"ถ้าเสื้อตัวนี้หด หรือด่างเป็นดวงนะ... ผมจะปรับพี่ชั่วโมงละห้าร้อยฐานทำลายทรัพย์สินทางปัญญา... เอ้ย! ทรัพย์สินส่วนบุคคล!"
เสียงโวยวายดังลั่นห้องซักรีดใต้หอพักพร้อมกับร่างโปร่งของเด็กปีหนึ่งคณะบริหารฯ ที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าตาตื่นตระหนก ดวงตากลมโตคู่สวยมองจ้องเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาในตะกร้าสลับกับหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง
พีรวิชญ์ หรือที่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า 'พี่พาย' นักศึกษาปีสามคณะวิศวะฯ ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ มือหนายกขึ้นกอดอก รอยยิ้มเจ้าเลفةปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพของรุ่นน้องตัวแสบที่ตอนนี้หน้าตาบูดBuedยิ่งกว่าตูดแมว
"โห... น้องต้นข้าวครับ ใจคอจะปรับพี่แพงขนาดนั้นเลยเหรอครับ เงินเดือนทั้งเดือนของพี่จะพอจ่ายค่าเสียหายไหมเนี่ย" พายแกล้งทำเสียงสั่นระรัวด้วยความเวทนาเรียกเสียงฮึดฮัดจากคนตรงหน้าได้ทันที
"ก็สมควรแล้วไหมล่ะครับ! ใครใช้ให้พี่เดินมาชนผมตอนที่ผมกำลังถือแก้วนมสดร้อนๆ ล่ะครับเสื้อเปื้อนคาบขาวเป็นดวงขนาดนี้ คิดว่าเทวดาที่ไหนจะซักออกเล่า!" ต้นข้าวตวาดแว้dใส่พลางชี้ไปที่คราบสีขาวขุ่นตรงอกเสื้อของอีกฝ่ายที่กระจายวงกว้างอย่างน่าอนาถ
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง... ต้นข้าวเพิ่งเดินกลับมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับแก้วนมสดร้อนๆ ในมือเพื่อเอาขึ้นไปดื่มแก้เครียดก่อนนอน แต่ระหว่างที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ พายที่เพิ่งกลับจากซ้อมบาสก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบเร่งจนชนเข้ากับแผ่นอกบางเต็มแรง นมร้อนๆ ในแก้วจึงพวยพุ่งออกมารดราดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโปรดของรุ่นพี่หนุ่มวิศวะฯ จนชุ่มโชก
แม้ว่าตอนนั้นพายจะไม่ได้โวยวายแถมยังหัวเราะชอบใจเสียด้วยซ้ำ แต่พอขึ้นมาถึงชั้นเดียวกัน ร่างสูงกลับเดินตามตื๊อถือตะกร้าผ้ามาหยุดหน้าห้องของเขาหน้าตาเฉย พร้อมกับประโยคเด็ดที่ทำให้ต้นข้าวอยากจะมุดดินหนี
*“น้องต้นข้าวทำหกใส่เองนะ... เพราะฉะนั้น ต้องรับผิดชอบด้วยครับ”*
"ก็พี่รีบนี่นา ใครจะไปรู้ว่าน้องต้นข้าวจะพกนมเดินตรวจตระเวนทั่วหอพักแบบนั้นล่ะครับ" พายยัก 3 ไหล่กวนๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างเล็กทีละก้าว จนต้นข้าวต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
"ถ...ถอยไปเลยนะพี่พาย! อย่ามาเดินเบียดนะ ห้องตั้งกว้างทำไมไม่เดินดีๆ เล่า!" ต้นข้าวหน้าแดงก่ำด้วยความเคือง (และส่วนหนึ่งก็เพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ จากตัวรุ่นพี่)
"ไม่ได้เบียดสักหน่อยครับ แค่จะเดินมาดูว่า... น้องข้าวจะรับผิดชอบผู้ชายตาดำๆ คนนี้ยังไงดี" พายก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนจมูกโด่งแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของอีกฝ่าย สายตาพราวระยับมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก "เสื้อตัวนี้ราคาแพงมากนะครับ ซื้อมาร้อยห้าสิบ... เอ้ย! สองพันห้าต่างหาก ซักมือห้ามปั่นแห้ง ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว และที่สำคัญ..."
