เสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดังสะเทือนผ่านพื้นผิวแผ่นโลหะของเซิร์ฟเวอร์หลัก ไม่ใช่สัญญาณรบกวนจากฮาร์ดแวร์ที่เสื่อมสภาพอย่างที่รินรดาเคยวิเคราะห์ไว้ในตอนแรก แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจากมวลสารเวทมนตร์ดิบที่กำลังกัดกร่อนไฟร์แวลล์ชั้นที่เจ็ดจนเกิดรอยร้าวเป็นประกายสีม่วงเข้ม
"รินรดา! ชุดป้องกันโครงสร้างโค้ดของคุณกำลังสูญเสียความเสถียร!"
เสียงตะโกนของคีรินแทรกผ่านเสียงหวีดแหลมของระบบเตือนภัยฉุกเฉิน มือเรียวยาวของชายหนุ่มกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดเรืองแสง อักขระรูนโบราณนับพันตัวถูกป้อนเข้าไปเพื่อพยายามตรึงเกราะเวทมนตร์ให้อยู่ในพิกัดที่ปลอดภัย แต่ดูเหมือนว่าความหนาแน่นของข้อมูลมหาศาลกำลังจะเกินขีดจำกัดที่สถาปัตยกรรมระบบจะรับไหว
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสเค็มบางเบาของเลือด ดวงตาคู่คมจดจ้องหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกราฟิกสถานะการไหลเวียนของข้อมูลซึ่งกำลังพุ่งชนเพดานสีแดงเถือก ตรรกะและอัลกอริทึมที่เธอใช้เวลาเขียนมาแรมปีเพื่อจัดระเบียบฐานข้อมูลความทรงจำของหอคอยเวทมนตร์ กำลังถูกฉีกกระชากด้วยกรงเล็บแห่งความอลวนจากสัตว์อสูรพิกัดศูนย์ที่หลุดลอดออกมาจากรอยแยกมิติ
"ไม่ใช่เพราะโครงสร้างโค้ดไม่เสถียรค่ะคีริน!" รินรดาตวัดเสียงตอบกลับอย่างเฉียบขาด ขณะที่มือของเธอก็พลิกแพลงชุดคำสั่งอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างบับเบิ้ลป้องกันรอบจุดศูนย์กลางข้อมูล "แต่เป็นเพราะค่าความหนาแน่นของเวทมนตร์แปลกปลอมในมิตินั้นสูงเกินกว่าค่าคงที่ที่เราคำนวณไว้ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์! มันกำลังใช้ข้อมูลขยะเหล่านั้นเป็นอาหารเพื่อขยายร่าง!"
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือความโกลาหลที่แท้จริง เงาสะท้อนสีดำทมิฬรูปร่างคล้ายสุนัขป่าผสมผสานกับโครงสร้างเรขาคณิตสามมิติที่บิดเบี้ยว มันพุ่งชนกำแพงไฟร์แวลล์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่มันกระแทก ประกายไฟสีฟ้าจากระบบป้องกันจะแตกกระจายราวกับเศษแก้ว พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นประสาทจนทำให้สมองของมนุษย์รู้สึกคลื่นไส้
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือสงครามระหว่างระเบียบข้อมูลของโลกปัจจุบันกับความไร้ระเบียบอันเก่าแก่จากนอกห้วงมิติ
"ถ้าเรายังปล่อยให้มันกินข้อมูลดิบในเซิร์ฟเวอร์สำรองต่อไป ฐานข้อมูลหลักจะถูกรีเซ็ตและพวกเราจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดที่บันทึกไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางนะคะ" คีรินหันมาสบตารินรดา แววตาของนักวิจัยหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัว เจืออยู่แต่ประกายความท้าทายที่เฉียบคมไม่แพ้กัน "คุณมีแผนสำรองในหัวใช่ไหม โปรแกรมเมอร์คนเก่ง?"
