"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้น ผมเกรงว่าพื้นห้องแคบๆ ของผมคงได้ยุบเป็นหลุมก่อนที่พวกเราจะได้อ่านชีทสรุปเทอร์โมไดนามิกส์บทที่ห้ากันพอดีครับ ฟ้าคราม"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยดังขึ้นจากริมเตียงนอน รินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีดำตัวเก่งที่เพิ่งผ่านการซ้อมบาสเกตบอลอย่างหนักหน่วง นั่งไขว่ห้างพิงพนักหัวเตียง มือหนากำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย สันกรามชัดเจนภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวของห้องพักในหอพักนักศึกษา ทำให้ภาพของกัปตันทีมบาสผู้เย็นชาในยามปกติ กลายเป็นผู้ชายอันตรายที่สั่นคลอนหัวใจคนมองได้อย่างน่าประหลาด
ฟ้าครามชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าววนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ร่างเพรียวในชุดเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงขาสั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนจับผิด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนบนเตียงทันทีอย่างไม่ยอมแพ้
"ใครเดินวนกันครับ ผมแค่กำลังสำรวจพื้นที่เพื่อความปลอดภัยต่างหาก... ว่าแต่ห้องคุณนี่มันแคบสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ กัปตันรินทร์ มีที่ให้ยืนหายใจก็บุญโขแล้วสำหรับคนตัวใหญ่ๆ อย่างผม" ปากบางเอ่ยตอกกลับอย่างไม่ลดละ แม้ในใจจะเต้นผิดจังหวะจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในสนามบาสเกตบอลกว้างขวาง หรือห้องเลกเชอร์ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่นี่คือห้องส่วนตัว... พื้นที่ปิดตายที่มีกันอยู่แค่ "สองคน"
หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนที่สนามเมื่อช่วงเย็น ทั้งคู่จำต้องลี้ภัยมาเคลียร์งานโปรเจกต์และอ่านหนังสือสอบที่ห้องของรินทร์ตามคำสั่งเด็ดขาดของอาจารย์ที่ปรึกษา ทว่า บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น ความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจและกลิ่นกายสะอาดๆ ของรินทร์ ทำให้พื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนี้แคบลงไปถนัดตา
รินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่วางผ้าขนหนูลงบนตัก ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความประหม่า ความจริงแล้ว รินทร์ไม่ใช่คนพูดเก่ง และยิ่งไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัว แต่กับฟ้าคราม... คนที่ชอบทำตัวอวดเก่งแต่ซ่อนความเปราะบางไว้ข้างใน เขากลับรู้สึกว่าการมีอีกฝ่ายเข้ามาเดินเกะกะอยู่ในห้องแคบๆ นี้ ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด กลับกัน... มันทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการแบกรับความคาดหวังของครอบครัว ได้รับความอบอุ่นแปลกประหลาด
"ถ้ากลัวว่าห้องผมจะแคบจนหายใจไม่ออก ทำไมไม่มานั่งตรงนี้ล่ะครับ" รินทร์ตบเบาๆ ลงบนพื้นที่ว่างข้างกายบนเตียง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความท้าทายกลายๆ
ฟ้าครามหน้าขึ้นสีแดงก่ำทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศในห้องที่ค่อนข้างอับ หรือเพราะสายตาพราวระยับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่ง
"บ้ารึไงครับ! ใครจะไปนั่งบนเตียงคุณเล่า โน่น เก้าอี้ตรงโต๊ะหนังสือตั้งอยู่เห็นๆ"
"เก้าอี้ตัวนั้นขาโยกครับ ผมยังไม่ได้ซ่อม นั่งลงไปมีหวังคุณได้ลงไปนอนกองกับพื้นห้องแน่ๆ หรือถ้าคุณชอบพื้นห้องมากกว่าเตียง ผมก็ไม่ได้ขัดข้องนะครับ" รินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มบางๆ ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น รอยยิ้มแบบที่ทำเอาคนมองแทบหยุดหายใจ
ฟ้าครามเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้ง แต่เขาก็เถียงไม่ออก สุดท้ายจึงต้องจำใจเดินเข้าไปใกล้เตียงอย่างจำยอม ทิ้งตัวลงนั่งห่างจากร่างสูงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้บนขอบเตียงฝั่งตรงข้าม
ทว่า ระยะห่างที่คิดว่าปลอดภัย กลับสั้นลงทันทีเมื่อรินทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มเสียง กลิ่นกายผสมผสานกับกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนฟ้าครามต้องกลั้นหายใจ
