พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม)•ตอนที่ 9

ห้ามดื้อกับพี่เข้าใจไหม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าเธอเดินหนีฉันอีกก้าวเดียว คืนนี้ฉันจะย้ายสัมภาระมานอนขวางหน้าห้องเด็กบริหารแถวนี้ให้ดูจริงๆ ด้วย" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววคาดโทษดังขึ้นกระชั้นชิด พร้อมกับฝ่าหนาใหญ่ที่เอื้อมมาคว้าข้อมือผมไว้ด้วยแรงพอเหมาะ ไม่ให้เจ็บแต่ก็ดึงดันจนผมต้องหมุนตัวกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดปนความอบอุ่นแบบผู้ชายอบอุ่นที่คุ้นเคยลอยแตะจมูกทันที ทำเอาสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของผมเตลิดไปไกลกว่าเดิม ผม—ต้นข้าว เด็กปีหนึ่งคณะบริหารที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคม (ในมโนของตัวเอง) หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าร้อนผ่าวราvarจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความโกรธปนความเขินที่ตีรวนกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรกันแน่ "พี่พาย! ปล่อยผมนะ! ใครอนุญาตให้มาจับมือถือแขนผมแบบนี้เล่า!" ผมโวยวายเสียงดังลั่นทางเดินหน้าลิฟต์คอนโดฯ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงเด็กบริหารตัวบางๆ จะสู้แรงไอ้รุ่นพี่ตัวควายจากคณะวิศวะฯ คนนี้ได้ "ก็เธอดื้อ" พีรวิชญ์ หรือพี่พายของใครหลายๆ คน (ยกเว้นผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่อยากนับ) ถอนหายใจเบาๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "บอกให้อย่าเพิ่งเดินหนี ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงครับ หื้ม?" ประโยคหลังเขาก้มหน้าลงมากระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลากเสียงยาวตรงคำว่า 'หื้ม' ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ร่างกายแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ พานทำให้สมองประมวลผลช้าลงไปสามวิฯ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไรวะ ทำไมถึงอันตรายต่อสุขภาพจิต (และสุขภาพหัวใจ) ขนาดนี้! เรื่องมันเริ่มต้นจากความซุ่มซ่ามระดับสิบของผมเอง เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผมดันไปทำแฟ้มเอกสารงานกลุ่มวิชาโทที่ต้องส่งด่วนตกกระจายเกลื่อนพื้นหน้าห้องสมุดคณะ แล้วไอ้พี่พายเจ้ากรรมนายเวรคนนี้ดันเดินผ่านมาเห็นพอดี แทนที่จะเดินข้ามหัวไปเหมือนคนอื่น เขากดันย่อตัวลงช่วยเก็บแถมยังอาสาขับรถพาไปปริ้นท์เอกสารใหม่แถมเลี้ยงข้าวต้มมื้อใหญ่เพื่อเป็นการปลอบขวัญ แต่มันจะไม่พีคเลย ถ้าหากว่าระหว่างทาง... ผมดันเผลอหลุดปากบ่นงึมงำว่า 'พี่นี่ชอบเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมจังวะ' ออกไป แล้วโดนสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นสวนกลับมาด้วยประโยคที่ทำเอาผมสำลักน้ำชา *‘ก็เพราะสนใจ ถึงได้วุ่นวายครับ... ไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอว่าพี่จีบอยู่’* จังหวะนั้นผมจำได้แม่นเลยว่าตัวเองช็อกจนทำอะไรไม่ถูก สมองดับสนิท รีบคว้ากระเป๋าแล้วสกิดตีนแมววิ่งหนีออกมาจากร้านข้าวต้มแบบไม่คิดชีวิต จนกระทั่งมาโดนรวบตัวไว้ได้ที่หน้าห้องพักของตัวเองนี่แหละครับ! "ใครให้พี่มาพูดจาแปลกๆ แบบนั้นเล่า!" ผมสะบัดหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างแต่เขากลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มตึกสิบชั้น "แล้วใครเขาใช้ให้มาจีบผมล่ะ ผมไม่ได้อนุญาตสักหน่อย!" "อ้าว ความรักนี่ต้องขออนุญาตด้วยเหรอครับ เพิ่งรู้" พี่พายเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง "แล้วอีกอย่าง... เมื่อกี้ใครวิ่งหนีพี่หน้าตาตื่น ลืมกระเป๋าตังค์ไว้บนโต๊ะอาหารจนพี่ต้องวิ่งเอามาคืนให้เนี่ย หืม?" ฉิบหายแล้ว... กระเป๋าตังค์! ผมรีบก้มมองมืออีกข้างของเขาที่ไม่ได้จับข้อมือผมไว้ และใช่ครับ... กระเป๋าผ้าสีครีมใบโปรดของผมอยู่ในกำมือเขาจริงๆ หน้าชาซู่ขึ้นมาทันที อับอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนีตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด "เอามานี่เลยนะ!" ผมพยายามจะแย่งกระเป๋าคืน แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมให้คว้าได้ง่ายๆ พี่พายชูกระเป๋าขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงของเราต่างกันพอสมควร ผมที่สูงแค่ไหล่เขาจึงทำได้แค่เขย่งปลายเท้าคว้าอากาศไปมาอย่างน่าสมเพช "อยากได้เหรอครับ?" เขาก้มลงมองผมที่กำลังกระโดดเหยงๆ เหมือนกระต่ายตื่นตูมด้วยสายตาเอ็นดูระคนขบขัน "ถ้าอยากได้คืน ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน" "ข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีก! พี่พาย