เสียงรองเท้าผ้าใบเบอร์แรงเสียดสีกับพื้นยางมะตอยในโรงยิมดังเอี๊ยดอ๊าด กลบเสียงโห่ร้องของกองเชียร์รอบด้านจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความคิดอื่นใด นอกจากลูกกลมๆ สีส้มที่กำลังหมุนติ้วอยู่ในอุ้งมือ
ฟ้าครามยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่แนบแก้ม สายตาของเธอมองตรงไปยังแป้นบาสเกตบอลฝั่งตรงข้าม แต่ในหัวกลับไม่ได้โฟกัสกับเกมรอบตัวแม้แต่น้อย ภาพใบหน้าคมเข้มของรินทร์ตอนที่ยื่นมือมาซับเหงื่อให้ข้างสนามเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงวนเวียนฉายชัดในความทรงจำราวกับเทปหน้ามืดที่กดรีเพลย์ซ้ำๆ
*บ้าเอ๊ย... เป็นบ้าอะไรไปวะเนี่ย*
เธอสบัดหัวแรงๆ ไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกออกไป ความรู้สึกที่ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะยามเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความหมั่นไส้ และยิ่งไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความปั่นป่วนที่เธอหาคำนิยามไม่ได้... และนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนอย่างฟ้าคราม
"เฮ้ย คราม! ระวัง!"
เสียงตะโกนลั่นของเพื่อนร่วมทีมดังขึ้นพร้อมๆ กับเงาร่างสูงใหญ่ของวินที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วสูง รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากของคู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องจะเล่นงานเธอมาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ วินตั้งใจพุ่งเข้ามาปะทะเพื่อหวังจะแย่งลูกและกดดันให้เธอเสียศูนย์
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่ตัวของวินจะเข้าถึงตัว ร่างสูงโปรดในชุดวอร์มสีเข้มของกัปตันทีมก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเอกับวินราวกับภูตผี
รินทร์ใช้ลำตัวหนาบังฟ้าครามไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของเขาชนเข้ากับอกของวินอย่างจังจนเกิดเสียงดังทึบ แรงปะทะทำเอาวินต้องถอยหลังไปสองก้าวด้วยความหัวเสีย
"เล่นให้มันอยู่ในเกมหน่อย วิน" เสียงทุ้มต่ำตarสวทกกดดัน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนคนฟังต้องกัดฟันกรอด แต่สายตาคมกราบของรินทร์ที่ตวัดมองวินนั้นเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกคู่แข่งเป็นชิ้นๆ
"ห่วงเพื่อนร่วมทีมเหรอ กัปตันรินทร์... หรือว่าห่วงอย่างอื่นมากกว่า?" วินแค่นยิ้มหยัน พยายามจะยั่วโมโห
รินทร์ไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น เขาเพียงแต่หันกลับมามองฟ้าครามที่ยืนอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นลดความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุม สายตาที่มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเช็กว่าเธอปลอดภัยดีไหม ทำให้ฟ้าครามถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" รินทร์เอ่ยถามเสียงเบา มีเพียงเธอสองคนที่ได้ยิน ท่ามกลางเสียงเฮโลลั่นสนามของกองเชียร์ที่กำลังเชียร์ให้เกมดำเนินต่อไป
"เปล่า... ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย" ฟ้าครามหลบสายตา เชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความวูบไหวในอกที่กำลังเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"งั้นก็ถอยไปยืนตั้งหลักซะ ฉันจัดการเอง" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแบบฉบับกัปตัน ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับวินในสนามต่อ
ฟ้าครามยืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมให้เธอเมื่อครู่ ความสับสนถาโถมเข้ามาในใจระลอกใหญ่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้ชายคนนี้เข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอขนาดนี้ จากคนที่เคยคิดว่าเป็นแค่ตาบ้าจอมเผด็จการและกัปตันทีมบาสสุดหยิ่ง กลายมาเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึก... อุ่นใจ แปลกๆ เวลาอยู่ใกล้
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง *นี่ฉันกำลังหวั่นไหวกับรินทร์งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า ฟ้าคราม แกเป็นวิศวะสายลุยนะเว้ย จะมาใจสั่นกับเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ได้!*
เกมในสนามดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด เสียงรองเท้าเอี๊ยดยาว เสียงลูกบาสกระทบพื้น และเสียงเชียร์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วโรงยิม แต่โลกทั้งใบของฟ้าครามกลับแคบลงเหลือเพียงภาพของรินทร์ที่กำลังเลี้ยงลูกฝ่าด่านกองหลังของคู่ต่อสู้ ความคล่องแคล่ว เด็ดขาด และสายตาที่มุ่งมั่นของเขา สะกดให้เธอละสายตาไปไม่ได้เลย
และในจังหวะที่รินทร์กระโดดชู้ตลูกลงห่วงอย่างสวยงามท่าเสียงเฮลั่นสนั่นฮอลล์ เขาหันกลับมาสบตากับเธอที่ยืนอยู่ข้างสนามพอดี
ดวงตาสคมเข้มคู่นั้นสื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของกัปตันหนุ่มปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้โลกทั้งใบของฟ้าครามหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด กำลังพังทลายลงทีละน้อย...
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ฟ้าครามจะได้ทันตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอก็กร้าวเข้ามาจากทางประตูทางเข้าโรงยิมเสียก่อน
"ฟ้าคราม! อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!"
ร่างสูงของรุ่นพี่ปีสี่จากคณะสถาปัตย์ฯ ผู้เป็นอดีตคู่จิ้นและคนเคยสนิท ก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นกะทันหัน พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ สายตากรุ้มกริบที่ส่งมาให้เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"พี่..." ฟ้าครามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตามมาหาถึงที่นี่
บรรยากาศรอบตัวที่เคยคุกรุ่นไปด้วยความร้อนแรงจากสนามบาส กลับเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบลงในพริบตา เมื่อร่างสูงของรินทร์ที่เพิ่งเดินกลับมาจากกลางสนาม หยุดชะงักฝีเท้าลงทันทีที่เห็นผู้มาใหม่ ดวงตาคมกราบที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งในรัศมี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้นะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 13
ความสับสนท่ามกลางเสียงเชียร์
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!