พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 1

ย้ายเข้าวันแรก ก็เจอตัวแสบเลย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าห้องข้างๆ ยังส่งเสียงโครมครามแบบนี้อีกสามนาที ผมจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาก่อกวนความสงบสุขและข้อหาพรากเอาความสงบวิเวกไปจากชีวิตเด็กปีหนึ่งตาดำๆ แล้วนะครับ!" เสียงโวยวายดังลั่นโถงทางเดินชั้นห้าของหอพักปาล์มเรสซิเดนซ์ พร้อมกับร่างโปร่งของ 'ต้นข้าว' ที่กำลังยืนเท้าสะเอว หน้าบึ้งตึงจนแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า มือข้างหนึ่งถือกล่องกระดาษลังเทปกาวรุ่ยๆ ไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดเต็มพิกัด หลังจากที่เขาเพิ่งลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ขึ้นมาจากชั้นล่างแล้วพบว่า เสียงเจาะผนองเจาะฝาหรืออะไรสักอย่างมันกำลังบรรเลงเพลงร็อกแบบไม่เกรงใจคนเพิ่งย้ายเข้าเลยสักนิด ก๊อกๆ! ต้นข้าวตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดหน้าห้องเลขที่ 509 ซึ่งอยู่เยื้องกับห้อง 510 ของเขาไปนิดเดียว นิ้วเรียวเคาะประตูห้องเป้าหมายด้วยแรงอารมณ์ที่มากกว่าปกติสองเท่า เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก "หลบไปครับน้อง ตัวเล็กแค่นี้ เดี๋ยวโดนแรงกระแทกกระเด็นไม่รู้ด้วยนะ" เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงคือผู้ชายตัวสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำยับยู่ยี่กับกางเกงวอร์มสีเทา เรือนผมยุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ. "นี่พี่! มารยาทน่ะมีไหมครับ เดินมาเงียบๆ แบบนี้อยากให้ผมหัวใจวายตายหรือไง แล้วนี่... ห้องพี่เหรอครับเนี่ย เสียงดังหนวกหูมากรู้ตัวบ้างไหม ผมจะจัดห้อง อ่านหนังสือ หรือแม้แต่นอนพักผ่อนไม่ได้เลยเนี่ย!" ต้นข้าวเปิดฉากพ่นคำบ่นใส่ชุดใหญ่ไฟกระพริบตามนิสัยที่เป็นคนปากไวและไม่ยอมใครอยู่แล้ว ผู้ชายคนนั้น—คนที่ต้นข้าวเพิ่งมารู้ทีหลังว่าชื่อ 'พาย' หรือ พีรวิชญ์ รุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์ข้างห้อง—เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆ เขากอดอกพิงกรอบประตูห้อง 509 มองเด็กปีหนึ่งตัวเล็กที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัดด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ "อ๋อ... เสียงเจาะผนังเมื่อกี้เหรอครับ พอดีพี่ทำชั้นวางหนังสือหลุดมือน่ะ น้องชื่ออะไรนะ? หน้าตาคุ้นๆ เหมือนคนแถวนี้... อ้อ ใช่ น้องต้นข้าว เด็กบริหารปีหนึ่งที่แม่บ้านเพิ่งเม้าท์ให้ฟังว่าเพิ่งย้ายมาใหม่เมื่อเช้าใช่ป่ะ" พายแกล้งทำเป็นจำได้ ทั้งที่ความจริงเขายืนแอบมองเด็กนี่ลากกระเป๋าพะรุงพะรังตั้งแต่หน้าลิฟต์มาสักพักแล้ว "ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีเลยครับ! ถึงผมจะเป็นเด็กใหม่ แต่ก็มีสิทธิ์ร้องเรียนนะถ้าพี่ทำเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่นแบบนี้" ต้นข้าวเชิดหน้าขึ้นเถียง ขยับตัวถอยหลังนิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายแกล้งก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่เด็กที่ลอยมาจากตัวรุ่นพี่คนนี้ "โห ดุจังวะ หน้าตาก็ออกจะน่ารัก ทำไมดุเหมือนหมาปั๊กโดนแย่งกระดูกเลยล่ะครับเนี่ย" พายหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ "แล้วนี่... ขนของมาคนเดียวเหรอครับแฟน... เอ๊ย เพื่อนไปไหนล่ะเนี่ย ถึงปล่อยให้เรามายกของหนักๆ คนเดียว" "เรื่องของผมครับ! เพื่อนผมติดธุระ... เอ้ย ไม่ใช่เรื่องที่พี่จะต้องมาใส่ใจสักหน่อย" ต้นข้าวเกือบหลุดปากบอกเรื่องที่เหมยเทเขาเพราะติดไปเดตกับหนุ่มคณะแพทย์แล้วเชียว