อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง•ตอนที่ 6

ก้าวแรกนอกกรอบความปลอดภัย

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนเรติน่าของรินรดากำลังกะพริบถี่เป็นจังหวะเตือนภัย สีสันของมันไม่ใช่ความเขียวใสแบบที่เธอคุ้นเคยในฐานะสถาปนิกโค้ดระบบ แต่เป็นสีแดงชาดของข้อยกเว้นร้ายแรง (Critical Exception) ที่โปรแกรมเมอร์อย่างเธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต "ถ้าเรายังยืนอยู่หลังเกราะป้องกันเวทมนตร์ระดับเจ็ดนี้ต่อไป พลังงานสำรองของเขตมหานครจะลดลงต่ำกว่าศูนย์ภายในสี่สิบแปดนาทีนะคะ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้นเหนือเสียงหึ่งของเครื่องมือตรวจวัดพลังงานโบราณ เขากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแผ่นศิลาจารึกอักษรเวทที่สลักลึกอยู่บนผนังหินปูนชื้นแฉะ แสงสีทองจางๆ จากปลายนิ้วของเขาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในอุโมงค์ใต้ดินนี้น่าอุ่นใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับขับเน้นให้เงาตะคุ่มของซากโบราณสถานดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยความลับที่ยังไม่ได้ถูกไข รินรดากัดริมฝีปากแน่น นิ้วมือเรียวบางขยับเคาะกลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกหน้าต่างอินเทอร์เฟซส่วนตัวขึ้นมา ตรรกะในหัวของเธอกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะแบบไบนารีศูนย์กับหนึ่งอย่างที่เธอคุ้นเคย แต่มันมีตัวแปรอิสระที่เรียกว่า 'มานา' ซึ่งไร้ซึ่งความแน่นอน ทว่า ในฐานะคนที่เชื่อมั่นในระบบ เธอกลับมองเห็นรูปแบบบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความโกลาหลนั้น "พื้นที่นอกเขตปลอดภัยไม่มีแม้แต่บันทึกในฐานข้อมูลของสถาบันเวทมนตร์นะคะ คีริน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววลังเลไหววูบ "การก้าวออกไปโดยไม่มีไฟร์wall หรือชุดคำสั่งป้องกันความเสี่ยง ก็ไม่ต่างอะไรกับการรันโค้ดดิบแบบไร้การคอมไพล์บนเซิร์ฟเวอร์จริง... มันมีโอกาสล่มสลายสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์" คีรินหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงเรืองรองของอัญมณีเวท เขาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนหวานหูแบบที่คนทั่วไปคาดหวังจากพระเอกในนิยายรักน้ำناว แต่เขากลับยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายซึ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ "บางครั้ง โค้ดที่ดีที่สุดก็ถือกำเนิดขึ้นจากการยอมรับข้อผิดพลาดแล้วเขียนขึ้นมาใหม่หน้างานนี่แหละครับ... เอ๊ย, ดิฉันหมายถึง... สำหรับคุณแล้ว การยึดติดกับเซฟโซนต่างหากที่เป็นบั๊กที่ใหญ่ที่สุด" คีรินแก้คำพูดอย่างลกleนเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคยที่ทำให้รินรดาต้องเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาจริงจังดังเดิม "คุณอยากเป็นแค่โปรแกรมเมอร์ผู้รักษาระบบที่รอวันล่มสลาย หรืออยากเป็นผู้สร้างระบบที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ของโลกใบนี้ล่ะครับ?" คำถามนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางกำแพงตรรกะที่รินรดากล่าวสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดในอดีต ภาพความล้มเหลวของการอัปเดตระบบครั้งใหญ่เมื่อปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว ความทรงจำที่เธอไม่สามารถควบคุมตัวแปรใดๆ ได้เลยจนทำให้ทุกอย่างพังทลาย แต่ทว่า... เมื่อเธอมองไปยังเบื้องหน้า—อุโมงค์มืดมิดที่ทอดยาวออกไปสู่เขตแดนต้องห้าม ซึ่งมีกระแสพลังงานดิบไหลวนราวกับพายุคลั่ง—เธอก็รู้ดีว่า ทางเลือกอื่นไม่มีอยู่อีกแล้ว รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา มือที่สั่นเทาเล็กน้อยกําเข้าหากันแน่นก่อนจะแตะลงบนปุ่มคำสั่งยืนยันการปลดล็อก "ตกลงค่ะ" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น "ถ้าจะออกไป... เราจะต้องเขียนโปรโตคอลการเดินทางของเราเอง ห้ามพึ่งพาโชคชะตาเด็ดขาด" คีรินแย้มยิ้มกว้างขึ้น แววตาคู่นั้นฉายความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "นั่นแหละคือคุณรินรดาที่ผม... เอ่อ ที่พวกเราต้องการครับ" ทั้งคู่ก้าวผ่านเขตแดนแสงสีฟ้าครามที่กั้นระหว่างความปลอดภัยและความตายออกไป ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นดินของเขตพลังงานดิบ แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ราวกับมีภูเขา 10 ลูกกดทับลงบนบ่า อากาศรอบตัวหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของรินรดา ทว่าระบบอินเทอร์เฟซส่วนตัวของเธอกลับไม่ยอมแพ้ มันเริ่มทำงานอย่างหนักหน่วง เสียงแจ้งเตือนรัวระรัวดังขึ้นในโสตประสาท [ตรวจพบพลังงานที่ไม่รู้จัก: อัตราความหนาแน่นเกินพิกัด!] [ระบบกำลังปรับเทียบตัวแปรเพื่อความอยู่รอด...] [คำเตือน: ท่านกำลังเข้าสู่พื้นที่เขตแดนระดับ SSS ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสถาบัน!] รินรดากัดฟันกรอด เธอตวัดมือวาดลวดลายกลางอากาศเพื่อสร้างเกราะป้องกันเวทมนตร์จำลองที่ดัดแปลงมาจากโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบตัวช่วยบรรเทาแรงกดดันลงได้ครึ่งหนึ่ง คีรินที่ยืนอยู่เคียงข้างกันขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับร่ายเวทมนตร์ธาตุลมเพื่อพัดพาหมอกพิษที่ลอยตลบอบอวลให้ออกไป เคมีและความเข้ากันของทั้งสองคนผสานกันอย่างลงตัวราวกับฟังก์ชันและอาร์กิวเมนต์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังของหอคอยโบราณที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าโครงสร้างบิดเบี้ยวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล ตรงใจกลางซากปรักหักพังนั้น มีผลึกแก้วสีดำสนิทขนาดมหึมาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสิ่งมีชีวิต และทุกครั้งที่มันเต้นระรัว รอยร้าวสีแดงฉานบนพื้นดินก็ขยายวงกว้างขึ้น "นั่นคือแหล่งที่มาของพลังงานที่เราตามหา..." รินรดากล่าวเสียงแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาจดจ้องตัวเลขค่าความเสียหายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัวบนหน้าจอโฮโลแกรม "แต่มันไม่ใช่แค่แหล่งพลังงานธรรมดานะคะคีริน มันคือ..." ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ประโยคคำเตือนทั้งหมดก็หยุดชะงักลง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเกิดการยุบตัวอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ผลึกแก้วสีดำสนิทใจกลางหอคอยหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันจากความมืดมิดรอบตัว แรงกดดันระดับที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่างแผ่ซพ่านออกมา และเสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึ้งของนรกก็ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของรินรดาและคีรินพร้อมๆ กัน *“ผู้บุกรุก... ได้เวลาชำระหนี้สินแห่งโค้ดที่ถูกลืม”* รินรดายืนตัวแข็งทื่อเมื่อเรติน่าของเธอแสดงผลหน้าต่างสีแดงฉานข้อความใหม่ที่สั่นกระพริบอย่างรุนแรง—ไม่ใช่ภารกิจระดับ SSS ธรรมดา แต่เป็นคำสั่งการทำลายล้างที่ระบุชื่อของเธอและคีรินเอาไว้ในฐานะ "ข้อผิดพลาดที่ต้องถูกลบ" ทันทีที่เงาร่างมหึมาของบอสลับก้าวพ้นจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นเคยอย่างไร้เหตุผล ประตูทางหนีเดียวด้านหลังของพวกเขาก็ปิดตายลงด้วยกำแพงศิลาเวทสีดำสนิท! ดาริกาส่องแสงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านโค้ดลับแห่งเวทมนตร์มาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%