พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 6

โดนแกล้งทุกวัน ใจคอจะเอาอะไร

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
ถุงพลาสติกใสบรรจุกล่องข้าวไข่เจียวหมูสับที่ยังอุ่นจนไอน้ำเกาะฝา ถูกวางกระแทกเสียงดัง "ปุก" ลงบนโต๊ะอ่านหนังสือไม้สีอ่อนในห้องสมุดคณะบริหารฯ แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้ปากกาไฮলাইท์สีพาสเทลที่ผมกำลังตั้งใจเน้นเนื้อหาบัญชีต้นทุน กลิ้งหล่นตุ้บลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น "กินซะ น้องต้นข้าว หน้าตอบเป็นผีดิบเดินได้แบบนี้ เดี๋ยวอาจารย์นึกว่าคณะผมแอบสูบวิญญาณเด็กปีหนึ่งไปทำโครงงานหรอกนะครับ" น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ย่อตัวลงเก็บปากกาให้ผมอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน เขายื่นมันคืนมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ผมมองทีไรก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเอาหนังสือประมวลกฎหมายฟาดหน้าสักทีสองที ผมเงยหน้าขึ้นจากกองชีทเรียน ถลึงตาส่งให้คนตัวสูงที่ถือวิสาสะลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งหย่อนก้นลงไปหน้าตาเฉย ทั้งที่ห้องสมุดคณะผมออกจะกว้างใหญ่ไพศาล โต๊ะว่างมีเป็นร้อย แต่พ่อคุณกลับเลือกมาเบียดเบียนพื้นที่อันน้อยนิดของผมทุกที "พี่พาย! นี่ห้องสมุดคณะผมนะครับ ไม่ใช่โรงอาหารวิศวะ จะมาเดินแจกจ่ายเสบียงเรี่ยราดไม่ได้ แล้วอีกอย่าง... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ได้ชื่อต้นข้าวผีดิบ!" ผมกระซิบลอดไรฟันด้วยความโมโห พยายามควบคุมระดับเสียงไม่ให้ดังเกินจนบรรณารักษ์บรรณารักษ์สาวใหญ่โต๊ะมุมห้องส่งสายตาพิฆาตมาพิพากษา "อ้าว ก็ชื่อต้นข้าวเหมือนกัน จะเรียกอะไรก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละครับ" พีรวิชญ์ลอยหน้าลอยตาตอบ มือหนายื่นมาดีดหน้าผากผมเบา ๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว "อีกอย่าง พี่ไม่ได้เดินแจกเรี่ยราดนะ อันนี้ตั้งใจเอามาให้... น้องต้นข้าวคนเดียวโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย" ประโยคหลังเขากดเสียงต่ำลงเล็กน้อย พร้อมกับเลื่อนกล่องข้าวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ไอความร้อนอ่อน ๆ และกลิ่นหอมของไข่เจียวทอดใหม่ ๆ ลอยเข้าจมูกจนท้องที่ร้องโครกครากเมื่อครู่ต้องประท้วงเสียงดังขึ้นกว่าเดิม แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กลิ่นหอมของไข่เจียว... มันอยู่ที่ความสงสัยที่กำลังกัดกินหัวใจผมต่างหาก ผมหรี่ตามองคนตรงข้ามอย่างจับผิด วางปากกาลงแล้วกอดอกพิงพนักเก้าอี้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบที่มักจะมีประกายเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่เสมอ "เดี๋ยวก่อนนะพี่พาย... ช่วงนี้พี่ว่างมากเหรอครับ?" "หื้ม? ว่างอะไรล่ะ งานโปรเจกต์ส่งอาจารย์หัวข้อหน้าหัวหมุนจะตาย" พายเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง เอามือเท้าคางมองผมกลับ "ถ้างานยุ่งแล้วทำไม..." ผมเว้นจังหวะ หรี่ตาแคบลงกว่าเดิมเพื่อคาดคั้น "ทำไมต้องเดินข้ามตึกมาหาผมทุกวัน วันละสามเวลาหลังอาหาร ยิ่งกว่าแจกทาน หลอกล่อด้วยขนมบ้าง ข้าวบ้าง กวนประสาทผมบ้าง... ทั้งที่คณะพี่กับคณะผมนี่คนละฟากมหาวิทยาลัยเลยนะ" พายชะงักไปนิดเดียว... นิดเดียวจริง