เสียงคีบตะเกียบกระทบผิวกระเบื้องชามราเมนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของร้านบะหมี่รถเข็นริมรั้วมหาวิทยาลัย กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมลอยคละคลุ้งตัดกับลมหนาวปลายเดือนที่พัดกรรโชกมาวูบใหญ่ ฟ้าครามใช้ทิชชูเช็ดมุมปากลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามที่นั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ก้าวขาออกจากห้องสมุดคณะวิศวะ
รินทร์ในยามนี้ไม่มีคราบของกัปตันทีมบาสเกตบอลผู้เย็นชาและดุดันในสนามแข่งขัน เสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งที่สวมทับเรือนร่างสูงใหญ่ทำให้เขากลับกลายเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง... ผู้ชายที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมองเส้นบะหมี่ในชามราวกับมันเป็นสูตรคำนวณทางฟิสิกส์ที่แก้ไม่ตก
"ถ้าจะนั่งจ้องชามบะหมี่แล้วมันจะอร่อยขึ้น ผมแนะนำให้คุณย้ายไปนั่งกินที่ห้องแลปวัสดุศาสตร์ดีกว่านะครับ ฟ้าคราม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนงขมวดเล็กน้อยเงยขึ้นสบตา เผลอยิ้มมุมปากนิดๆ แบบที่ชอบทำเวลาต้อนเธอจนมุมในข้อถกเถียงเรื่องโปรเจกต์
"ฉันไม่ได้จ้อง ฉันกำลังใช้สมาธิวิเคราะห์ว่าทำไมหมูชาชูร้านนี้ถึงเหนียวกว่าของอาทิตย์ก่อนต่างหากเล่า" ฟ้าครามเชิดหน้าเถียงตามนิสัย ไม่ยอมลดราวาศอกให้แม้ว่าท้องของเธอจะส่งเสียงร้องประท้วงความหิวมาสามรอบแล้วก็ตาม "ว่าแต่คุณเถอะ กัปตันรินทร์... แบกหน้าเครียดๆ แบบนี้มาจากสนามซ้อม หรือว่าเครียดเรื่องที่โค้ชสั่งให้ปรับแผนเกมรับนัดเจอทีมของวินกันแน่"
สิ้นชื่อ "วิน" บรรยากาศรอบตัวของรินทร์ก็เปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมไหววูบชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เลือกที่จะเลื่อนชามเกี๊ยวซ่าทอดกรอบสีเหลืองทองมาตรงหน้าเธอแทนการกระทำ
"กินซะ... เลิกทำตัวเป็นปากเก่งใส่ผมสักห้านาที คุณจะได้สารอาหารไปเลี้ยงสมองส่วนที่ใช้เถียงผมบ้าง"
"นี่!" ฟ้าครามแยกเขี้ยวใส่ คว้าตะเกียบมาคีบเกี๊ยวซ่าเข้าปากอย่างหมั่นไส้ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาเป็นแฟนนะครับ กัปตัน"
"ถ้าหมายถึงคุณ ผมก็ไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ไม่มีใครเอา... เพราะเห็นตามติดชีวิตผมแจ ยิ่งกว่าเงาตามตัวซะอีก"
รินทร์ย้อนกลับด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เป็นจังหวะเดียวกับที่ไอร้อนจากชามราเมนพวยพุ่งขึ้นมาคั่นกลางระหว่างใบหน้าของคนทั้งคู่ ระยะห่างที่ลดลงในคืนอากาศเย็นเยียบทำให้ฟ้าครามเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ใกล้กันในบรรยากาศแบบนี้ แต่เป็นครั้งแรก... ที่ฟ้าครามรู้สึกว่าเสียงหัวใจของตัวเองมันเต้นดังเกินกว่าเสียงจอแจของผู้คนรอบข้างริมรั้วมหาลัย
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิกิริยาของรินทร์ที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นคู่ปรับจำเป็นในโปรเจกต์คณะ ไปจนถึงการต้องมารับมือกับเกมการเมืองในชมรมกีฬาที่วินพยายามชักใยอยู่เบื้องหลัง รินทร์ไม่เคยปริปากบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อยให้ใครฟัง เขาเลือกที่จะแบกรับความกดดันจากครอบครัวที่อยากให้เขาโฟกัสแต่เรื่องธุรกิจ และความคาดหวังของทีมบาสที่ต้องชนะทุกแมตช์ไว้คนเดียวทั้งหมด
จนกระทั่งเย็นวันนี้... ตอนที่ฝนเริ่มตั้งเค้า ฟ้าครามเห็นเขานั่งนิ่งอยู่คนเดียวบนอัฒจันทร์สนามบาสที่ว่างเปล่า แผ่นหลังกว้างที่มักจะตั้งตรงสง่างามในยามนี้กลับดูโดดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด และนั่นคือวินาทีที่เธอตัดสินใจเดินเข้าไปยื่นกระป๋องกาแฟกระป๋องเดิม พร้อมกับคำพูดกวนๆ ที่ตั้งใจจะดึงเขากลับมาจากห้วงความคิดอันดำมืด
