กลิ่นอายความชื้นของสนิมเหล็กและฝุ่นปูนเก่าๆ ในโรงยิมร้างหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ มักเป็นมุมอับที่ถูกหลงลืมจากแสงไฟสปอร์ตไลท์ แต่ในค่ำคืนนี้ มันกลับกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด
“ก็แค่เด็กเส้นที่ใช้เต้าไต่เข้ามาคุมโปรเจกต์ใหญ่ นึกว่าตัวเองเก่งมาจากไหนวะ ฟ้าคราม?”
น้ำเสียงเย้ยหยันของวินดังสะท้อนก้องไปตามผนังคอนกรีตเปลือย ร่างสูงโปร่งของกัปตันทีมคู่อริก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวในชุดช็อปสีเลือดหมูที่มีคราบน้ำมันเครื่องเปื้อนเปรอะเล็กน้อย ทว่าแววตาของฟ้าครามไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบราวกับใบมีดพร้อมจะเฉือนคู่สนทนาให้ขาดเป็นท่อนๆ
“ถ้าสมองนายมีรอยหยักมากกว่าก้อนขี้เลื่อย นายคงไม่ใช้คำพูดต่ำต้อยแบบนี้มาวัดคุณค่าคนอื่นหรอกนะ วิน” ฟ้าครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา “อีกอย่าง... โปรเจกต์นี้ฉันได้มาด้วยมันสมอง ไม่เหมือนใครบางคนที่ต้องใช้เงินพ่อมาซื้อโหวต”
“ปากดีนักนะ! ระวังตัวไว้เถอะ ผู้หญิงปากเก่งแบบเธอ สักวันจะไม่มีใครเอา” วินกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าแขนเรียวของฟ้าครามเพื่อเป็นการสั่งสอน
หมับ!
ฝ่ามือใหญ่ทรงพลังข้างหนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของวินไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงจนกระดูกลั่นกรอบ วินสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อพบกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังแสงไฟจากประตูทางเข้าจนเกิดเงาทาบทับลงมา
รินทร์... กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ทว่าในยามนี้ นัยน์ตาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“นายกำลังทำอะไรในอาณาเขตของฉัน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอดไรฟันออกมาทีละคำ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนน่าขนลุก
“รินทร์... มันเรื่องของฉันกับยัยนี่ แกอย่ามาเสือก” วินพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ แต่แรงบีบของรินทร์กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคีมเหล็กกล้า
“คนของฉัน... นายไม่มีสิทธิ์แตะ” รินทร์เน้นย้ำทีละพยางค์ ชัดถ้อยชัดคำ ประโยคนั้นไม่ได้ประกาศกร้าวด้วยเสียงดังลั่น แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“หึ คนของแกงั้นเหรอ? ระวังตัวไว้เถอะรินทร์ ของเล่นชิ้นนี้มันไม่ได้เชื่องอย่างที่แกคิดหรอก!” วินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมแล้วเดินกระแทกไหล่ผ่านร่างสูงออกไปจากโรงยิมด้วยความหัวเสีย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างช้าๆ ของคนทั้งคู่ รินทร์หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาตามวิสัย
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” รินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเข้มงวด
ฟ้าครามเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับว่าในเสี้ยววินาทีที่วินพุ่งเข้ามา เธอก็เตรียมใจไว้แล้วที่จะสวนกลับด้วยประแจในกระเป๋าเครื่องมือ แต่การที่รินทร์ก้าวเข้ามาปกป้องในจังหวะเวลานี้ มันกลับทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดเริ่มรวนเรอย่างไม่มีเหตุผล
“ฉันดูแลตัวเองได้น่า รินทร์ นายไม่น่าเข้ามาเสี่ยงมีเรื่องกับมันเลย” ฟ้าครามเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองสำรวจเธอราวกับจะสแกนหาบาดแผล
“ฉันบอกแล้วไง... ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น” รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ หลังจากการซ้อมบาสลอยเข้าแตะจมูก “โดยเฉพาะคนที่ฉันหวง”
คำพูดนั้นทำเอาฟ้าครามถึงกับชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงกลองเพล ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นเสมอมากลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หญิงสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่พุ่งพล่าน