ๆ จนถ้าไม่สังเกตผมคงคิดว่าตาฝาด รอยยิ้มกวน ๆ ที่มุมปากจางหายไปเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์เดิมของเจ้าตัว "ก็เพราะว่า..." พายลากเสียงยาว ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นจนผมต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ "แถวนี้มีคนขี้แยคนหนึ่ง ชอบนั่งทำการบ้านจนหน้าดำคร่ำเครียด ไม่ยอมกินข้าว กินปลา แถมเวลาโดนแกล้งแล้วชอบทำหน้าเหมือนลูกแมวโดนแย่งปลาย่าง... น่ารักดี พี่ก็เลยชอบแกล้ง เอ้ย ชอบมาดู" "พี่พาย!" ผมโวยลั่นจนพี่รักษ์บรรณารักษ์หันขวับมามองค้อนควับทันที ผมเลยต้องรีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยพี่เขาปะหลก ๆ ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่ต้นเหตุที่นั่งอมยิ้มขำขันอยู่คนเดียว "ใครลูกแมว! ผมเป็นผู้ชายนะครับ สูงตั้งร้อยแปดสิบ!" "ร้อยแปดสิบเซนติเมตร แต่ตัวเท่าลูกแมวเปอร์เซียเนี่ยนะ?" พายหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาซอกคอผมร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ "เวลาโกรธแล้วแก้มป่อง ๆ แดง ๆ เหมือนลูกมะเขือเทศเนี่ย... น่าแกล้งกว่าเดิมอีกร้อยเท่าเลยรู้ตัวไหมครับ" ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อทำให้ความดันโลหิตผมพุ่งปรี๊ดโดยเฉพาะเลยใช่ไหม! ผมเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่สมองกำลังสั่งให้ด่ากราดออกไปยาว ๆ แต่ริมฝีปากมันกลับแข็งค้าง ทำได้แค่ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้แทนการตอบโต้ ทำไมนะ... ทำไมผมถึงต้องแพ้ทางรอยยิ้มและคำพูดกวนประสาทของไอ้พี่ข้างห้องคนนี้ทุกทีเลย บรรยากาศระหว่างเราเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษของนักศึกษาโต๊ะข้าง ๆ และเสียงแอร์ที่ดังหึ่งเบา ๆ พายไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานั่งมองผมนิ่ง ๆ สายตาที่มักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่นเมื่อครู่ กลับมีความอ่อนโยนบางอย่างเจืออยู่ลึก ๆ จนผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรง ๆ มือหนาเอื้อมมาหยิบกล่องข้าวเปิดฝาออกให้ พร้อมกับเลื่อนตะเกียบไม้ที่แกะเรียบร้อยแล้วมาวางไว้ตรงหน้าผม "กินซะ... ถ้าหมดนี่ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงชานมไข่มุกร้านโปรดที่ชอบบ่นว่าคิวยาวนักหนา เป็นกรณีพิเศษเลยเอ้า" พายยื่นข้อเสนอที่รู้จุดอ่อนของผมดีที่สุด "ใครบอกว่าผมอยากกิน..." ผมทำปากยื่นใส่ แต่สุดท้ายมือเจ้ากรรมก็เอื้อมไปหยิบตะเกียบมาถือไว้อย่างเสียไม่ได้ ก็คนมันหิวจนไส้จะขาดนี่นา ใครจะไปทนไหววะ "ปากแข็งจริง ๆ นะเราเนี่ย ระวังเถอะ..." พายพูดพึมพำเบา ๆ รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "ถ้าวันไหนพี่เลิกแกล้งขึ้นมาจริง ๆ... คนแถวนี้อาจจะร้องไห้งอแงยิ่งกว่าโดนแย่งของเล่นซะอีกนะ" ผมชะงักตะเกียบที่กำลังคีบหมูสับเข้าปาก หันไปมองค้อนเจ้าของคำพูดมั่นหน้าทันدي "ฝันไปเถอะครับ! ถ้าพี่เลิกมาวุ่นวายกับผมนะ ผมจะจุดธูปแก้บนสามวัดเลยคอยดู!" "ปากดี..." พายหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ยื่นมือมาขยี้ผมผมจนยุ่งเหยิงไปหมดโดยที่ผมไม่ทันได้หลบ "กินเข้าไปเลย ห้ามเหลือแม้แต่เม็ดเดียวนะครับเด็กดื้อ" ผมเคี้ยวข้าวตุงเต็มแก้ม พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมาจากมุมปาก