“ถ้าคุณก้าวขาออกไปจากห้องนี้เพื่อลงสนามบาส... โปรเจกต์จบของเราก็จบลงแค่นี้เหมือนกันครับ รินทร์”
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราใบมีดของฟ้าครามดังขึ้น ท่าوَะท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอคณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยโค้ดโปรแกรมและโมเดลสามมิติที่ยังประมวลผลไม่เสร็จสิ้น บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตและแก้วกาแฟที่วางระเกะระラคระบ่งบอกถึงชั่วโมงการทำงานอันยาวนานอย่างไร้การพักผ่อน
รินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือหนาที่ถือกระเป๋าสะพายใส่อุปกรณ์บาสเกตบอลชะงักค้าง กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก เขากำสายสะพายแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นหลังบางของคนที่นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอ ร่างโปร่งของฟ้าครามไม่ได้หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย ไหล่ลาดนั้นเกร็งเครียดจนเห็นได้ชัด
มันคือการปะทะกันครั้งใหญ่ที่สุดระหว่าง "ความรับผิดชอบ" กับ "ความฝัน"
วันนี้คือวันนัดชิงชนะเลิศบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย—แมตช์สำคัญที่รินทร์ในฐานะกัปตันทีมต้องนำพาชัยชนะมาสู่สถาบันเพื่อแลกกับความภาคภูมิใจที่ครอบครัวรอคอยมาตลอด แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็คือเส้นตายสุดท้ายของการส่งโปรเจกต์จบปริญญาตรีร่วมกับฟ้าคราม หุ้นส่วนทางวิชาการคนสำคัญที่แบกรับอนาคตของพวกเขาไว้ร่วมกัน หากปราศจากมือของรินทร์ในการตรวจทานและประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า โปรเจกต์นี้จะพังทลาย และฟ้าครามจะต้องรับผิดชอบความล้มเหลวนี้เพียงลำพัง
“คุณก็รู้ว่าทีมขาดผมไม่ได้...” รินทร์เปล่งเสียงทุ้มต่ำออกมา ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก แต่ความรับผิดชอบที่มีต่อทีมนักบาสที่ฝึกซ้อมกันมาแรมปีก็ค้ำคอเขาอยู่ไม่ต่างกัน
“แล้วคุณคิดว่าทีมวิศวะของผมขาดคุณได้นักหรือไงครับ?” ฟ้าครามหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำจากการอดนอน แต่ประกายในแววตากลับดุดันและเต็มไปด้วยความน้อยใจที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณแบกอะไรไว้บนหลังบ้าง? ครอบครัวของคุณ ความคาดหวังของพวกเขา... แล้วผมล่ะรินทร์? ผมไม่ใช่ตัวเลือกสำรองที่คุณจะหยิบจับเมื่อไหร่ก็ได้นะ”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินทร์ เขาก้าวเท้าย้อนกลับเข้ามาในห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นจนฟ้าครามสะดุ้งเล็กน้อย แต่คนตัวเล็กก็ยังเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมหลบสายตาคุกคามจากร่างสูงที่เดินเข้ามาประชิด
“ผมไม่ได้มองคุณเป็นตัวเลือกสำรอง ฟ้าคราม” รินทร์โน้มตัวลงไป ใช้มือข้างหนึ่งค้ำโต๊ะทำงานกั้นขอบเขตระหว่างเขากับอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด “แต่แมตช์นี้... มันคือความฝันของผมตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้”
“และความฝันของเราล่ะ? การที่เราจะเรียนจบแล้วออกไปทำโปรเจกต์ด้วยกัน มันไม่มีค่าอะไรเลยใช่ไหมในสายตาคุณ?” ฟ้าครามสวนกลับทันควัน เสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เจ้าตัวพยายามกลั้นมันไว้ ยิ่งทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจเข้าอย่างจัง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง รินทร์จ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของฟ้าคราม เขารู้จักคนตรงหน้าดีที่สุด ฟ้าครามเป็นคนปากแข็ง ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และเกลียดที่สุดคือการถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลัง แต่ในขณะเดียวกัน ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีดุดันนั้น ก็มีเพียงรินทร์เท่านั้นที่เคยได้สัมผัส
มือหนายื่นออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่าย แต่ฟ้าครามกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ว่างเปล่าทำให้รินทร์ชะงักค้างกลางอากาศ
“อย่ามาทำดีตอนนี้เลยครับ ถ้าคุณจะไป... ก็ไปซะ ไปสนามของคุณ ไปหาความสำเร็จที่คุณต้องการ แล้วก็ไม่ต้องกลับมาสนใจโปรเจกต์บ้าๆ นี่อีก” ฟ้าครามพูดย้ำเสียงแข็ง พยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง แต่รินทร์กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขากลับคว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้แน่นพอดีที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บ