โชคดีที่เบรกปากไว้ทัน ไม่งั้นคงโดนพี่พายเอาไปล้อจนถึงปีสี่แน่ๆ "อ่ะๆ โอเค ไม่ยุ่งก็ได้ แต่..." พายเว้นจังหวะไปนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหนา "ถ้าสำนึกผิดที่เสียงดังรบกวนน้องต้นข้าวเมื่อกี้... พี่ขอเลี้ยงชานมไข่มุกเป็นการไถ่โทษนะ สนใจป่ะล่ะ?" "ไม่ครับ! ผมไม่ได้อยากกินชานมไข่มุก ผมอยากได้ความสงบ!" ต้นข้าวปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจแอบสะดุ้งวูบกับรอยยิ้มนั้นแปลกๆ ทำไมพี่นี่ถึงดูอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเขานักนะ ยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้ ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หน้าตาดีเป็นบ้าแถมยังมีเสน่ห์แพรพราวชวนให้หงุดหงิดชะมัด "แน่ใจนะว่าจะไม่กิน? ร้านหน้าปากซอยไข่มุกหนึบหนับสูตรพิเศษเลยนะ เสียดายจัง... กะว่าจะเลี้ยงสักสองแก้วโตๆ ซะหน่อย" พายแกล้งทำเสียงเสียดายเบอร์ใหญ่ พร้อมกับทำท่าจะหันหลังกลับเข้าห้อง ต้นข้าวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมองกับหัวใจตีกันยุ่งเหยิง ปากบอกว่าไม่เอา แต่ตากลับเหลือบมองมือหนาที่ถือพวงกุญแจห้องไว้ ชานมไข่มุกร้านนั้นคือน้ำตาลในเลือดที่เขาโหยหามาตลอดการเดินทางย้ายหออันแสนเหน็ดเหนื่อยนะ... "เอ่อ... คือ..." ต้นข้าวอึกอัก เสียงแข็งเมื่อกี้หายไปไหนหมดไม่รู้ "หืมนว่าไงครับ? ตกลงจะเอาชานมหรือจะเอาความเงียบดีล่ะ" พายหันกลับมาเลิกคิ้วถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาราวกับรู้ทันความคิดของเด็กตรงหน้าทุกอย่าง ต้นข้าวยืนเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนเสียฟอร์ม มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่นด้วยความขัดแย้งในใจ ระหว่างศักดิ์ศรีของเด็กปีหนึ่งผู้ไม่ยอมก้มหัวให้รุ่นพี่สายกวนประสาท กับความอยากกินชานมไข่มุกฟรีที่กำลังร้องเรียกหา... ในจังหวะที่ต้นสติกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความหยิ่งกับความอยากอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี *Ping!* ต้นข้าวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู คิดว่าเป็นเหมยที่ส่งข้อความมาถามไถ่ แต่พอยกดูกลับพบว่าเป็นข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่เพิ่งเพิ่มเพื่อนกันสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้จากบัญชีของคนตรงหน้า **[Paiii_v: ส่งรูปภาพ]** *(ภาพถ่ายระยะประชิดของต้นข้าวที่กำลังทำหน้ายุ่งเหยิงขมวดคิ้วมุละมิเมื่อกี้ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า: "หน้าบึ้งแบบนี้... เดี๋ยวพี่พาไปกินชาบูเติมความหวานให้หายงอนนะเด็กน้อย")* ต้นข้าวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองพี่พายทันที แต่ทว่า... รุ่นพี่ตัวแสบกลับก้าวถอยหลังเข้าห้อง ปิดประตูใส่หน้าเขาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มลอดออกมาจากหลังบานประตู "พี่รอatหน้าห้องนะ ให้เวลาจัดกระเป๋าหนาทีกรุณาแต่งตัวสวยๆ ลงมาด้วยล่ะ!" ต้นข้าวยืนค้างเติ่งอยู่หน้าห้อง 510 หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ปากบางขยับงบพึมพำกับความหน้ามึนของอีกฝ่าย ทั้งโมโห ทั้งเขิน จนทำอะไรไม่ถูก ให้ตายเถอะ... ย้ายเข้าวันแรก ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของต้นข้าวก็มีอันต้องวุ่นวายเพราะพี่ข้างห้องคนนี้ซะแล้วสิ! --- *(เชิงอรรถจากนักเขียน)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาทักทายและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%