รินรดาไม่ตอบคำถามในทันที สมองของเธอกำลังประมวลผลทางเลือกนับล้านในเสี้ยววินาที ข้อมูลดิบที่สัตว์อสูรกำลังกลืนกินมีรูปแบบการกระจายตัวที่เป็นวงกลม หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ มันก็คือ 'ฟังก์ชันพาราโบลา' ที่มีจุดวกกลับชัดเจน ถ้าเธอสามารถสร้างกับดักด้วยการเขียนโค้ดลวงตาเพื่อดึงดูดความสนใจของมันไปยังจุดอับสัญญาณ และใช้เวทมนตร์โบราณของคีรินในการผนึกกรงเล็บแห่งมิติในจังหวะที่มันอ้าปากคำราม... บางทีพวกเขาก็อาจจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์
"มีค่ะ..." รินรดาผ่อนลมหายใจออกยาวเพื่อขับไล่ความตึงเครียด "แต่เราต้องทำงานประสานกันแบบเรียลไทม์ ไม่มีช่องให้ผิดพลาดแม้แต่มิลลิวินาทีเดียว"
"ผมพร้อมเสมือนว่าเราซ้อมกันมาเป็นร้อยรอบแล้วครับ... อ่า ไม่ส่ายสิคะ ผมหมายถึง ผมพร้อมเสมอ" คีรินเผลอยิ้มออกมาบางเบท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ทำให้รินรดาอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย แม้ในสถานการณ์คอขาดบาดตาย ชายคนนี้ก็ยังคงหาจังหวะปล่อยมุกกวนๆ ออกมาได้เสมอ
"เริ่มนับถอยหลังนะคะ... สาม... สอง... หนึ่ง... ทำงาน!"
สิ้นเสียงคำสั่ง รินรดากดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยความรุนแรง หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม โค้ดเวทมนตร์นับล้านบรรทัดถูกปล่อยออกไปราวกับสายฝนดิจิทัล พุ่งตรงเข้าโอบล้อมร่างของสัตว์อสูรพิกัดศูนย์ที่กำลังคำรามก้อง โค้ดเหล่านั้นทำหน้าที่เสมือนโซ่ตรวนทางตรรกะ บีบอัดพื้นที่รอบตัวของมันให้แคบลงเรื่อยๆ จนการเคลื่อนไหวเริ่มติดขัด
"คีริน! ตอนนี้แหละ!"
คีรินไม่รอช้า สองมือประทับลงบนพื้นเบื้องหน้า วงแหวนเวทมนตร์สีครามสว่างวาบขึ้นพร้อมกับอักขระโบราณที่พุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ มันสอดประสานเข้ากับโค้ดดิจิทัลของรินรดาอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นตาข่ายแสงสีม่วงทองที่ทรงพลัง ตรึงร่างของสัตว์อสูรให้อยู่กับที่ มันดิ้นรนสุดกำลังจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่บาดแก้วหู แต่ยิ่งมันดิ้น ตาข่ายนั้นก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นตามอัลกอริทึมการตอบสนองอัตโนมัติ
แฮ่ก... แฮ่ก...
เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันท่ามกลางความเงียบที่กลับคืนมาทีละน้อย ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีฟ้า และจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงความเสียหายเล็กน้อยบนแผงควบคุมระบบ และรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ระบายอยู่บนใบหน้าของคนทั้งสอง
รินรดาทรุดตัวลงนั่งพิงกับขอบโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง แม้ภารกิจจะสำเร็จลุล่วง แต่ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้าใส่จนร่างแทบไม่ขยับ ขณะที่เธอกำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนชั่วครู่ เสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาท
*ติ๊ง! ตรวจพบชุดข้อมูลแปลกปลอมระดับ SSS ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นลึกที่สุดของฐานข้อมูลหลัก...*
รินรดาลืมตาโพรงขึ้นทันที เธอมองหน้าจอโฮโลแกรมที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครสั่งการ ข้อความตัวอักษรสีดำสนิทปรากฏขึ้นทีละบรรทัดอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับสร้างความหนาวเยือกให้แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
*คำเตือน: โปรแกรมต้นแบบ "อัลกอริทึมหัวใจ" กำลังเริ่มต้นกระบวนการทำงานด้วยตัวเอง... ผู้สร้างไม่ได้รับอนุญาตให้แก้ไขคำสั่งอีกต่อไป*
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากท้วงติงสิ่งใด แสงไฟทั่วทั้งห้องวิจัยก็ดับวูบลงพร้อมกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ได้มาจากมนุษย์หรือสัตว์อสูรตัวใดเริ่มดังขึ้นจากเบื้องลึกของทางเดินมืดมิด เสียงนั้นก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในแสงสลัวสุดท้ายของหน้าจอระบบ
ดาริกาส่องแสงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านโค้ดลับแห่งเวทมนตร์มาด้วยกันนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง•ตอนที่ 8
มิตรภาพท่ามกลางความโกลาหล
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมทำตามคำสั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!