รุ่นพี่หนุ่มเว้นจังหวะไว้แค่นั้น ก่อนจะส่งยิ้มละมุนที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ต้องซักด้วยความรักและความใส่ใจจากน้องต้นข้าวเท่านั้นด้วยครับ ถึงจะสะอาด"
"บ้าไปแล้ว! ใครจะไปทำแบบนั้นกันเล่า! เอามานี่เลย! เดี๋ยวผมซักให้ตามหน้าที่คนทำเลอะก็ได้ แต่ถ้าเสื้อพี่พังขึ้นมาจริงๆ... พี่ต้องโดนผมหักคอแน่!" ต้นข้าวแย่งตะกร้าผ้ามาจากมือหนาอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบหันไปหยอดเหรียญซักผ้ากลบเกลื่อนรอยยิ้มและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เริ่มประท้วงเสียงดังอยู่ในอก
พายยืนมองภาพเด็กตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการเทผงซักฟอกด้วยใบหน้าหงุดหงิดปนเอ็นดู มุมปากหนายกยิ้มกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด สายตาที่มองตามแผ่นหลังบางนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นชนิดที่เจ้าตัวก็อาจจะไม่ทันรู้ตัวว่าเผลอมอบความรู้สึกพิเศษนี้ให้ใครบางคนไปหมดใจแล้ว
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญก็หยุดทำงาน ต้นข้าวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ก่อนจะจัดการหยิบเสื้อเชิ้ตตัวปัญหาออกมาจากถังแล้วบิดน้ำเบาๆ
"อะ! เสร็จแล้วครับ! ซักมือขยี้คราบออกให้หมดจดแถมล้างน้ำให้สามรอบสะอาดเอี่ยมอ่องไร้ที่ติ เชิญรับกลับห้องไปได้เลยครับคุณพี่วิศวะ!" ต้นข้าวส่งตะกร้าผ้าคืนให้พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
พ รับตะกร้าผ้ามาถือไว้ แต่แทนที่จะเดินกลับห้องตัวเองตามที่บอก ร่างสูงกลับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกข้างเครื่องซักผ้าหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบมองเสื้อเชิ้ตของตัวเองแล้วส่ายหัวเบาๆ
"ยังไม่แห้งเลยครับแบบนี้..."
"ก็มันเพิ่งซักเสร็จเมื่อกี้ จะให้แห้งสนิทเลยรึไงเล่า! เอาไปผ่าร่มที่ห้องพี่สิครับ!" ต้นข้าวโวยวาย
"ที่ห้องพี่ไม่มีที่ตากแดดครับ... ลมไม่โกรก อับชื้น เดี๋ยวเสื้อหอมๆ ตัวนี้เหม็นอับตายพอดี" พายตีหน้าเศร้าทำเสียงอ่อยแบบแนบเนียนสุดๆ "เพราะฉะนั้น... น้องต้นข้าวต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุดครับ"
"ห๊ะ? อะไรอีกเนี่ย!"
"เอาไปตากที่ระเบียงห้องน้องข้าวสครับ... แดดดีลมโกรก แถมห้องน้องข้าวก้หอมกลิ่นวนิลลาด้วย เสื้อพี่จะได้หอมติดกลิ่นน้องข้าวไปด้วย... เอ้ย! ติดกลิ่นหอมๆ ไปด้วยไงครับ" พายรีบแก้ตัวเสียงสูงเกือบหลุดปากคำพูดแปลกๆ ออกไป
ต้นข้าวอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ "จะบ้าเหรอพี่! ห้องผมนะ! ห้องผู้ชายนะ! จะให้เอาเสื้อพี่ไปตากระเบียงห้องผมเนี่ยนะ! ไม่เอาด้วยหรอก กลับห้องไปเลยไป!"