“ถ้าผมไป... ผมก็เสียคุณ” รินทร์กระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความเยือกเย็นที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลุ่มลึกและเว้าวอนที่หาได้ยากจากกัปตันทีมหนุ่ม “แต่ถ้าผมอยู่... ผมก็ทิ้งทีมไม่ได้เหมือนกัน คุณใจร้ายมากนะฟ้าคราม ที่ให้ผมเลือกในสิ่งที่ผมรักทั้งสองอย่าง”
“ผมต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดคำนั้น” ฟ้าครามเงยหน้าขึ้นสบตา น้ำใสๆ คลอเบ้าอยู่หน่วยตาคู่สวยแต่ถูกเจ้าตัวกักเก็บไว้อย่างหยิ่งผยอง “คุณมันเห็นแก่ตัว รินทร์... คุณอยากได้ทั้งชัยชนะในสนาม และอยากได้ทั้งผมที่คอยซัพพอร์ตคุณอยู่เบื้องหลังโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยกับการตัดสินใจ”
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ คำพูดนั้นแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง มันคือความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้ ตลอดมาเขาชินกับการเป็นศูนย์กลางของทุกสายตา ชินกับการมีฟ้าครามคอยจัดการเรื่องยุ่งยากเบื้องหลังให้โดยที่เขามองข้ามความเหนื่อยล้าอีกฝ่ายไปสนิท
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของรินทร์สั่นครืดคราด มันคือสายเรียกเข้าจากโค้ชทีมบาส ย้ำเตือนว่าเวลาวอร์มอัพกำลังจะหมดลง และทีมกำลังรอการปรากฏตัวของกัปตัน
รินทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของฟ้าครามที่กำลังหันหนีไปมองจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง สัญญาณเตือนภัยจากนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องบอกเวลา 15:45 น. — การแข่งขันจะเริ่มในอีกสิบห้านาที และไฟล์งานสุดท้ายต้องถูกส่งภายในห้าโมงเย็น
เขามีเวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีที่จะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองไปตลอดกาล
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก ก้มลงวางกระเป๋าบาสเกตบอลลงบนพื้นห้องเสียงดังตุ้บ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงปลั๊กโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานของฟ้าครามอย่างไร้เยื่อใย
ฟ้าครามเบิกตากว้าง หันขวับมามองด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา “คุณ... ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย? ทีมของคุณกำลังรออยู่นะ!”
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดด้านหลังของเก้าอี้ที่ฟ้าครามกำลังนั่งอยู่ ก่อนจะโน้มตัวลงโอบกอดร่างโปร่งจากด้านหลัง ปลายคางคมเกยอยู่บนลาดไหล่แคบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคนตัวเล็กสะท้านเฮือก
“ปล่อยผมนะ! ไปสนามสิ!” ฟ้าครามพยายามดิ้นรน ขยับตัวจะลุกขึ้นหนี แต่ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็กที่หลอมละลายด้วยความร้อนรุ่ม
“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเลือกคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงนั้นจริงจังจนไม่มีช่องว่างให้เถียง “ส่วนเรื่องสนาม... ผมส่งข้อความบอกโค้ชแล้วว่าวันนี้กัปตันทีมขอสละสิทธิ์ เพราะมีงานชิ้นสำคัญที่ต้องสะงكاتให้จบกับ ‘คนสำคัญ’ มากกว่า”
ฟ้าครามชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอิ่มเอมใจที่พรั่งพรูเข้ามาจนจุกแน่น
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายความเงียบอันเปราะบางนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องสตูดิโอจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต!
ร่างสูงใหญ่ของวิน คู่ปรับตัวฉกาจในสนามบาส ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า ในมือถือแท็บเล็ตเปิดหน้าจอรายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ไม่มีชื่อของรินทร์ปรากฏอยู่ วินกวาดสายตามองภาพกอดแนบชิดระหว่างรินทร์และฟ้าครามด้วยแววตาสสมเพชแกระทบกระเทียบ
“โอ๊ะ... ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความหวาน” วินแค่นหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง “ไม่นึกเลยว่ากัปตันทีมผู้เกรียงไกร จะยอมทิ้งอนาคตในสนามบาส... มานั่งกอดเด็กเนิร์ดหน้าคอมพิวเตอร์แค่เพราะกลัวจะโดนทิ้งจริงๆ”
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงในพริบตา รินทร์ค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกจากฟ้าครามอย่างเชื่องช้า เขายืดตัวตรงเต็มความสูง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความอันตรายอย่างถึงที่สุด ฟ้าครามรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับผู้มาเยือนใหม่ด้วยแววตาแข็งกร้าวไม่แพ้กัน
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สแลมดังก์สื่อรัก" คนนี้ด้วยนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 26
เมื่อความรักปะทะความฝัน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!