พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 25

เราเป็นอะไรกันครับ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าพายยังกวนประสาทไม่เลิก ข้าวจะย้ายของออกจากห้องนี้คืนนี้เลยนะครับ!" เสียงตวาดแหวด้วยความเหลืออดดังลั่นห้องนั่งเล่น พร้อมกับหมอนอิงสีเทาที่ลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับอกแกร่งของร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ พีรวิชญ์หรือ 'พี่พาย' ตัวแสบประจำคอนโดมิเนียมชั้นเจ็ด ไม่ได้หลบหลบวิถีหมอนแต่อย่างใด เขากลับคว้ามันไว้ด้วยมือเดียว ยักคิ้วหลิ่วตาใส่คนที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัด แก้มใสๆ แดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขินจนเกินต้าน) "โถ่ ตัวเล็ก... จะย้ายไปไหนล่ะครับ ห้องข้างๆ ก็ห้องพี่ ห้องอื่นเขาก็เต็ม แถมใครจะคอยต้มมาม่ารอบดึกให้กิน ซักผ้าห่มให้ แล้วก็นอนกอด... เอ๊ย คอยเป็นหมอนข้างมนุษย์ให้เวลานอนล่ะครับ" พายแกล้งลากเสียงยาว ลอยหน้าลอยตาเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว จนต้นข้าวต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ใครให้พี่พายมากอดผม! แล้วใครใช้ให้มาทำตัวสนิทสนมเกินเบอร์แบบนี้เล่า!" ต้นข้าวโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก มือบางพยายามผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงเด็กบริหารปีหนึ่งจะสู้แรงไอ้พี่ว้ากปีสามคณะวิศวะฯ ตัวควายได้ พายรวบข้อมือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กกว่าตรึงไว้เหนือหัวเบาๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนต้นข้าวต้องหลบสายตา หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไรวะ หน้าด้าน หน้ามึน แล้วก็อันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า! ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ ชีวิตอันแสนสงบสุขของต้นข้าวก็พังทลายลงไม่เป็นท่า จากตอนแรกที่เป็นแค่ 'พี่ข้างห้องจอมกวน' ที่ชอบมาเคาะประตูขอไข่ไก่ น้ำปลา หรือไม่ก็มายืนกวนโมโหหน้าห้องทุกวัน กลับกลายเป็นความคุ้นเคยที่แทรกซึมเข้ามาในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งข้าวกล่องมื้อเช้าที่แขวนไว้หน้าห้องทุกวัน ทั้งยาแก้ปวดตอนที่เขาเป็นไข้ หรือแม้กระทั่งอ้อมกอดอุ่นๆ ในวันที่เขาเจอเรื่องเครียดจากมหาวิทยาลัย พายทำเหมือนเขาเป็นคนพิเศษ... ทำเหมือนเขาเป็นเจ้าของหัวใจ แต่วันนี้... มันต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง! ความคลุมเครือนี้มันกัดกินใจเขาจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว เป็นพี่น้องข้างห้อง? เป็นเพื่อนสนิท? หรือเป็นอะไรกันแน่ ถึงได้ทำตัวรุ่มร่ามและหยอดคำหวานใส่กันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน "ปล่อยเลยนะ!" ต้นข้าวสะบัดข้อมือออกจากการพันธนาการเมื่อพายเผลอคลายแรง ก่อนจะถอยร่นมาตั้งหลักที่กลางห้อง ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงด้วยความจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องนั่งเล่นชั่วขณะ รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของพายค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อเห็นแววตาจริงจังที่สั่นระริกเล็กน้อยของคนตรงหน้า "เป็นอะไรครับคนเก่ง ทำไมทำหน้าซีดแบบนั้น โกรธจริงเหรอเนี่ย พี่แค่ล้อเล่นเองนะ" พายเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเข้าไปหาด้วยความห่วงใย มือหนายื่นออกไปหมายจะลูบกลุ่มผมนุ่ม แต่มือบางกลับปัดออกอย่างแรง "หยุดเลยครับ!" ต้นข้าวตะโกนลั่น เสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังต้องชะงัก "พี่พาย... เราเลิกเล่นแบบนี้สักทีได้ไหมครับ" "เล่น? เล่นอะไรครับ ข้าวพูดเรื่องอะไร