"ถ้าคุณยังเดินหนีผมไปดื้อๆ แบบนี้อีกรอบ ผมจะไม่รับประกันนะครับว่าตัวเองจะทำอะไรมากกว่าแค่การดึงแขนคุณไว้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาหลังโรงยิม กลิ่นอายเฉพาะตัวของหยาดเหงื่อหลังการซ้อมบาสเกตบอลผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนจากด้านนอก ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอ้าวและชวนอึดอัดอย่างประหลาด รินทร์ใช้มือข้างหนึ่งยันบานประตูไม้เก่าๆ เอาไว้ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ของอีกฝ่ายจนมุม ขณะที่ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
ฟ้าครามเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยจากการวิ่งไล่กวดในสนามเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับกัปตันทีมบาสตัวสูงใหญ่คนนี้มันใกล้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทางใจไปโข
"ปล่อยนะรินทร์ นายมีสิทธิ์อะไรมาขวางทางฉัน..." ฟ้าครามพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางลูกบาสเกตบอลจนไม่มีที่ถอย "พวกนายชนะการซ้อมแมตช์นี้แล้วนี่ อยากได้คำชมอะไรจากเด็กวิศวะอีก หรือว่าอีโก้ของกัปตันทีมมันยังไม่ได้รับการเติมเต็มพอก็เลยต้องมาตามราวีฉันถึงนี่"
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ การกระทำเรียบง่ายแต่น่ามองนั้นทำเอาฟ้าครามเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ รินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนฟ้าครามต้องเอียงคอหนีสัมผัสไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
"อีโก้อะไรกันครับ..." รินทร์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "คนที่กำลังทำให้ออีโก้ของผมพังไม่เป็นท่า ไม่ใช่ผมหรอกครับ... แต่เป็นคุณต่างหาก"
ฟ้าครามชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "นายพูดบ้าอะไรของนาย..."
"ผมไม่ได้บ้า" รินทร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยใช้สยบคู่แข่งในสนามมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกรับความอึดอัดบางอย่างไว้จนแทบจะระเบิด "ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณหลบหน้าผม ปิดแท็บเล็ตหนีผมเวลาผมทักแชทหา แถมยังทำเป็นมองไม่เห็นผมเวลาเดินสวนกันที่คณะวิศวะ... คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอครับฟ้าคราม"
"ก็..." ฟ้าครามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคุกคามที่เต็มไปด้วยความจริงจังนั้น "ใครจะไปว่างมานั่งเล่นเกมประสาทกินกับกัปตันทีมบาสล่ะ ฉันมีโปรเจกต์ต้องส่ง มีงานต้องเคลียร์ ไม่ได้ว่างงานเหมือนคนบางคน..."
"แต่คุณมีเวลาไปยืนคุยกับไอ้วินที่หน้าโรงอาหาร"
ประโยคสั้นๆ นั้นถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด รินทร์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไปเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของคนตรงหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ นี้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสลับกันไปมา
ฟ้าครามกะพริบตาปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องของนักศึกษาดีเด่นคณะวิศวะกำลังประมวลผลคำพูดเมื่อครู่นี้อย่างรวดเร็ว "นี่นาย..." เสียงของฟ้าครามเบาหวิว "นายกำลัง... หึงเหรอ?"
รินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว แม้เขาจะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แต่วูบไหวในแววตานั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ฟ้าครามพูดคือความจริง
"ผมไม่ได้หึง" รินทร์ปฏิเสธเสียงแข็งตามสัญชาตญาณของคนปากแข็ง "ผมแค่... ไม่ชอบให้คนในทีมเสียสมาธิเรื่องส่วนตัวก่อนการแข่งขันสำคัญ"
"อ้อเหรอครับ?" ฟ้าครามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววรู้ทันและมีความดื้อรั้นพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง "งั้นก็แปลกนะครับที่กัปตันทีมผู้เคร่งครัดเรื่องระเบียบ จะมาเสียเวลาขวางทาง 'คนนอกทีม' อย่างฉัน แค่เพราะกลัวฉันเสียสมาธิ... นายแน่ใจเหรอรินทร์ ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวนายเอง"
รินทร์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นบ่งบอกถึงความพยายามอดกลั้นขั้นสุด เขายอมรับกับตัวเองมาสักพักแล้วว่า ทุกครั้งที่ไม่ได้เห็นหน้าเด็กปากจัดคนนี้ หัวใจมันจะรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ ยิ่งเวลาที่เห็นรอยยิ้มของฟ้าครามถูกส่งให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขา ความรู้สึกหงุดหงิดระคนหวงแหนก็พุ่งพล่านจนควบคุมแทบไม่อยู่ และในวินาทีนี้ เมื่อถูกต้อนจนมุมด้วยคำพูดรู้ทัน เขาก็ขี้เกียจจะฝืนปฏิเสธความรู้สึกตัวเองอีกต่อไปแล้ว
"ใช่ครับ..." รินทร์ยอมรับออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่นจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "ผมแคร์คุณ มากกว่าที่ผมควรจะแคร์ด้วยซ้ำ... พอใจหรือยังครับ?"
ห้องเก็บอุปกรณ์เงียบสงบลงทันที คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของกัปตันทีมบาสผู้เย็นชาและฟอร์มจัดคนนี้ ทำเอาฟ้าครามถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลโค้ดโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว กลับว่างเปล่าสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมาข้างนอก
ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความกวนประสาทของอีกฝ่าย แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็เฝ้ารอคำพูดนี้มาตลอดเหมือนกัน
ฟ้าครามเม้มริมฝีปาก พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมาบนใบหน้า "นาย... พูดจริงเหรอเนี่ย"
"ผมไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องความรู้สึกของตัวเองครับ" รินทร์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขาลอยอยู่ห่างจากหน้าผากของฟ้าครามเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใส "และผมก็ไม่ชอบเวลาที่คุณทำเป็นไม่สนใจผมด้วย... ฟ้าคราม"
สรรพนามและน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างกะทันหันนั้นทำเอาฟ้าครามรู้สึกเหมือนเข่าอ่อน ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและจริงใจ ความกำแพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงในพริบตา มือเรียวเล็กที่เคยพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว
รินทร์ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ประคองข้างแก้มเนียนของฟ้าครามไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มอย่างหลงใหล ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ภายนอก
ฟ้าครามหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่เอ่อล้นในหัวใจ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างประหม่า รอคอยสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"เฮ้ย! รินทร์! แกอยู่ในนั้นหรือเปล่า โค้ชเรียกประชุมด่วนเรื่องแผนการเล่นนัดชิง!"
เสียงตะโกนโעกโฮกของวินดังทะลุกำแพงเข้ามา ทำเอาทั้งรินทร์และฟ้าครามสะดุ้งสุดตัว ฟ้าครามรีบผลักอกรินทร์ออกทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รินทร์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญที่สุด
รินทร์หันกลับไปมองประตูด้วยแววตาขุ่นเคือง ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอาย รินทร์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่ครับ..." รินทร์กระซิบชิดริมหูของฟ้าครามเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะผละตัวออกห่างแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์ออกกว้าง
แสงไฟสว่างจ้าจากทางเดินด้านนอกสาดส่องเข้ามาปะทะ รินทร์ก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับวินที่ยืนทำหน้าสงสัยอยู่หน้าประตู โดยไม่ทันสังเกตเห็นเงาร่างของใครอีกคนที่ยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงมุมเสาทางเดิน ม่านตาของคนผู้นั้นเบิกกว้างด้วยความริษยาและโกรธแค้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ผุดขึ้นบนมุมปาก...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สแลมดังก์สื่อรัก" เสมอมานะครับ
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 17
คำสารภาพแบบคนปากแข็ง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!