"ถ้าน้องข้าวไม่ยอม... พี่จะนั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้แหละครับ ไม่ยอมไปไหนจนกว่าเสื้อจะแห้ง ดูซิว่าใครจะทนกว่ากัน" พายกอดอกทำท่าทางดื้อรั้นเหมือนเด็กๆ ไม่ยอมขยับไปไหนจริงๆ
"พี่พาย! ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย!" ต้นข้าวทึ้งหัวตัวเองด้วยความคับแค้นใจ จะไล่ก็ไล่ไม่ไป จะด่าก็ดันแพ้สายตากรุ้มกริมคู่นั้นทุกที สุดท้ายก็ทำได้แค่ฮึดฮัดสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินนำลิ่วกลับไปที่ห้องของตัวเอง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของรุ่นพี่ตัวร้ายที่เดินตามหลังมาติดๆ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าของทั้งคู่หยุดลงหน้าห้องพัก 408 ของต้นข้าว ร่างบางไขกุญแจเปิดประตูแล้วผลักเข้าไปด้านใน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของปรับผ้านุ่มกลิ่นวนิลลาลอยเตะจมูกทันที พายก้าวตามเข้ามาสำรวจห้องพักสไตล์มินิมอลของรุ่นน้องตัวเล็กด้วยความสนใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างพึงพอใจ
"ห้องน่ารักดีนี่ครับ... เหมือนคนอยู่เลย" พายหยอดคำหวานใส่หนึ่งประโยคเต็มๆ จนต้นข้าวที่กำลังเดินถือตะกร้าผ้าไปที่ระเบียงต้องชะงักกึก หันมาค้อนควับใส่ทันที
"ปากหวานแบบนี้... สงสัยกินน้ำตาลแทนข้าวหรอกครับพี่! วางเสื้อไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมตากให้เอง รีบไสหัว... เอ้ย! รีบกลับห้องไปได้แล้วครับ ดึกแล้ว!" ต้นข้าวเอ่ยไล่พลางชี้ไปที่ราวกั้นระเบียง
พายยอมวางตะกร้าลงตามคำสั่งแต่โดยดี แต่แทนที่จะเดินออกไป ร่างสูงกลับทิ้งตัวลงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาปลายเตียง มองตามร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการสะบัดเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วหนีบไว้กับไม้แขวนผ้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบกับผิวเนียนละเอียดและร่องแก้มใสของต้นข้าว ทำให้ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นละมุนละไมจนพายเผลอมองค้างไปโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ... ความรู้สึกที่อยากจะหยุดเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด อยากมีเด็กขี้โวยวายคนนี้อยู่ใกล้ๆ แบบนี้ทุกวัน
"เสร็จ..." ต้นข้าวหันกลับมาจะเอ่ยปากไล่อีกรอบ แต่จังหวะนั้นเอง สายตากลับประสานเข้ากับดวงตาคมกริบของพายที่กำลังมองมาที่ตนด้วยแววתาอ่อนโยนแปลกประหลาด... แววตาที่ไม่มีคราบความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงประกายความอบอุ่นลึกล้ำที่ทำเอาลมหายใจของต้นข้าวสะดุดกึก
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงกลอง
"มองอะไรเล่า... หน้าผมมีอะไรติดอยู่รึไง" ต้นข้าวพยายามเอ่ยกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แต่ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู
พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างเล็กทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนต้นข้าวต้องถอยหลังไปจนติดขอบหน้าต่างระเบียง ไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้อีกแล้ว
"มีครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิดริมฝีปาก จนต้นข้าวต้องหลบตาพัลวัน
"อ...อะไรเล่า..."
"มี... หัวใจของพี่ติดอยู่แถวนี้ครับ"
ตึง!
คำพูดหยอดคำโตพ่วงด้วยสายตาแพรวพราวทำเอาต้นข้าวสติหลุดกระเจิง สมองประมวลผลไม่ทัน ชั่วพริบตาที่สติขาดผึ่ง มือบางก็ผลอกอกแกร่งออกไปเต็มแรงพร้อมกับเสียงโวยวายลั่นห้อง
"ออกไปเลยนะไอ้พี่บ้า! คนฉวยโอกาส!"
พายหัวเราะร่วนออกมาด้วยความชอบใจ ยอมถอยหลังเดินออกจากห้องไปแต่โดยดี แต่ก่อนจะปิดประตู เขาก็ยังไม่วายโผล่หน้าหล่อๆ เข้ามาทิ้งท้ายประโยคเด็ด
"ฝันดีนะครับน้องต้นข้าว... พรุ่งนี้เตรียมตัวรับผิดชอบเรื่องอื่นต่อได้เลยนะ!"
แกร๊ก... ประตูห้องปิดลงสนิท ทิ้งให้ต้นข้าวยืนหน้าแดงแจ๋อยู่กลางห้องคนเดียว มือบางยกขึ้นกุมแก้มร้อนผ่าวของตัวเองที่กำลังระอุขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
*ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะ!*
รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของคนตัวเล็กโดยไม่รู้ตัว แม้ในใจจะบ่นอุบอับแต่ลึกๆ กลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... คืนนี้คงเป็นคืนที่นอนหลับฝันดีที่สุดอีกคืนหนึ่ง
---
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาเติมเต็มรอยยิ้มและพื้นที่อบอุ่นแห่งนี้ร่วมกันนะครับ - สายลมแผ่วเบา*
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 4
รับผิดชอบด้วยครับพี่พาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!