมแพ้
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยครับพี่พาย ผมไม่ได้ขอให้พี่มาเป็นห่วงสักหน่อย รายงานของผม ผมจัดการเองได้... แล้วก็เลิกเรียกผมว่า 'น้องต้นข้าว' ด้วย ผมชื่อต้นข้าวเฉยๆ ครับ!"
"อ้าว เรียกน้องต้นข้าวก็เพราะเอ็นดูไงครับ" พายหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างน่าหมั่นไส้ เขาก้าวเข้ามาใกล้ราวระเบียงฝั่งผมมากขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเราเหลือแค่ไม่กี่คืบ แววตาคมกริบที่มองตรงมาทำเอาผมเผลอชะงัก ลมหายใจสะดุดไปวูบหนึ่งอย่างไม่รักดี "หรือจะให้พี่เรียกว่า 'ที่รัก' แทนดีล่ะครับ? หืม... แบบนั้นน่าจะฟังดูสนิทกันมากกว่าเนอะ"
"ไอ้...!" ผมอ้าปากค้าง หน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะไอ้ประโยคหยอดหน้าด้านๆ นั่นกันแน่ "พี่พาย! นี่พี่เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย! ใครที่รักพี่! หน้าไมอาย!"
"หน้าไม่อายแต่ใจละลายนะคับ"
"ไอ้พี่บ้า!"
ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มือบางคว้ากระถางต้นไม้มินิมอล—ต้นกระบองเพชรจิ๋วที่เหมยเพื่อนรักซื้อให้ประดับห้อง—ขึ้นมาถือไว้ทำท่าจะขู่ "ถ้าพี่ไม่เลิกพูดจา 18+ ใส่ผม ผมจะเอาเจ้าแคคตัสต้นนี้ปาใส่หน้าหล่อๆ ของพี่จริงๆ ด้วยนะ! ลองดูไหมล่ะ!"
พายไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างขึ้น แววตาดุจแพรไหมคู่นั้นพราวระยับยิ่งกว่าเดิม เขายกมือขึ้นยอมแพ้ช้าๆ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงไม่จางหาย
"โอเคๆ ยอมแล้วครับ ยอมเด็กดื้อเขาหน่อย เดี๋ยวโดนกระบองเพชรตำหน้าหล่อๆ เสียโฉมหมด" พายแกล้งทำเป็นถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่สายตายังคงจ้องมองผมไม่วางตา "ดุเป็นแมวเลยนะเราเนี่ย... แต่ดุยังไงก็น่ารักอยู่ดี"
"ผมไม่ใช่แมว! แล้วก็เลิกแซوผมสักที!" ผมแหวใส่เสียงดังลั่นจนเกรงใจห้องข้างเคียง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วทำท่าจะหันหลังเดินกลับเข้าห้อง
แต่เสียงทุ้มที่เอ่ยไล่หลังมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นนิดหน่อย ก็ทำให้ผมต้องชะงักเท้า
"ต้นข้าว..."
ผมหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่ารอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไปไหนแล้ว เหลือเพียงแววตาที่ดูลุ่มลึกและอบอุ่นจนน่าประหลาด
"อะไรอีกครับ ดึกแล้ว ผมจะไปนอน" ผมตอบเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหลาดใจในอก
"พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้าใช่ไหม?" พายถาม เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงความใส่ใจไว้อย่างแนบเนียน
"แล้วมันเรื่องอะไรของพี่ล่ะครับ"
"ก็ถ้าไม่มี... ตอนเช้าแวะมารับมื้อเช้าที่ห้องพี่นะ พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยหน้าปากซอยมาเผื่อ... ถือว่าไถ่โทษที่เมื่อกี้พูดจา 18+ ใส่เด็กดื้อก็แล้วกัน" พายยิ้มมุมปากอีกครั้ง กลับมาเป็นไอ้รุ่นพี่จอมกวนคนเดิมในเวลาอันรวดเร็ว "ห้ามปฏิเสธนะ ถ้าไม่มา... พี่จะปีนระเบียงห้องไปปลุกถึงเตียงจริงๆ ด้วย"
"ไอ้โรคจิต!" ผมหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู รีบผลุนผลันหันหลังกลับแล้วปิดประตูกระจกบานเลื่อนดังปัง! พร้อมกับลงกลอนแน่นหนาอย่างรวดเร็ว
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจผมเกินไปแล้ว!
ผมนายต้นข้าว ยืนแนบแผ่นหลังเข้ากับบานประตูห้องนอนของตัวเอง ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามราวกับกลองเพล เสียงหัวใจมันดังจนกลัวว่าคนห้องข้างๆ จะได้ยิน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่ตั้งใจจะเกลียด จะโวยวายใส่เขาแท้ๆ แต่ทำไม... ทำไมผมถึงได้รู้สึกแพ้ทางรอยยิ้มบ้าๆ นั่นทุกทีเลยวะเนี่ย!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องนอน ผมก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจหยิบขึ้นมาเปิดดู
หน้าจอแสดงข้อความจากแชตของคนคุ้นเคย...
*(Peerawit): ฝันดีนะครับตัวเล็ก พรุ่งนี้ตื่นมากินข้าวด้วยนะ ไม่งั้นพี่ไปเคาะห้องจริงๆ ด้วย*
ให้ตายเถอะ! ไอนี่มัน...
ผมรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย
*(Tonkhao): ใครตัวเล็กวะพี่! แล้วก็ไม่ต้องมาสั่งผมเลยนะ! ผมไม่ไปกินโว้ย ฝันร้ายไปเถอะพี่พาย!*
นิ้วเรียวกดส่งข้อความออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นปุ่มบางอย่างที่อยู่ข้างข้อความที่เพิ่งส่งไป
แย่แล้ว...
ไม่ใช่แค่ส่งข้อความผิดอัน... แต่ผมดันเผลอพิมพ์ประโยคบ้าๆ ที่อยู่ในใจลงไปด้วยความเบลอ!
*(Tonkhao): ...แล้วก็ ห้ามเบี้ยวนะครับ เพราะผม... อยากกินโจ๊กที่พี่ซื้อให้เหมือนกัน*
*Read*
ฉิบหายแล้ว!
เครื่องหมาย Read ขึ้นโชว์หราบนหน้าจอทันทีในเสี้ยววินาทีต่อมา พร้อมกับไอคอนจุดสามจุดที่กำลังกระพริบราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนใจเต้นของต้าวต้นข้าวกับพี่พายสุดไมโครเวฟคนนี้นะครับ
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 2
พี่ครับ... มีสติหน่อย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!