ตราประทับสีแดงสดบนกระดาษเอกสารแผนงานโปรเจกต์นวัตกรรมสะพานอัจฉริยะ คือเสียงคำรามที่ดังที่สุดในรอบสามเดือนที่ผ่านมา
"ผ่าน."
คำสั้นๆ เพียงพยางค์เดียวจากปากศาสตราจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำเอาความตึงเครียดที่ขมุกขมัวอยู่ในห้องประชุมเล็กนานนับชั่วโมงมลายหายไปในพริบตา ฟ้าครามถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ลู่ลง ร่างบางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ดวงตาคู่สวยฉายแววโล่งอกอย่างปิดไม่มิด ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู
ความเหนื่อยล้า หยาดเหงื่อ และกาแฟกระป๋องนับไม่ถ้วนที่ซดแทนข้าวเย็น ในที่สุดก็มีความหมาย
"บอกแล้วไงครับว่าแผนที่เราเตรียมมามันไร้รอยต่อพอที่จะปิดปากพวกกรรมการได้"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระดาษรายงานแผ่นสุดท้ายที่ถูกเก็บเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ รินทร์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหล่อเหลายังคงเรียบเฉยตามวิสัยของกัปตันทีมบาสผู้สุขุม แต่แววตาคมกราบที่ทอดมองคนตรงข้ามกลับพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
ฟ้าครามปรายตามองค้อนนิดๆ แม้จะดีใจจนเนื้อเต้นแต่ก็ยังไม่วายขอเถียงตามนิสัย "อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยครับคุณรินทร์ ตอนที่อาจารย์ถามจี้เรื่องงบประมาณโครงสร้างเมื่อสัปดาห์ก่อน ใครกันนะที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาจนผมต้องเป็นคนช่วยรับหน้าแทน"
"ผมแค่กำลังประเมินความน่าจะเป็นในการตั้งคำถามของแก๊งกรรมการต่างหาก ไม่ได้กลัวสักหน่อย" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ตัวที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ มือหนาทิ้งลงบนพนักพิง กักตัวร่างบางไว้ในอาณาเขตกลายๆ "อีกอย่าง... คนที่ปากเก่งใส่กรรมการจนผมต้องคอยดึงชายเสื้อเตือนสติใต้โต๊ะ ก็ไม่ใช่ใครอื่นหรอกมั้งครับ"
"ก็มันหงุดหงิดนี่ครับ พวกเขาตั้งธงอคติกับโปรเจกต์เราตั้งแต่วันแรก ถ้าไม่ตอกกลับด้วยตัวเลขสถิติแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน มีหวังโดนปัดตกตั้งแต่รอบแรกแล้ว" ฟ้าครามเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นที่รินทร์มองว่าทั้งน่าหมั่นไส้และน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน
ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา กลิ่นอายความสำเร็จผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงบลงอย่างประหลาด รินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้มเนียน ฟ้าครามชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นจากผลงานวิศวะเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแววตาคลั่งรักที่อีกฝ่ายจงใจเปิดเปลือยให้เห็นยามที่อยู่ด้วยกันแค่สองคน
"เก่งมากครับ... ตัวแสบของผม"
น้ำเสียงทุ้มแผ่วเบาที่เอ่ยชมอย่างจริงจัง ทำเอาเลือดในกายของฟ้าครามพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอัดแน่นบนพวงแก้ม ร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามไว้ไม่อยู่ ปากก็ยังคงแข็งตามฟอร์ม "ใครเป็นตัวแสบของคุณกัน... เลิกพูดจาเลี่ยนๆ ได้แล้วครับ ขนลุกหมดแล้ว"
"ปากแข็งจังนะครับ ทั้งที่หน้าแดงลามไปถึงใบหูหมดแล้วเนี่ยนะ" รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทรงเสน่ห์และทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างของฟ้าครามได้ราบคาบ "ไหนๆ โปรเจกต์รอบแรกก็ผ่านฉลุยแล้ว ตามสัญญา... วันนี้ผมต้องพาคุณไปฉลองตามใจชอบครับ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
ห้องสี่เหลี่ยมเงียบสงบในยามค่ำคืนของร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์โมเดิร์นถูกเลือกเป็นสถานที่ฉลองความสำเร็จก้าวแรก ทั้งสองเลือกโต๊ะมุมสุดที่เป็นส่วนตัว แสงไฟสลัวสีส้มอมเหลืองช่วยขับให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น แก้วเครื่องดื่มเย็นฉ่ำถูกชนเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มของคนทั้งคู่ที่ต่างรู้ดีว่ากว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง
"ไม่นึกเลยนะครับว่าเราจะลากสังขารผ่านด่านอรหันต์ของคณะมาได้" ฟ้าครามจิบเครื่องดื่มในแก้วก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอีกครั้ง ดวงตากลมมองบรรยากาศรอบตัว "ขอบคุณนะครับรินทร์... ถ้าไม่ได้คุณช่วยตบเข้าระบบตอนที่ผมเครียดจนสติหลุด วันนี้เราคงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้หรอก"
รินทร์วางแก้วลง ช้อนสายตาขึ้นสบมองคนตรงข้ามอย่างมีความหมาย แสงไฟวับแวมสะท้อนอยู่ในดวงตาคมคลาวนั้น "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ฟ้าคราม... คุณไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ผมบอกให้คุณพัก คุณก็ยังดึงดันจะทำต่อ แรงผลักดันของคุณมันทำให้ผมละอายใจทุกทีที่คิดจะท้อ"
คำชมที่ออกมาจากใจจริงทำเอาฟ้าครามพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้ามองปลายนิ้วตัวเองที่วนอยู่รอบปากแก้ว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก ปมในใจเรื่องการเป็นรองใครหรือความกลัวที่จะไม่ดีพอ ค่อยๆ ถูกความอบอุ่นจากผู้ชายคนนี้หลอมละลายทีละน้อย
"ผมแค่อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า... ผมยืนเคียงข้างคุณได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นภาระ" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบaจนแทบจมหายไปกับเสียงเพลงคลอเบาๆ ในร้าน
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนถ่ายทอดความมั่นคงและความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจ "คุณไม่เคยเป็นภาระของผมเลยครับฟ้าคราม... คุณคือเป้าหมายเดียวที่ผมอยากชนะมาโดยตลอด และในตอนนี้..."
กัปตันหนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักแบบที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน "ชัยชนะที่ดีที่สุดของผม... คือการได้มีคุณอยู่ข้างๆ แบบนี้ต่างหากครับ"
ฟ้าครามแทบหยุดหายใจ สมองขาวโพลน คำพูดหวานเลี่ยนที่ปกติคงโดนสวนกลับด้วยหมัดหนักๆ ตอนนี้กลับทำให้หัวใจเต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ ความใกล้ชิดที่ทวีคูณทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันหัน รินทร์ค่อยๆโน้มใบหน้าลงมา ปลายทางคือริมฝีปากนิ่มที่กำลังเผยอค้างอย่างตกใจ
ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากจะแตะกัน...
*แกร็ก!*
เสียงผลักประตูกระจกหน้าร้านเปิดออก พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มคนที่เดินเข้ามาใหม่ ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงในพริบตา ฟ้าครามสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากกาลกุมของรินทร์แล้วถอยเก้าอี้ออกห่างทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่รินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางกวนประสาท รอยยิ้มเยาะหยันที่คุ้นตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของคนที่รินทร์ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในเวลานี้
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันหรือเปล่าเนี่ย พอดีผมบังเอิญผ่านมา... แล้วก็บังเอิญได้ยินข่าวดีเรื่องโปรเจกต์ของพวกคุณเข้าพอดี"
วินยืนกอดอกพิงขอบเสา ดวงตาสมเพชเวทนาแกมเยาะเย้ยกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแผนร้ายซ่อนเร้น "แต่เสียใจด้วยนะรินทร์... เพราะความสำเร็จก้าวแรกที่คุณเพิ่งฉลองกันเมื่อกี้ อาจจะเป็นก้าวสุดท้าย... ก่อนที่คุณจะไม่ได้เหยียบสนามแข่งอีกต่อไป!"
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สแลมดังก์สื่อรัก" คนนี้ด้วยนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 23
ความสำเร็จก้าวแรก
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!