“ใครเป็นคนของนายกัน พูดเพ้อเจ้ออะไรเลิกงานแล้วก็กลับห้องไปได้แล้วไป” เธอบ่นพึมพำ แก้เขินด้วยการหันไปเก็บประแจและไขควงใส่กระเป๋าเครื่องมืออย่างลวกๆ
รินทร์ลอบยิ้มมุมปากบางๆ กับท่าทีพยศแต่แก้มแดงปลั่งของคนตรงหน้า เขาเอื้อมมือไปแย่งกระเป๋าเครื่องมือหนักอึ้งนั้นมาถือไว้เองโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง
“ดึกแล้ว ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบกของหนักแบบนี้ไม่ปลอดภัยหรอกครับ... ให้ฉันเดินไปส่งที่หอพักดีกว่านะ” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแกมบังคับ ซึ่งเป็นไม้ตายที่ทำให้ฟ้าครามเถียงไม่ออกทุกที
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปตามทางเดินฟุตบาทใต้มรดกเงาไม้ใหญ่ แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางทอดเงาของเขากับเธอยาวทับซ้อนกัน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวไปพร้อมๆ กันอย่างสอดคล้อง
ระหว่างทาง ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา แต่เคมีเงียบๆ ระหว่างพวกเขากลับตะโกนความรู้สึกออกมาดังล้ำยิ่งกว่าคำพูดใดๆ รินทร์เหลือบมองเสี้ยวหน้าของฟ้าครามเป็นระยะ คอยระวังไม่ให้เธอเดินใกล้ขอบถนนฝั่งรถวิ่ง ความใส่ใจที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติทำให้กำแพงความเย็นชาที่ฟ้าครามสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าหอพักหญิง ฟ้าครามหยุดยืนแล้วแบมือขอรับกระเป๋าเครื่องมือคืนจากชายหนุ่ม รินทร์ส่งให้แต่โดยดี แต่สายตาคมยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบเนียนไม่ยอมละไปไหน
“ขอบคุณสำหรับ... เรื่องเมื่อกี้” ฟ้าครามเอ่ยเสียงเบา แทบกระซิบ สายตาหลุบมองพื้นรองเท้าผ้าใบของตัวเอง
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการให้ฉันเลี้ยงข้าวพรุ่งนี้แทน... ดีไหมครับ?” รินทร์เสนอหน้าตาย พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
ฟ้าครามเงยหน้าขึ้นทำท่าจะอ้าปากปฏิเสธ ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของรินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติก
รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นชื่อสายเรียกเข้าปรากฏอยู่... "คุณแม่"
เขากดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ ทว่าน้ำเสียงปลายสายที่ลอดออกมาผ่านลำโพงตัวเล็ก แม้จะเบาแต่ก็มากพอที่จะทำให้ฟ้าครามที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินมันอย่างชัดเจน
*“รินทร์! ลูกอยู่ไหน รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้... หนูน้ำทิพย์ลูกสาวเพื่อนแม่เขามาคอยอยู่ที่บ้านเราตั้งแต่เย็นแล้ว ลูกต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยลงมาต้อนรับเธอพรุ่งนี้เรามีธุระสำคัญต้องคุยกันเรื่องหมั้นหมาย!”*
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น รินทร์หน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขารีบดึงโทรศัพท์ออกจากหูแล้วกดตัดสายทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ
เขารีบหันกลับไปมองหน้าฟ้าครามที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน รอยยิ้มอุ่นๆ เมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาของหญิงสาวที่เพิ่งจะอ่อนลง กลับมาเย็นชาและว่างเปล่าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"หนูน้ำทิพย์... คู่หมั้นงั้นเหรอ?" ฟ้าครามแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว "นายควรจะรีบกลับไปต้อนรับเธอนะ กัปตันรินทร์... อย่าปล่อยให้ผู้หญิงของนายต้องรอนานเลย"
พูดจบ ฟ้าครามก็หมุนตัวเดินหนีเข้าประตูหอพักไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้รินทร์ได้อธิบายแม้แต่ครึ่งคำ!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของกัปตันรินทร์และยัยตัวแสบฟ้าครามด้วยกันเสมอนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 10
ความเย็นชาที่ละลายลง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!