พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 3

เสียงข้างห้องน่ะ เงียบหน่อยได้ไหม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
ปึง! ปึง! ปึง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงเบสบีทหนักหน่วงที่เล็ดลอดออกมาจากห้อง 404 จนผมที่กำลังนั่งท่องศัพท์บัญชีถึงกับสะดุ้งสุดตัว สมุดเลนส์เกอร์ในมือแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ใช่เพราะความอดทนของผมมันหมดลงตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนครึ่งแล้วล่ะก็ ผมไม่มีทางลุกขึ้นมาเดินมาประจันหน้ากับ ‘ไอ้มนุษย์ข้างห้องสติหลุด’ นี่หรอกครับ! เครื่องหมายจุดสามจุดที่กำลังกระพริบอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เมื่อกี้ถูกพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อฮู้ดอย่างไร้เยื่อใย ในเมื่อพิมพ์ไปแล้วอีกฝ่ายยังทำทองไม่รู้ร้อนแถมยังเปิดเพลงท้าทายอำนาจมืดแบบนี้ งั้นก็เจอการทักทายแบบอนาล็อกสไตล์เด็กบริหารปีหนึ่งนี่หน่อยเป็นไง! ปึง! ปึง! "พี่พาย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงเพลงของ Bruno Mars ที่ดังกระหึ่มทะลุกำแพงปูน ข้อมือข้างที่กำปั้นทุบประตูเริ่มรู้สึกระบมเล็กน้อย แต่ความโมโหที่มีมันมากกว่าความเจ็บหลายเท่าตัวครับ คิดว่ารวยแล้วจะเปิดผับส่วนตัวในหอพักนักศึกษาตอนตีหนึ่งครึ่งก็ได้งั้นเหรอ อยากจะรู้จริงๆ ว่าหน้าตาตอนตื่นมาโดนเฉ่งมันจะยังกวนประสาทเหมือนในแชตอยู่ไหม! กริ๊ก... เสียงกลอนประตูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงด้านใน ผมสูดหายใจเข้าลึก, เตรียมงัดเอาประโยคด่าทอที่ยาวที่สุดในชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งมาฟาดหน้าไอ้รุ่นพี่ตัวดีทันทีที่ประตูเปิดกว้าง... แต่ทว่า คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อสายตาของผมปะทะเข้ากับสภาพของคนที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ตอนนี้ ให้ตายเอนะ... นี่มันภาพฆาตกรรมชัดๆ! พีรวิชญ์ หรือ "พี่พาย" ไอ้พี่ข้างห้องจอมกวนประสาทที่ผมอยากจะเอาหมอนอุดหน้าให้ตายคาเตียงในตอนนี้ สวมเพียงกางเกงนอนขายาวผ้าสำลีสีเทาอ่อนที่เอวต่ำลงมาจนเกือบเห็นขอบกางเกงชั้นใน สภาพท่อนบนเปลือยเปล่า อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนคลื่นที่เรียงตัวสวยงามหยาดเยิ้ม หยดน้ำเกาะพราวตามไรผมสีดำสนิทที่เปียกชื้นลู่ลงมาปรกหน้าผาก บ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำสดๆ ร้อนๆ แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเจลอาบน้ำกลิ่นมินต์ยังลอยมาแตะจมูกจนผมต้องเผลอสูดหายใจเข้าไปลึกโดยไม่รู้ตัว นี่มัน... เกินเบอร์ไปมากแล้วนะ! "อ้าว..." เสียงทุบประตูก่อนหน้าเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงเพลงเบาๆ ที่เปิดคลอไว้จากด้านใน พี่พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจขึ้นอย่างรู้ทัน ดวงตาคมกริบกวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาซีกแก้วหูผมร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "น้องต้นข้าว... มาเคาะห้องพี่ดึกดื่นแบบนี้ มีใจหรือว่ามีเรื่องครับเนี่ย" ผมสะดุ้งเฮือก รีบดึงสายตากลับจากการสำรวจเรือนร่างสมส่วนนั่นแทบไม่ทัน เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมา îกองบนใบหน้าจนรู้สึกร้อนผ่าไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินบ้าๆ ที่ดันทรยศความตั้งใจของตัวเองกันแน่! "มีเรื่องสิครับ!" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ไอ้บ้านี่กลับก้าวเท้าตามออกมาครึ่งก้าว จนแผงอกเปลือยเปล่าแทบจะชนเข้ากับปลายจมูกผมอยู่แล้ว "เพลงพี่เนี่ย เบสมันสั่นสะเทือนมาถึงเตียงผมแล้วนะเว้ย! นี่มันตีหนึ่งครึ่งแล้ว คนอื่นเขาจะหลับจะนอนกันไหม หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินเสียงตัวเองเปิดเพลงเนี่ยฮะ!" ผมร่ายยาวเป็นชุดด้วยความอัดอั้นตันใจ นิ้วชี้เรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง โดยลืมสนิทไปเลยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าห้องเขาในชุดนอนลายการ์ตูนหมีพูห์สุดแบ๊ว แถมยังตัวเล็กกว่าเขาเป็นช่วงตัว พี่พายไม่โกรธเลยสักนิด... แถมยังยืนกอดอกพิงวงกบประตู มองผมพ่นคำด่าด้วยสายตาเอ็นดูระคนขบขัน รอยยิ้มมุมปากนั่นมันน่าหมั่นไส้เสียจนผมอยากจะยกเท้าถีบยอดอกเขาให้รู้แล้วรู้รอด "โห... ดุจังวะ" พี่พายทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวชวนฝัน "พอดีพี่กำลังซ่อมคอมอยู่แล้วเพลงมันหลุดรันยาวน่ะครับ... ว่าแต่ ที่บุกมาหาถึงห้องเนี่ย เพราะเป็นห่วงกลัวพี่เหงา หรือว่า... ทนคิดถึงหน้าหล่อๆ ของพี่ไม่ไหว จนต้องมาเคาะห้องตามถึงเตียงกันแน่ครับ หื้ม?" "หลงตัวเองที่สุด!" ผมแหวใส่หน้าเขาเสียงดังลั่นทางเดิน พร้อมกับย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้สุดขีด "ใครเขาจะไปคิดถึงพี่! ฝันไปเถอะ! หน้าตาแบบพี่เนี่ย ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวในโลก ผมก็ไม่มีวันเอาหรอก!" "อูu... เจ็บจี๊ดเลยนะเนี่ย" พี่พายทำท่าเอามือกุมหน้าอกข้างซ้ายทำทีเป็นเจ็บปวด แต่รอยยิ้มพรายบนใบหน้ากลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ "ปากบอกไม่เอา แต่เมื่อกี้แอบมองซิกแพคพี่ซะตาค้าง... กลืนน้ำลายไปกี่เอือกแล้วล่ะเรา หืม ต้นข้าว" "ไอ้... ไอ้พี่พายบ้า!" หน้าของผมร้อนผ่าวขึ้นจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นโกโก้ครั้นช์ มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ใครมอง! ใครเขามองซิกแพคพี่กัน! อย่ามามั่วซั่วพาลพาสายตานะเว้ย!" "อ้าว ก็เห็นยืนจ้องตาไม่กะพริบ นึกว่าตกใจในความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติซะอีก" คนตัวสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างหูจนขนลุกซู่ พี่พายขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสดชื่นผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิดจนพื้นที่ตรงหน้าแคบลงถนัดตา "แล้วสรุป... ที่มาเคาะห้องเนี่ย หิวน้ำเหรอ หรือหิวอย่างอื่น... ห้องพี่มีมาม่าต้มนะ มากินด้วยกันก่อนไหมล่ะ" ผมถอยหลังก้นเกือบชนผนังฝั่งตรงข้ามเมื่ออีกฝ่ายจู่โจมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ สายตาแพรวพราวคู่นั้นมองผมราวกับเหยื่อตัวน้อยที่กำลังติดกับดักของเสือร้าย ปากก็บอกว่ารำคาญ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมันไปด้วย "ไม่กิน! กลับห้องไปปิดเพลงแล้วก็นอนซะ! ถ้ายังมีเสียงเล็ดลอดมาอีกแม้แต่นิดเดียวนะ... ผมจะแจ้งนิติมาลากตัวพี่ไปประจานที่เพจมหา'ลัยจริงๆ ด้วย!" ผมขู่เสียงเขียว พยายามตีสีหน้าให้ดุที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "โห... ใจร้ายจังวะ" พี่พายถอนหายใจยาวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องช้าๆ แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูลง เจ้าตัวกลับชะوِกหน้าออกมาส่งยิ้มหวานเลี่ยนที่ชวนให้ใจกระตุกเล่น "งั้นคืนนี้ฝันดีนะ, เด็กดื้อ... ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาต่อเรื่องซิกแพคกันใหม่" ปัง! ประตูห้อง 404 ปิดลงพร้อมกับเสียงเพลงที่เงียบสนิทลงไปทันที ทิ้งให้ผมยืนเคว้งคว้างอยู่หน้าห้องคนเดียวในความเงียบสงบของยามวิกาล ผมยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามราวกับวิ่งมาราถอน หายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง... ไอ้พี่บ้านี่! มันเกิดมาเพื่อปั่นป่วนหัวใจชาวบ้านเขาโดยเฉพาะเลยหรือไงวะเนี่ย! ผมสะบัดหัวแรงๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วหมุนตัวเดินกลับห้องของตัวเอง ตั้งใจว่าจะรีบทิ้งตัวลงนอนแล้วลืมเรื่องบ้าๆ กริ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวดังขึ้นเบาๆ บนหัวเตียงท่ามกลางความเงียบ ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เดินไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย คิดว่าคงเป็นไอ้เหมยที่ส่งมีมไร้สาระมาตามระเบียบ แต่ทว่า... ชื่อคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแชต กลับทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกレイทันที [ Py_Piwat: "ถ้าพรุ่งนี้เช้าตื่นมาแล้วยังโกรธอยู่... พี่ให้หอมแก้มเป็นการไถ่โทษเลยเอ้า สนใจป่ะ?" ] ให้ตายเถอะ... นี่มันตีสองแล้วนะ! แล้วไอ้ประโยคบ้าๆ นี่มันคืออะไรกันวะเนี่ย! ผมยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกด้วยความทำอะไรไม่ถูก สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักได้ว่า... ระยะห่างระหว่างห้องของเราสองคน มันช่างสั้นเกินไป และหัวใจของผมก็ดันแพ้ทางความกวนประสาทของเขาเข้าให้แล้วจริงๆ (โปรดติดตามตอนต่อไป... อดใจรอกันอีกนิดนะครับ) --- *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาเติมเต็มรอยยิ้มและพื้นที่อบอุ่นแห่งนี้ร่วมกันนะครับ - สายลมแผ่วเบา*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%