"คุณแม่มีเหตุผลอะไร ถึงต้องใช้วิธีการแบบนี้ครับ"
น้ำเสียงของผมไม่ได้ดัง แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของผมในเวลานั้น น่าจะพอทำให้กระจกในห้องแล็บสั่นสะเทือนได้ รินทร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังผมสะดุ้งเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมมาดึงชายเสื้อกาวน์ของผมเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าอย่าล้ำเส้นผู้มีพระคุณ—หรือในกรณีนี้คือ "มารดาบังเกิดเกล้า" ของผมเอง
คุณแม่กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้ามีตำหนิในตลาดมืด ก่อนที่มุมปากเคลือบรอยยิ้มเยียบเย็นจะยกขึ้น
"แม่แค่แวะมาดูว่า ลูกชายตัวดีของแม่กำลังเสียอนาคตให้กับ 'สิ่งล่อตาล่อใจ' แบบไหนอยู่... ดูท่าทางแล้ว วิศวกรรมศาสตร์คงไม่ได้สอนวิธีเลือกคบคนสินะ ถึงได้ดึงคนประเภทนี้เข้ามาในชีวิต"
"คุณน้าครับ..." รินทร์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แผ่นหลังที่มักจะดูแข็งแกร่งยามอยู่ในสนามบาส กลับดูเปราะบางลงถนัดตาภายใต้คำพูดเชือดเฉือนนั้น แต่ดวงตากลับไม่ได้หลบหนี "ผมกับฟ้าคราม... เราไม่ได้เป็นอย่างที่คุณน้าเข้าใจครับ"
"หุบปาก!" คุณแม่ตวาดกร้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นห้องแล็บดังสะท้อน "ฉันไม่ได้คุยกับเธอ เด็กก้าวร้าวที่วันๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับสนามบาสและผู้ชาย... รู้สถานะตัวเองซะบ้างว่าเธอมันก็แค่..."
"พอแค่นี้เถอะครับ!" ผมทนฟังต่อไม่ไหว ก้าวเข้าไปขวางระหว่างคุณแม่กับรินทร์ทันที แรงอารมณ์พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ "ถ้าแม่มาเพื่อดูถูกคนที่ผมรัก แม่กลับไปซะเถอะครับ!"
สิ้นคำว่า 'คนที่ผมรัก' ทั้งห้องแล็บก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง รินทร์เบิกตากว้าง หันมามองผมด้วยความตกตะลึง ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู แม้แต่คุณแม่เองก็ยังชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่ถูกท้าทาย
"แก... กล้าพูดแบบนี้กับแม่เหรอฟ้าคราม!"
"ผมพูดความจริงครับ... และต่อให้แม่จะส่งวินหรือใครหน้าไหนมาขัดขวาง หรือเอาอำนาจมาบีบพวกเรา มันก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจผมได้" ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ ก่อนจะคว้าข้อมือรินทร์ที่กำลังสั่นเทา "เราไปกันเถอะครับรินทร์"
ผมพาཕ้ารินทร์เดินสวนคุณแม่ออกมาโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย เสียงเรียกชื่อด้วยความโกรธเกรี้ยวไล่หลังมา แต่ผมไม่สนใจ สิ่งเดียวที่ผมรับรู้ในวินาทีนั้นคือแรงบีบกระชับที่มือของรินทร์ ที่กำลังสะท้อนความสั่นคลอนในจิตใจออกมาอย่างชัดเจน
พายุอารมณ์ข้างนอกห้องแล็บไม่ได้สงบลงเลย เมื่อเราก้าวพ้นตึกคณะ ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสกลับรั่วไหลกลายเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนก้อนมหึมาก่อตัวทะมึน และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สายฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม
เราวิ่งฝ่าสายฝนมาจนถึงรถเก๋งคันเก่าของผม เสียงฝนกระทบหลังคารัวเป็นจังหวะกระหน่ำ บรรยากาศในห้องโดยสารอับทึบและเย็นเยียบ กลิ่นอายความชื้นผสมกับความอึดอัดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ทำให้ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมา
ผมหันไปมองรินทร์ที่นั่งกอดอก ตัวสั่นเทาเล็กน้อยจากความหนาวและพิษไข้ทางอารมณ์ เสื้อผ้าเปียกชุ่มจนแนบไปกับแผ่นหลัง น้ำฝนหยดติ๋งๆ ลงจากปลายผมเส้นสวย ปรกหน้าผากมน
"หนาวไหมครับ..." ผมถามเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปปรับแอร์ในรถให้ลดความเย็นลง ก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของตัวเองมาคลุมไหล่ให้เขา
รินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตาคู่สวยคู่นั้นแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา "นาย... ไม่น่าพูดแบบนั้นเลยฟ้าคราม... นายก็รู้ว่าคุณแม่ของนายท่าน..."