อย่ามาเล่นลิ้นนะ!" "ไม่ได้เล่นลิ้นสักหน่อย พูดจริง" ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างเราลดลงจนน่าใจหาย ดวงตากลมโตของผมเบิกกว้างขึ้นอัตโนมัติเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายปะทะเข้ากับพวงแก้มที่กำลังร้อนผ่าว "พรุ่งนี้... เลิกเรียนแล้วห้ามกลับห้องทันที ต้องไปกินไอติมกับพี่ที่ห้างหน้ามอ เป็นอันเข้าใจตรงกันนะครับ" "ทำไมผมต้องไป!" ผมโวยวายเสียงหลง หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ผมมีงานต้องทำ มีโปรเจกต์ต้องปั่นนะพี่!" "งานบริหารส่งตั้งสัปดาห์หน้า พี่จำตารางเรียนเราได้น่า" เขายิ้มละมุน ช็อตนี้แหละที่ผมแพ้ทางที่สุด... รอยยิ้มแบบพ่อไมโครเวฟที่ชอบงัดออกมาใช้เวลาจะเผด็จศึกเนี่ย! "ถ้าดื้อ... พี่จะอุ้มพาดบ่าแล้วแบกเข้าห้องเธอจริงๆ ด้วยนะต้นข้าว" "พี่พาย! ทุเรศ! ใครจะไปยอมให้ทำแบบนั้น!" "ก็ลองดูสิครับว่าพี่กล้าทำไหม" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอาผมสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขาสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นถนนหน้าห้องอยู่รอมร่อ ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว... อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กบริหารปีหนึ่งคนนี้เหลือเกิน พี่พายหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผมยืนเม้มปากแน่น หน้าบึ้งตึงแต่ไม่กล้าเถียงต่อ เขายอมลดมือที่ชูกระเป๋าลงมาวางแปะไว้บนศีรษะของผมเบาๆ แล้วโยกไปมาสองทีด้วยความเอ็นดู "เด็กดี... ห้ามดื้อกับพี่เข้าใจไหมครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลที่เอ่ยออกมาทำเอาผมรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด สมองตื้อตันจนคิดคำด่าไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้าหูแดงแจ๋ ปล่อยให้เขาจัดการตามใจชอบ "เอ้า... กระเป๋าตังค์ครับ เช็คดูด้วยว่าอยู่ครบหรือเปล่า" เขายื่นกระเป๋าคืนให้ พร้อมกับจ้องมองผมด้วยสายตาที่อบอุ่นเสียจนผมต้องรีบคว้าหมับแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น "อื้อ! รู้แล้วน่า กลับห้องไปได้แล้วไป!" ผมไล่เสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอาย รีบไขกุญแจห้องตัวเองด้วยมือที่สั่นระริก "ฝันดีนะครับตัวเล็ก... พรุ่งนี้เลิกเรียนห้ามเบี้ยว ไม่เช่นนั้นพี่บุกห้องจริงด้วยนะ" ประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้ก่อนที่เสียงปิดประตูห้องฝั่งตรงข้ามจะดังขึ้นตามมา ผมทรุดตัวลงพิงแผ่นบานประตูห้องตัวเองทันที ยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวจนไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันคงแดงแจ๋ไม่ต่างจากลูกมะเขือเทศสุก ให้ตายเถอะ... แบบนี้จะไม่ให้ใจสั่นได้ยังไงกันเล่า! ผมถอนหายใจยาวเหยียด พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังรวนเร ก่อนจะตัดสินใจเดินไปทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าบนเตียงนอนนุ่ม หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจจะส่งข้อความไปหาเหมยเพื่อนสนิทเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่โดนไอ้รุ่นพี่ปีสามแกล้งจนน่วม แต่นิ้วเรียวยังไม่ทันได้กดพิมพ์หาเพื่อนสนิท หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับแจ้งเตือนข้อความแชทจากบุคคลที่เพิ่งแยกย้ายกันไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว *(1 ข้อความใหม่จาก: พี่พายวิศวะปากหมา)* ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย นิ้วมือเรียวกดเปิดเข้าไปดูข้อความในแอปพลิเคชันสีเขียวทันที หัวใจเจ้ากรรมกลับมากระหน่ำเต้นแรงขึ้นมาอีกรอบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย **[พี่พายวิศวะปากหมา]:** *พรุ่งนี้แต่งตัวหล่อๆ นะครับ... แฟนใครไม่รู้ น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ* *ติ๊ง!* ตามมาด้วยข้อความที่สองที่ถูกส่งเข้ามาติดๆ ทำเอาผมแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่ออ่านประโยคถัดมาที่ปรากฏบนหน้าจอ **[พี่พายวิศวะปากหมา]:** *อ้อ... แล้วก็เลิกน่ารักใส่สักทีเถอะครับ รู้ตัวไหมว่ายิ่งดื้อ ยิ่งอยากฟัดให้จมเขี้ยวเลยนะ... ต้นข้าว* ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นสุดขีด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักได้ว่า... ประโยคนี้มันหมายความว่าอะไรกันแน่! รี้ดเดอร์ทุกคนครับ... ช่วยผมด้วย แบบนี้ผมควรจะตอบกลับว่าอะไรดีวะเนี่ย! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาอมยิ้มและใจเต้นแรงไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ... เลิกกวนประสาท (จะได้ไหม) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%