"นี่... รินทร์" ฟ้าครามวางตะเกียบลง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างหาได้ยากยิ่ง เธอมองลึกลงไปในดวงตาของคนตรงข้าม "เรื่องวิน... กับเรื่องที่บ้านคุณ ถ้ามันหนักหนามากจนแบกไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนทำเป็นเก่งตลอดเวลาก็ได้นะ"
มือหนาที่กำลังจะหยิบน้ำดื่มชะงักค้างกลางอากาศ รินทร์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว ภายใต้แสงไฟนีออนสลัวริมถนน รอยยิ้มเยาะหยันที่เขามักใช้ป้องกันตัวเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาไหวระริกที่ซ่อนความอ่อนล้าเอาไว้ภายใต้ความเงียบงัน
"คุณคิดว่าผมกำลังฝืนเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบາ ราวกับกระซิบกับสายลมหนาว
"เปล่า... แต่ฉันแค่มองออก" ฟ้าครามขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกับฮู้ดของเขาอยู่รอมร่อ "คนเก่งอย่างกัปตันรินทร์น่ะ ต่อให้เจ็บก็คงเลือกที่จะวิ่งต่อในสนามจนขาหักแน่ๆ... แต่จำไว้ว่า บนอัฒจันทร์ข้างสนามน่ะ ยังมีฉัน... เอ๊ย หมายถึง ยังมีคนอื่นที่พร้อมจะนั่งมองคุณพักบ้างก็ได้ ห้ามปฏิเสธนะ!"
คำพูดที่เกือบจะหลุดปากสารภาพความในใจทำเอาฟ้าครามหน้าแดงก่ำ เธอกระแอมไอแก้เขินแล้วเบือนหน้าหนีไปมองทาง
แต่ทว่า... ก่อนที่รินทร์จะได้เอื้อนเอยถ้อยคำใดตอบกลับมา มือเรียวใหญ่ของเขากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แรงบิดที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ฟ้าครามต้องหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอเนิ่นนาน ราวกับกำลังอ่านข้อความทุกบรรทัดที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีดื้อรั้น
"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มของเธอ "ถ้าบนอัฒจันทร์นั้นมีแค่คุณคนเดียว... ผมควรจะดีใจ หรือควรจะระวังตัวดีล่ะครับ ฟ้าคราม"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ จังหวะการหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ เคมีที่คุุกกรุ่นอยู่ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวกำลังหลอมละลายกำแพงทั้งหมดที่ทั้งคู่สร้างขึ้น ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของรินทร์โน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*เอี๊ยดดดด—!*
เสียงเบรกของรถจักรยานยนต์คันใหญ่ที่จอดกระชากเสียงดังสนั่นลั่นหน้าร้านบะหมี่ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ก้าวลงมาจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดเรือนผมด้วยท่าทีคุ้นเคย ดวงตาคมปลาบมองตรงมาที่โต๊ะของพวกเขาก่อนจะแยกยิ้มเยาะ
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้กัปตันคนเก่งแอบหนีมาสวีทกับเด็กวิศوهอยู่นี่เอง ปล่อยให้ผมรอที่สนามซ้อมตั้งนาน... รินทร์ นายจะรับผิดชอบยังไงดีล่ะ?"
รอยยิ้มของวินที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับคำพูดท้าทาย ทำให้บรรยากาศหวานซึ้งเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเดียว รินทร์ชักสีหน้ากลับสู่ความเย็นชาทันที ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างอันตรายขณะลุกขึ้นยืนบังร่างของฟ้าครามไว้ครึ่งหนึ่ง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของกัปตันรินทร์และยัยตัวแสบฟ้าครามด้วยกันเสมอนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 11
มื้อดึกริมรั้วมหาลัย
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!