"ผมพูดความจริง" ผมตัดบท น้ำเสียงจริงจังและมั่นคง "ผมไม่ได้พูดเล่น และผมไม่ได้พูดเพราะความโกรธ... รินทร์ คุณได้ยินที่ผมพูดไปแล้วจริงๆ ใช่ไหมครับ"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หลบสายตาผมไปมองกระจกรถที่มีหยดน้ำฝนไหลเกาะเป็นทางยาว "มัน... เร็วเกินไป... แล้วก็สถานการณ์แบบนี้ มัน..."
ครืดดดด!
เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังขึ้นติดๆ กันหลายครั้ง แต่เครื่องยนต์กลับส่งเสียงครางฮือด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่เข็มไมล์และหน้าปัดทุกดวงจะดับวูบลงสนิท ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรณที่ดังสนั่นหวั่นไหว
ผมขมวดคิ้ว บิดกุญแจซ้ำอีกครั้ง สองครั้ง สามครั้ง... เงียบสนิท ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนอง
"เวรเอ๊ย..." ผมสบถเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ..." รินทร์หันมาถามด้วยความตกใจ
"รถน่าจะไดชาร์จพัง หรือไม่ก็แบตเตอรี่มีปัญหาครับ... ท่าทางเราจะติดแหงนอยู่ตรงนี้นานแน่ๆ ยิ่งฝนตกหนักแบบนี้ด้วย โทรเรียกใครก็คงลำบาก" ผมถอนหายใจยาว ยอมรับสภาพความซวยที่ถาโถมเข้ามาในค่ำคืนนี้
ภายในรถยนต์ที่ดับสนิท มืดทึบ มีเพียงแสงแฟลชจากฟ้าแลบเป็นระยะที่สาดส่องเข้ามาวูบวาบ ความเงียบงันเริ่มกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนตอนอยู่ในห้องแล็บ มันคือความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนซัดสาดข้างนอก และเสียงลมหายใจของคนสองคนที่นั่งอยู่ใกล้กันจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น
อุณหภูมิในรถลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว รินทร์เริ่มกอดตัวเองแน่นขึ้นริมฝีปากเริ่มซีดเซียวจากความหนาวเย็น
ผมเห็นท่าไม่ดี จึงขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของรินทร์—กลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ ผสมกับความชื้นของฝน—ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างในอกให้เต้นระรัว
"ขยับมานี่สิครับ" ผมเอ่ยเสียงนุ่ม ดึงไหล่บางให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น
"อะ... อะไรของนาย ฟ้าคราม ปล่อยนะ ฉันหนาว..." รินทร์ประท้วงเสียงเบา แต่แรงขัดขืนกลับน้อยนิดเพราะร่างกายเริ่มทนความหนาวไม่ไหว
ผมไม่สนใจคำท้วงติง ดึงร่างโปร่งเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ถอดแจ็คเก็ตที่คลุมไหล่ออกมาห่อหุ้มตัวเราไว้ด้วยกันทั้งสองคน ถ่าย1ความอบอุ่นจากร่างกายของผมผ่านไออุ่นที่โอบล้อมรอบตัวเขา
ความเงียบระหว่างเราทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟนีออนจากเสาไฟฟ้าริมทางสาดส่องเข้ามาเป็นพักๆ รินทร์เงยหน้าขึ้นมองผม ระยะห่างของเราในตอนนี้ใกล้กันมากจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่แก้มของกันและกัน
ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นไหว มองสำรวจใบหน้าผมราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่าง
"นาย... รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่..." เสียงของรินทร์กระซิบแผ่วเบาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากของเขาอย่างเบามือ หัวใจของผมเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่แววตาของผมกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง
"รู้สิครับ... และผมก็ไม่เคยแน่ใจอะไรในชีวิตเท่านี้มาก่อนเลย" ผมตอบเสียงพร่า ใบโน้มเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขาช้าๆ "รินทร์... เป็นแฟนกับผมนะครับ"
รินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากของเราอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความลังเลฉายชัดขึ้นบนใบหน้า เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธหรือพูดอะไรบางอย่างออกมา—
ปัง!
เสียงทุบกระจกรถประตูด้านข้างดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน จนพวกเราสะดุ้งเฮือกผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ผมหันขวับไปมองนอกหน้าต่างด้วยความตกใจ ท่ามกลางม่านฝนหนาทึบและแสงไฟสลัว ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่คุ้นเคยกำลังยืนจ้องมองเข้ามาด้วยสายตาน่ากลัว รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากของคนๆ นั้น
วิน... กำลังยืนถือร่มสีดำสนิท มองตรงมาที่เราด้วยแววตาสมเพชระคนสะใจ ก่อนที่ริมฝีปากของวินจะขยับพูดคำพูดไม่มีเสียงผ่านกระจกรถ—คำพูดที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตา
...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บไปด้วยกันนะครับ
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 16
คืนที่ฝนตกกับความอบอุ่น
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!