"ถ้าพี่จีบเหมย... ข้าวจะว่ายังไงครับ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในร้านกาแฟใต้หอพัก ทำเอาหลอดกาแฟในมือของต้นข้าวเกือบงอคราบคามือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหู สมองที่กำลังประมวลผลเรื่องชีวมิติของวิชาบริหารธุรกิจถึงกับชะงักกึก
ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่ร่างสูงโปร่งของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที
"พี่พาย! พูดอะไรบ้าๆ ออกมาเนี่ย" ต้นข้าวโวยวายเสียงดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่คนโดนดุกลับแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทระบายความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"อ้าวดลุก... ก็พี่โสด เหมยก็โสด แถมเหมยยังน่ารัก เรียบร้อย พูดจาไพเราะน่าฟังกว่าเด็กแถวนี้ตั้งเยอะ ทำไมพี่จะจีบไม่ได้ล่ะครับ" พีรวิชญ์ลอยหน้าลอยตาตอบพลางยกกาแฟขึ้นจิบ สายตาคมกริบชำเลืองมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้
ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่ห้องพักข้างๆ พายก็ขยันหาเรื่องมาวอแวเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งฝากขนมไว้หน้าห้อง ทั้งเคาะประตูเรียกให้ไปช่วยดูท่อระบายน้ำ (ที่เจ้าตัวแกล้งทำตันเองชัดๆ) และวันนี้ก็ลากเขาลงมาติวหนังสือที่ร้านกาแฟข้างล่าง แต่ดันพาเหมย เพื่อนสนิทสายชงตัวแม่มาร่วมโต๊ะด้วยเพื่อแผนการบางอย่างที่ต้นข้าวเพิ่งมารู้ซึ้งเอานาทีนี้เอง
"ถ้าพี่อยากจีบเหมยนัก ก็ไปบอกเหมยนู่นครับ! มาบอกผมทำไม เลอะเทอะจริง" ต้นข้าวสะบัดหน้าหนี แสร้งก้มหน้าก้มตาจดโน้ตยิกๆ ลงในไอแพดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่ควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่พี่รหัสข้างห้องสุดกวนคนนี้จะไปสนใจคนอื่น
"อุ๊ย! พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะพี่พาย สนใจหนูจริงๆ เหรอเนี่ย" เหมยที่นั่งเงียบดูละครฉากใหญ่มานาน แกล้งทำเป็นเอามือทาบอก ตาเป็นประกายวิบวับตามสไตล์กองเชียร์เบอร์หนึ่งที่รับบทแสดงได้สมบทบาทเกินเบอร์
"สนสครับเหมย เหมยทั้งน่ารัก ใจดี ไม่เหมือนไอ้เด็กข้างๆ แถวนี้หรอก ปากคอเราะร้ายแถมขี้โวยวาย..." พายยังไม่วายหยอดคำแซวพ่วงท้าย พร้อมกับยื่นมือไปเคาะหน้าผากมนของคนที่นั่งทำหน้าบึ้งเป็นตูดทอดปลาอย่างมันเขี้ยว
"โอ๊ย! พี่พาย! มือผมนี่มีรอยนิ้วมือพี่ฝังอยู่กี่รอยแล้วเนี่ย ชอบนักนะเรื่องแต๊ะเนื้อต้องตัวเนี่ย!" ต้นข้าวปัดมือหนาออกทันควัน พร้อมกับถลึงตาใส่ด้วยความโมโหที่ซ่อนความเขินไว้แทบไม่มิด
"ก็เราน่าแกล้งนี่ครับ... หืม? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ หรือว่า... หึงพี่เหรอครับเด็กดี" พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาจนได้ยินกันแค่สองคน รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนต้นข้าวอยากจะหยิบแก้วกาแฟสาดใส่หน้าจริงๆ ให้ตายสเถอะ
"ใครหึง! บ้าหรือเปล่า! ผมจะไปหึงพี่ทำไมในเมื่อพี่ไม่ได้เป็นอะไรกับผม!" ต้นข้าวเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ เมินหน้าหนีไปทางกระจกใสร้านเพื่อหลบสายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นที่มองมาเหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปในใจ
"อ้าวเหรอ... นึกว่าหึงซะอีก เห็นหน้าบึ้งตึงตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ" พายหัวedในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายังคงสนุกกับการได้เห็นเจ้าเด็กบริหารฯ คนนี้แสดงอาการฟراطฟรัดออกมา ทุกครั้งที่ต้นข้าวหงุดหงิด มันคือความน่ารักที่เขาอยากจะเก็บไว้มองคนเดียว
เหมยแอบอมยิ้มกริ่ม รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนเกินที่โคตรจะมีประโยชน์ในสถานการณ์นี้ เธอแกล้งยกนาฬิกาสوارข้อมือขึ้นมาดูทำเป็นตกใจ
