เสียงรองเท้าผ้าใบเบอร์สิบเอ็ดบดขยี้พื้นยางมะตอยหลังโรงยิมดังเอี๊ยด... ท่ามกลางความเงียบงัดของเวลาตีสองสี่สิบห้านาที หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยจากกรอบหน้าคมคายของรินทร์ ลากผ่านสันกรามเด่นชัดก่อนจะหยดลงกระทบพื้นคอนกรีต ลูกบาสเกตบอลส้มสลับดำในมือถูกเลี้ยงสลับลอดหว่างขาด้วยความเร็วสูง เสียงกระแทกพื้นดังสะท้อนก้องกังวานในความมืด สะท้อนถึงมวลอารมณ์อันหนักอึ้งที่เขากำลังแบกรับไว้คนเดียว
โปรเจกต์นวัตกรรมยานยนต์เพื่อชิงทุนระดับประเทศ และแมตช์ชิงชนะเลิศบาสเกตบอลมหาลัยในอีกสัปดาห์หน้า ทั้งสองสิ่งไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่มันคือเดิมพันครั้งใหญ่ที่รินทร์ยอมให้พลาดไม่ได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรีของกัปตันทีมบาส หรือเกียรติยศของเด็กวิศวะปีสาม... แต่เป็นเพราะสายตาของใครบางคนที่คอยยืนมองเขาจากอัฒจันทร์เสมอมา
"ดึกป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มาโชว์ลีลาบาสเกตบอลให้ยุงกัดเล่นอีกเหรอครับ กัปตันรินทร์"
เสียงใสแต่ติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืด รินทร์หยุดมือที่กำลังเลี้ยงลูก ลูกบาสนิ่งสนิทอยู่ในอุ้งมือใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมองร่างโปร่งในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ ฟ้าครามยืนกอดอก ใบหน้าเนียนใสยามนี้รengระเรื่อด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการหักโหมทำโปรเจกต์ในห้องแล็บข้ามคืน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านยาก—มีทั้งความดื้อรั้น ความเป็นห่วง และความทิฐิที่ถูกซ่อนไว้ลึกๆ
รินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่โยนลูกบาสข้ามสนามไปให้อีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ฟ้าครามรับมันไว้ด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนจะอุ้มลูกบาสไว้แนบอก
"นายควรจะไปนอน ไม่ใช่มาเดินเปะปะอยู่ในโซนสนามซ้อมมืดๆ คนเดียวแบบนี้" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองขอบตาดำคล้ำของคนตรงหน้าอย่างนึกตำหนิ
"ฉันจะไปไหน ทำอะไร มันก็เรื่องของฉัน..." ฟ้าครามย้อนเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นท้าทายตามประสาคนไม่ยอมคน "อีกอย่าง ฉันไม่ได้เดินเปะปะ ฉันแค่... เดินตามหาคนบางคนที่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่แบกโลก จนลืมไปว่าตัวเองก็มีสิทธิ์เหนื่อยเป็นเหมือนกัน"
ประโยคหลังเบาลงเสียจนเกือบจะกลืนหายไปกับสายลมยามดึก แต่รินทร์กลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกกดทับด้วยความคาดหวังของครอบครัวมาตลอดชีวิต กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรง เขาส้าวเท้าเข้ามาใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างกันจนฟ้าครามต้องถอยหลังไปชนกับเสาไฟสนาม
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นกระดาษเอกสารจากตัวฟ้าครามลอยเข้าจมูก รินทร์ใช้มือข้างหนึ่งยันเสาไฟไว้ กักขังร่างเล็กให้อยู่ในอาณัติ สายตาคมเข้มจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มไหวระริก
"เป็นห่วงฉันเหรอครับ... ฟ้าคราม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างจงใจยั่วเย้า แฝงแววอ่อนโยนที่หลุดลอดออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที
ฟ้าครามสะดุ้งวาบ รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าว
"ใคร... ใครเป็นห่วงนาย อย่าหลงตัวเองน่ารินทร์ ฉันแค่กลัวว่าถ้ากัปตันทีมบาสเกิดแข้งขาหักขึ้นมาตอนนี้ ทีมวิศวะของเราจะซวยพลอยฟ้าพลอยฝนไม่ได้ถ้วยรางวัลต่างหากเล่า!"
รินทร์หลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างมีเสน่ห์ เขาโน้มใบลงไปใกล้ใบหูเนียนจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "ปากแข็งจริงนะ... แต่ต่อให้ฉันต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ทีมเราจะชนะ และโปรเจกต์นั้น... ฉันจะคว้ามันมาให้ได้"
ฟ้าครามชะงัก หันกลับมาสบตาคนที่ยืนประชิดตัว หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะกับความจริงจังที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แต่มันคือคำสัญญาที่หนักแน่นดั่งหินผา
"ทำไม... ทำไมต้องทุ่มขนาดนั้นด้วยล่ะ รินทร์" ฟ้าครามถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกแปลกประหลาดตี R ตื้นขึ้นมาจุกอก ปมในใจที่มักรู้สึกว่าตัวเองเป็นรองและไม่เคยคู่ควรกับใครกำลังถูกทลายลงทีละน้อยด้วยความมั่น
"เพราะเดิมพันครั้งนี้..." รินทร์เว้นจังหวะ เลื่อนมือข้างที่ว่างขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้ฟ้าครามแข็งค้างราวกับถูกสะกด "ฉันไม่ได้สู้เพื่อชื่อเสียงของคณะ หรือถ้วยรางวัลบ้าบอนั่น... แต่ฉันสู้เพื่อนาย เพื่อให้คนที่เคยบอกว่าตัวเองไม่คู่ควร ได้ยืนเคียงข้างฉันในจุดที่สูงที่สุดด้วยความภาคภูมิใจต่างหาก"
คำพูดนั้นทำเอาฟ้าครามพูดไม่ออก สมองขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่พวยพุ่งระหว่างคนทั้งสองร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในสนามแข่ง รินทร์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างถูกลดทอนลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทันใดนั้นเอง—
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของฟ้าครามดังแหวกความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ฟ้าครามสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของรินทร์ด้วยความตกใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์หน้าจอแตกขึ้นมาดูข้อความที่เพิ่งเด้งเข้ามา
รินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากวาดตามองหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด และเพียงแค่เหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ ร่างกายของเขาก็พาลนิ่งงัด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นเย็นเยียบขึ้นมาทันที
*วิน: "โปรเจกต์ของพวกนาย... พังแน่ ถ้าไม่อยากให้เอกสารลับหลุดไปถึงมือคณะกรรมการพรุ่งนี้เช้า ออกมาคุยกับฉันที่ลานจอดรถตึก A เดี๋ยวนี้"*
ฟ้าครามหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น เงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยประกายความดุดืดและเลือดเย็นอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของกัปตันรินทร์และยัยตัวแสบฟ้าครามด้วยกันเสมอนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 12
เดิมพันนัดชิง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!