"ถอยไปเลยนะรินทร์ คุณจะขยับเข้ามาทำไมเนี่ย" ฟ้าครามเอ็ดเบาๆ พร้อมกับใช้มือดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายไว้ เมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ
รินทร์ไม่ถอยหนี มือหนากลับเอื้อมไปคว้าชีทสรุปที่วางอยู่ข้างตัวฟ้าครามขึ้นมาพลิดูหน้าตาเฉย ปลายนิ้วแกร่งเฉียดโดนหลังมือของฟ้าครามเบาๆ ส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของคนตัวเล็ก
"ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณสักหน่อย... ผมแค่จะดูว่าที่เราเถียงกันเรื่องสูตรฟิสิกส์เมื่อวาน ใครกันแน่ที่เข้าใจผิด" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชิดริมหู ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก "แล้วผลลัพธ์ก็คือ... คุณนั่นแหละที่คิดผิดตั้งแต่บรรทัดแรก"
ฟ้าครามรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนจนมุม ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาแทบไม่กล้าหายใจ แผ่นหลังชนเข้ากับผนังหัวเตียงโดยไม่รู้ตัวเมื่อรินทร์ขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนคล้ายกับว่าเขากำลังถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนของกัปตันทีมบาสคนนี้โดยสมบูรณ์
"ผม... ผมไม่ได้ผิดสักหน่อย แค่คำนวณเลขผิดนิดเดียวเอง..." เสียงของฟ้าครามเบาหวิวลงเรื่อยๆ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของรินทร์ยื่นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับภาพลักษณ์ดุดันในสนามอย่างสิ้นเชิง ทำให้หัวใจของฟ้าครามเต้นรัวจนแทบกระเด็น
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มปะทุขึ้นในอก เขาไม่เคยคิดว่าการได้มองอีกฝ่ายใกล้ๆ แบบนี้ จะทำให้ความตั้งใจที่จะรักษาระยะห่างพังทลายลงได้ง่ายดายนัก
"ฟ้าคราม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนั้นแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบที่ลอยวนอยู่ในอากาศที่เริ่มร้อนระอุ
"อะ...อะไรครับ" ฟ้าครามขยับตัวหนີเล็กน้อยด้วยความประหม่า หัวใจพองโตจนคับอกกับน้ำเสียงและแววตาที่เปลี่ยนไป
รินทร์ไม่ตอบ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ สายตาสีณิลกวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ปลายนิ้วแกร่งเลื่อนจากกลุ่มผมลงมาแตะที่ปลายคางมนเชิดขึ้นเบาๆ เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายสบตา
"รู้ไหมครับ... ว่าการที่คุณทำตัวดื้อรั้นอยู่ใกล้ๆ ผมแบบนี้ มันอันตรายแค่ไหน" รินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมฉายแววปรารถนาบางอย่างที่ชัดเจนจนคนฟังต้องกั้นหายใจ
ฟ้าครามเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตราของกัปตันหนุ่มผู้เย็นชาแต่กลับร้อนแรงในเวลาเดียวกัน
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในห้องแคบๆ นี้พังทลายลงในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นเคยของเพื่อนสนิทที่ดังทะลุประตูเข้ามา
"ไอ้รินทร์! เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะเว้ย! กูรู้ว่ามึงอยู่ข้างใน! อาจารย์ฝากเอาเอกสารด่วนมาให้... เฮ้ย หรือว่าพวกมึงกำลังทำอะไรลับหลังกูอยู่ เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้กัปตัน!"
รินทร์ชะงักกึก ดวงตาสบถความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นมาในแวบแรก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเสียดาย ขณะที่ฟ้าครามสะดุ้งสุดตัวรีบผลักอกแกร่งให้ออกจากตัวเองแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตื่นตระหนก
รินทร์หันไปมองประตูห้องด้วยสายตาเย็นเยียบที่พร้อมจะกินหัวคนได้ทุกเมื่อ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความจำยอม
ทว่า ก่อนที่รินทร์จะเดินไปบิดกลอนประตูห้อง ฟ้าครามที่นั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นระรัวที่เต็มไปด้วยความระแวง
"ถ้า... ถ้าเปิดประตูออกไปแล้วเจอไอ้วินยืนอยู่... เราจะทำยังไงครับรินทร์?"
รินทร์ชะงักมือที่กำลังจะแตะลูกบิดประตู ดวงตาคมกริบหันกลับมามองคนตัวเล็กบนเตียงนิ่งสนิท ขณะที่เสียงเคาะประตูด้านนอกยังคงดังระรัวไม่หยุด...
---
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สแลมดังก์สื่อรัก" คนนี้ด้วยนะครับ!
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 27
คนสองคนในโลกแคบๆ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!