"อุ๊ย! ตายแล้วแก ต้นข้าว... ชั้นลืมไปเลยว่ามีนัดกับพี่รหัสคณะ ต้องรีบไปเอาชีทสรุปที่ตึกคณะวิทย์ว่ะ แกอยู่กับพี่พายไปก่อนนะ เดี๋ยวชั้นเดินกลับหอเอง" พูดจบ เหมยก็คว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนรักได้ท้วงติม
"เฮ้ยเหมย! เหมย! จะทิ้งกันแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!" ต้นข้าวร้องลั่น ลุกขึ้นจะคว้าแขนเพื่อนไว้ แต่ช้าไปเสียแล้ว ร่างบางของเพื่อนสาวเดินลิ่วออกจากร้านกาแฟไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายหน้าหล่อเพียงลำพัง
บรรยากาศบนโต๊ะตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ พายหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตบเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ว่างลง
"เพื่อนหนีไปแล้ว... นั่งลงดีๆ ครับ ไม่ต้องกลัวพี่กินหรอกน่า"
ต้นข้าวเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ รู้ทันทีว่ายัยเหมยเพื่อนรักคงโดนพี่พายติดสินบนอะไรมาแน่ๆ ถึงได้ทิ้งกันหน้าด้านๆ แบบนี้ แต่จะให้เดินหนีตอนนี้ก็เสียฟอร์มแย่ สุดท้ายเลยต้องจำใจหย่อนก้นลงนั่งที่เดิมอย่างจำยอม พร้อมกับกอดอกทำหน้าถมึงทึงใส่
"วางแผนกันไว้ล่ะสิครับ..." ต้นข้าวคาดโทษ
"เปล่าสักหน่อย เหมยเขามีธุระจริงๆ ต่างหากล่ะ" พายปฏิเสธหน้าตาย ก่อนจะเลื่อนจานเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มที่เพิ่งสั่งมาใหม่ไปตรงหน้าอีกฝ่าย "กินซะ จะได้เลิกทำหน้ายักษ์ใส่พี่สักที หน้าตาบูดบึ้งแบบนี้เดี๋ยวแก่เร็วนะครับ"
"ผมไม่ได้อยากกิน!"
"แต่พี่อยากให้กิน... อ้ามเร็ว" พายตักเค้กชิ้นพอดีคำขึ้นมาจ่อริมฝีปากของคนตรงข้าม ดวงตาคมมองนิ่งด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด จนต้นข้าวถึงกับชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะกับความใส่ใจที่เจืออยู่ในความกวนประสาทนั้น
กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตลอยแตะจมูก แต่สิ่งที่ทำให้ต้นข้าวใจเต้นแรงยิ่งกว่ากลับเป็นปลายนิ้วอุ่นที่แตะโดนพวงแก้มเนียนเบาๆ ตอนที่อีกฝ่ายขยับช้อนเข้าไปใกล้
"ถ้าไม่กิน... พี่จะป้อนด้วยวิธีอื่นนะ" พายกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือแค่เพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
ต้นข้าวสมองขาวโพลน หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างกายแข็งทื่อขยับหนีไปไหนไม่ได้ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถา ปากที่เคยเก่งกาจเถียงฉอดๆ ตอนนี้กลับเม้มสนิท สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะผลักอกเขาออกหรือควรจะหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
*ตึ้ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงอย่างกะทันหัน
ต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกห่างด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู มือบางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเพื่อหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งยิ้มล้อเลียนมาให้อย่างเปิดเผย
หน้าจอแสดงข้อความแชตจากแอปพลิเคชันไลน์... แต่ทว่า มันไม่ใช่ข้อความจากเหมย หรือจากเพื่อนคนไหนในกลุ่มคณะ
แต่มันคือข้อความจากบัญชีผู้ใช้ที่ใช้ชื่อว่า **"พี่ข้างห้อง (ที่หล่อที่สุดในชั้น 4)"**
[พี่ข้างห้อง (ที่หล่อที่สุดในชั้น 4)]: *เมื่อกี้เกือบได้จุ๊บแล้วเชียว... เสียดายจัง ไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่คงไม่พลาดแบบนี้แน่ครับเด็กดี*
ต้นข้าวเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่กับหน้าจอ สมองชาหนึบเมื่อตระหนักได้ว่า... คนที่ส่งข้อความนี้มานั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง! และไอ้การกระทำเมื่อกี้ มันคือแผนการยั่วประสาทขั้นสุดยอดที่พี่พายตั้งใจจะแกล้งเขาให้ตายใจเล่นๆ ใช่ไหมเนี่ย!
*- สายลมแผ่วเบา -*
พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 5
เพื่อนผมชื่อเหมย ไม่ใช่แฟนพี่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!