อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง•ตอนที่ 7

สัญญาณเตือนที่หัวใจ

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ถ้าคุณยังบังคับให้เส้นทางมานาไหลผ่านจุดเซ็นเซอร์ชุดนี้ด้วยตรรกะแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์อีกครั้ง ฉันเกรงว่าหัวใจของโครงข่ายเวทมนตร์วงนี้คงได้ระเบิดกลายเป็นเศษกระดาษเศษโค้ดก่อนที่เราจะไปถึงหุบเขาพยากรณ์เสียก่อนค่ะ คีริน" รินรดาถอนหายใจยาวพร้อมกับเลื่อนปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือเวทมนตร์ถักด้วยเส้นใยนาโนออกจากการควบคุมหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมม่วง ดวงตาคู่คมกวาดตามองค่าความหนาแน่นของมานาที่กำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉานบนอากาศ เธอยืนพิงผนังรถม้าเวทมนตร์ที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างนุ่มนวลบนเส้นทางสายอัคคี แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับโครงสร้างไม้สนเวทที่เย็นเฉียบ แต่นั่นก็ยังไม่เย็นเท่ากับความรู้สึกปั่นป่วนที่เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้ตลอดสามวันที่ผ่านมา การเดินทางไกลร่วมกันในพื้นที่จำกัดทำให้รินรดารู้สึกเหมือนระบบปฏิบัติการในสมองของเธอกำลังรวน ร่างสูงโปร่งของคีรินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน เขายังคงก้มหน้าลงศึกษาคัมภีร์โบราณเล่มหนาโดยมีแสงเรืองรองจากตัวอักษรเวทสะท้อนลงบนสันจมูกโด่งเป็นสัน กลิ่นอายจางๆ ของสนป่าและกระดาษเก่าลอยวนอยู่ในบรรยากาศแคบๆ นี้ มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย แต่ทุกครั้งที่มันลอยเข้ามาใกล้จนสัมผัสปลายจมูก อัตราการเต้นของชีพจรในข้อมือซ้ายของเธอกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล จนฮาร์ดแวร์ชีวภาพภายในร่างกายเกือบจะส่งเสียงร้องเตือนข้อผิดพลาดออกมาจริงๆ เสียแล้ว "ผมแค่กำลังทดลองสมมติฐานว่า ถ้าเรายอมให้ระบบมีความยืดหยุ่นในระดับที่ยอมรับความผิดพลาดได้บ้าง เช่นเดียวกับความรู้สึกของมนุษย์ บาริเออร์ป้องกันรอบตัวรถม้าคันนี้อาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนะครับ" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่มกลับทำให้รินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองทัศนียภาพนอกหน้าต่างรถม้าแทน มนุษย์เหรอ? ความยืดหยุ่นเหรอ? สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่มองโลกผ่านตรรกะเลขศูนย์กับเลขหนึ่งมาตลอดชีวิตอย่างรินรดา คำว่า "ความรู้สึก" หรือ "ความผิดพลาดที่ยอมรับได้" คือข้อบกพร่องที่ต้องรีบดีบั๊ก (Debug) ทิ้งทันที ทว่า... นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่โลกแฟนตาซีใบนี้ กฎเกณฑ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับถูกสั่นคลอนครั้งแล้วครั้งเล่า และคนที่คอยเขย่ารากฐานความคิดเหล่านั้นให้สั่นคลอนมากที่สุด ก็คือชายหนุ่มผมสีเงินประกายเขียวผู้นั่งอยู่ตรงหน้านี่เอง รถม้าเวทมนตร์โคลงเคลงเล็กน้อยเมื่อล้อผ่านรอยต่อของสะพานหินโบราณ แรงเหวี่ยงกะทันหันทำให้ร่างของรินรดาเสียหลักวูบไปด้านข้าง ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น มือหนาของคีรินก็เอื้อมออกมารั้งข้อศอกของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำรากับมีการคำนวณวิถีล่วงหน้า แรงสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาสู่ผิวเนื้อโดยตรง ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงที่วิ่งพล่านไปทั่วเส้นประสาท รินรดาชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่สวยที่มองตรงมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีโค้ดบรรทัดไหนในตำราเวทมนตร์เล่มใดที่เคยเขียนบอกไว้เลยว่า... อาการใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแบบนี้ มันเกิดจากฟังก์ชันอะไรในร่างกาย "คุณ... ปล่อยแขนฉันได้แล้วค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามบังคับให้กล่องเสียงของตัวเองกลับมาเป็นปกติ แต่น้ำเสียงที่หลุดออกไปกลับสั่นพร่าเสียจนน่าอับอาย คีรินไม่ได้ปล่อยมือทันที เขากลับขยับปลายนิ้วลูบผ่านข้อมือบางเบาอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสำรวจประเมินสถานการณ์ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ ของหญิงสาวด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "ชีพจรของคุณเต้นเร็วกว่าปกติถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์นะรินรดา" คีรินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงเจือรอยยิ้มเอ็นดูที่สะท้อนอยู่ในความเงียบ "หรือว่า... อัลกอริทึมในหัวใจของคุณกำลังประมวลผลคำสั่งอะไรที่นอกเหนือจากตรรกะเดิมๆ เข้าเสียแล้ว?" คำถามนั้นราวกับค้อนทุบลงตรงกลางความตั้งใจทั้งหมดที่รินรดาพยายามสร้างกำแพงกั้นไว้ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ กำมือแน่นเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วถอยหลังไปชิดมุมรถม้าอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว "ฉันแค่... อากาศในนี้มันน้อยเกินไปต่างหากค่ะ!" เธอแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามซ่อนความรวนเรไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นแบบเดิม แต่ทว่าใบหน้าที่แดงก่ำถึงใบหูกลับทรยศคำพูดของเธอจนหมดสิ้น คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายอมถอยหลังกลับไปนั่งท่าเดิมโดยไม่เอ่ยปากแซวต่อ ปล่อยให้ความเงียบอันอบอวลด้วยความเขินอายเข้าปกคลุมพื้นที่ภายในรถม้าอีกครั้ง รินรดายกมือขึ้นทาบอกซ้ายสัมผัสจังหวะการเต้นที่ยังคงรัวเร็วไม่ยอมสงบลง เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ต่อให้เธอจะเก่งกาจในการเขียนโค้ดล้างสมองหรือสร้างระบบป้องกันเวทมนตร์ที่ซับซ้อนแค่ไหน เธอก็ไม่มีทางเขียนโปรแกรมสั่งให้หัวใจดวงนี้หยุดรู้สึกกับผู้ชายคนนี้ได้เลย ในขณะที่บรรยากาศกำลังกึ่งหวานกึ่งอึดอัด รถม้าเวทมนตร์ก็หยุดกะทันหัน แรงกระชากทำให้ตัวรถสั่นสะเทือนไปทั้งคัน เสียงคำรามต่ำทุบพื้นดินดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องนอก ราวกับมีสัตว์อสูรขนาดมหึมาตื่นจากการหลับใหล ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่เคยสงบไปก็ดีดเด้งขึ้นกลางอากาศด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังระรัวจนแสบแก้วหู ตัวอักษรสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นทีละบรรทัดด้วยข้อความที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ระบบ **[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติของมานากลุ่มก้อนใหญ่ในรัศมี 500 เมตร]** **[เงื่อนไขภารกิจพิเศษเปิดใช้งาน: "เสียงกระซิบแห่งบอสลับใต้พิภพ" กำลังเริ่มต้นนับถอยหลัง]** **[คำเตือน: ผู้เล่นและผู้ร่วมเดินทางกำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนต้องห้ามที่ไม่มีบันทึกในแผนที่... และประตูแห่งการทดสอบได้ถูกปลดล็อกโดยเจตจำนงของคุณเองแล้ว]** ดาริกาส่องแสงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านโค้ดลับแห่งเวทมนตร์มาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%