พี่ไม่ได้เล่นนะ" พายขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเมื่อเห็นน้ำตาคลอเบ้าอยู่ในหน่วยตาคู่สวยนั้น "ก็ทำแบบนี้แหละ! ทำเป็นมาดูแล ทำเป็นมาหยอด ทำเป็นหึงหวงเวลาผมคุยกับไอ้หมอ หรือเวลาเพื่อนผมมาหาที่ห้อง ทั้งหมดเนี่ย... พี่ทำไปทำไมวะ!" น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นไหลอาบแก้มใส ต้นข้าวระเบิดความอัดอั้นตันใจที่เก็บไว้มานานนับเดือนออกมา "ถ้าไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องทำตัวให้ความหวังกันด้วยวะครับ! พี่พายเห็นผมเป็นตัวตลกเหรอ ที่คอยวิ่งตามความรู้สึกตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวเนี่ย!" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกายังดังชัดเจน พายยืนนิ่งค้างไปกับคำถามกระแทกใจ ยอมรับเลยว่าเขาสตั๊นไปสามวินาที สมองที่เคยประมวลผลเรื่องยากๆ ในคณะวิศวะฯ กลับว่างเปล่าเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของเด็กตรงหน้า ตัวตลกเหรอ? ให้ความหวังเหรอ? หึ... ไอ้พายเอ้ย แกนี่มันซื่อบื้อชะมัด ปล่อยให้เด็กมันคิดมากจนร้องไห้ออกมาได้ยังไงวะเนี่ย! "ข้าว..." พายเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว ก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ แต่ต้นข้าวกลับถอยหนี ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ ด้วยความน้อยใจ "ไม่ต้องมาเดินเข้าใกล้ผมเลย! ผมถาม ทำไมไม่ตอบล่ะครับ หรือที่ผ่านมา... ผมคิดไปเองคนเดียวเหรอวะ" ประโยคสุดท้ายเสียงสั่นพร่าจนน่าสงสาร หัวใจของพายกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อรู้ว่าความกวนประสาทและฟอร์มจัดของตัวเอง เกือบจะทำลายความรู้สึกดีๆ ที่อุตส่าห์ก่อร่างสร้างมาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ร่างสูงถอนหายใจยาวเหยียด แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและจริงจังอย่างที่ต้นข้าวไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "คิดไปเองเหรอครับ..." พายทวนคำ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบ "เด็กโง่เอ้ย... คิดได้ยังไงว่าพี่ไม่ได้คิดอะไร" ต้นข้าวชะงัก เงยหน้าขึ้นมองสบตากับร่างสูงที่ตอนนี้เดินเข้ามาประชิดตัวโดยที่เขาไม่มีแรงจะถอยหนีอีกต่อไป มืออุ่นจัดของพายเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าเนียนทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มใสอย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจที่กำลังจะแตกสลายกลับมาเต้นแรงขึ้นอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง "พี่พาย..." "ฟังพี่ดีๆ นะครับ... และจำไว้ให้ขึ้นใจด้วย" พายสบตาเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่ยังรื้นไปด้วยน้ำตา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในหัวใจของกันและกัน "ที่พี่กวนประสาท... เพราะอยากเห็นหน้าเวลาข้าวหงุดหงิด ที่คอยตามตื๊อ... เพราะอยากอยู่ในสายตา ที่คอยดูแลเอาใจใส่... เพราะพี่หวง กลัวว่าจะมีหมาที่ไหนคาบเด็กบริหารหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ไปกินซะก่อน" พายเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมระบายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่สลักลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนมอง "ส่วนคำถามที่ว่า... เราเป็นอะไรกัน" พายโน้มใบหน้าลงมา กระซิบถ้อยคำที่ทำให้คนฟังแทบหยุดหายใจชิดริมหู "เป็นแฟนกัน... ตั้งแต่วันที่น้องข้าวเดินมาด่าพี่หน้าห้องเมื่อสามเดือนก่อนแล้วครับ" ตึ้บ! ราวกับมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางหัวสมอง ต้นข้าวอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพรักที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว หน้าที่แดงอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งแดงลามไปถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ฮะ... ว่าไงนะ? เป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน? แล้วทำไมไอ้พี่บ้านี่ถึงเพิ่งมาบอกเล่า! "พะ... พี่พายพูดบ้าอะไรเนี่ย ใครตกลงเป็นแฟนพี่ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนฟะ!" ต้นข้าวละล่ำละลักโวยวาย กลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาจนร่างแทบไหม้ มือบางทุบอกแกร่งไปทีหนึ่งแก้เขิน "อ้าว ก็ไม่ได้พูดเหรอครับ แต่พฤติกรรมมันฟ้องชัดเจนขนาดนั้น ข้าวซักเสื้อผ้าให้พี่ ทำกับข้าวให้กิน นอนห้องเดียวกันเกือบทุกคืน แบบนี้ไม่เรียกว่าแฟน จะให้เรียกว่าเมีย... เอ๊ย ว่าที่ภรรยาในอนาคตดีล่ะครับ" พายหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รวบเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังคางลงบนไหล่ลาดของคนขี้โวยวายที่ตอนนี้ตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้เขากอดตามใจชอบ "ใครเมียพี่! พูดจาทะลึ่งตึงตังอีกแล้วนะ!" ต้นข้าวแหวลั่น ซุกหน้าลงกับอกเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนแทบจะระเบิด พยายามดิ้นรบเร้าแต่ก็สู้แรงกอดรัดที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นไม่ได้เลย หัวใจเจ้ากรรมก็เอาแต่เต้นระรัวเป็นกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ให้ตายเถอะ... แพ้ราบคาบอีกแล้วสินะเรา ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนมดแทบขึ้นห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายที่คุ้นเคยดีของเพื่อนสนิทตัวแสบ "ไอ้ข้าว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! มึงอย่าบอกนะว่าอยู่ในห้องกับไอ้พี่พายสองต่อสอง แล้วกำลังทำมิดีมิร้ายกันอยู่! กูอุตส่าห์ซื้อชานมไข่มุกมาฝาก เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย!" เสียงของเหมยดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูห้องที่ดังแกรกกราก ต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกพายให้ออกห่างทันที ใบหน้าหวานตื่นตระหนกสุดขีดเพราะลืมไปสนิทว่าเพื่อนสนิทตัวดีกำลังจะมาติวหนังสือที่ห้องวันนี้! พายขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างขัดใจที่มารบกวนเวลาสวีท แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากเอวบางแต่โดยดี พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก "แฟนใครเนี่ย น่ารักชะมัด... ไปเปิดประตูสครับ เดี๋ยวพี่ไปต้มน้ำชงชานมให้ 'เพื่อนรัก' ของเราเอง" พายหยิกแก้มใสด้วยความหมั่นเขี้ยวทีหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าครัวไปหน้าตาเฉย ต้นข้าวสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เดินตรงไปเปิดประตูห้องด้วยหัวใจที่เต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ ทั้งเขิน ทั้งตื่นเต้น และ... มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่าง 'เหมย' ที่ยืนถือชานมไข่มุกอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นร่างสูงโปรดของใครบางคน... คนที่ต้นข้าวไม่คาดคิดว่าจะได้เจออีกครั้งในชีวิต และเป็นคนที่กุมความลับอันเจ็บปวดในอดีตของเขาเอาไว้ทั้งหมด! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าถอดสีจนซีดเผือด เมื่อร่างนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบให้ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "ไง... น้องข้าว ไม่เจอกันนานเลยนะ จำพี่ได้หรือเปล่า?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยอยู่เคียงข้างและเดินทางความรักของพี่พายกับน้องข้าวมาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าจะพาไปฟินจิกหมอนและลุ้นระทึกกับปมปริศนาในตอนต่อไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%