ท่องไว้ในใจว่าไอ้พี่นี่มันน่ารำคาญที่สุดในสามโลก แต่ทำไม... ยิ่งโดนแกล้งแบบนี้ทุกวัน พื้นที่ในใจที่เคยมีไว้สำหรับตัวเอง มันถึงค่อย ๆ ถูกผู้ชายกวนประสาทคนนี้แทรกซึมเข้ามาครอบครองทีละนิด ๆ จนน่ากลัวแบบนี้ล่ะ หน้าจอโทรศัพท์มือถือวางคว่ำอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาเบา ๆ ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของผม ผมเหลือบสายตาไปมอง เห็นชื่อแจ้งเตือนไลน์กลุ่มเพื่อนสนิทเด้งขึ้นมารัว ๆ *เหมยเพื่อนรัก (วิญญาณหลุดออกจากร่าง):* [มึงงงงงง! อีต้นข้าววววว! กูเห็นนะ! มึงกับพี่พายวิศวะนั่งสวีทกินข้าวกันในห้องสมุดคณะกูเนี่ยนะ! ไหนบอกว่าเกลียดเขาไงวะ!] ผมสะดุ้งเฮือก รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคว่ำหน้าจอหนีทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาด้วยความสงสัย "ใครทักมาเหหน้าแดงเชียว หรือว่า... แอบคุยกับหนุ่มที่ไหนอยู่ครับเนี่ย?" พายหรี่ตาลง น้ำเสียงเจือแววไม่พอใจจาง ๆ อย่างปิดไม่มิด "เปล่าสักหน่อย!" ผมละล่ำละลักปฏิเสธ หน้าตาตื่นจนพิรุธพรั่งพรู รีบกดปลดล็อกหน้าจอเพื่อจะพิมพ์ปฏิเสธยายเหมยเพื่อนตัวดีที่คงกำลังนั่งหัวIเราะคิกคักอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่เพราะความลนลาน... นิ้วมือเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่มส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตสีชมพูหวานแหวว พร้อมกับข้อความที่พิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อจะแกล้งหยอกเพื่อนเล่น... แต่ดันเผลอกดส่งเข้าห้องแชตผิดคน! หน้าจอแสดงผลข้อความที่ถูกส่งตรงไปยังแชตส่วนตัวของ **"พี่พาย (คนกวนประสาท)"** ที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมพอดิบพอดี! *[ต้นข้าว]: งื้ออออ... พี่พายบ้าก็ไม่รู้... เค้าเขินจะตายอยู่แล้วนะรู้ไหม ❤️* พรึบ! บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงทันที ผมเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า สมองขาวโพลนราวกับโดนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ นิ้วมือแข็งค้างกลางอากาศ *ยกเลิกข้อความ! ยกเลิกเดี๋ยวนี้!* ผมรีบละล่ำละลักใช้นิ้วจิ้มหน้าจอยิก ๆ เพื่อจะกดยกเลิกข้อความมรณะนั้น แต่ทว่า... **"อ่านแล้ว"** สัญลักษณ์แจ้งเตือนสีเทาใต้ข้อความเปลี่ยนเป็นรูปโปรไฟล์ของคนตรงข้ามทันที พร้อมกับเสียงหัวფოในลำคอของพายที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบ ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ อย่างคนหมดทาง ดวงตาคมกริบของคนเป็นพี่กำลังมองจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองสลับกับใบหน้าที่ตอนนี้คงแดงก่ำลามไปถึงใบหูของผม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับของเจ้าตัวถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างช้า ๆ ก่อนที่พายจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรง ๆ พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาสติผมหลุดลอยออกนอกหน้าต่างไปไกล *"หืม... เมื่อกี้พิมพ์ว่าอะไรนะฃครับ ไหนลองพูดให้พี่ฟังชัด ๆ อีกทีซิ... น้องต้นข้าวคนดี"* ... *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนใจเต้นของทั้งคู่เสมอนะครับ)*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%