เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 7

มินตรากับความลับที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณกำลังโกหกผม... มินตรา" เสียงทุ้มต่ำของรวิศดังแทรกเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันเดือดในกระทะเหล็กหนา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีซีดก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ครัวร้านอาหารตามสั่ง บรรยากาศรอบตัวเขาในยามวิกาลเช่นนี้ไร้ซึ่งความขี้เล่น หรือท่าทีรักสบายที่มักแสดงออกเช่นทุกวัน ดวงตาคมกริบจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายความสงสัยที่อัดแน่นมาหลายวัน มินตราสะดุ้งเล็กน้อย มือเรียวที่กำลังตักพริกน้ำปลาชะงักกึก เธอยังคงหันหลังให้เขา จัดแจงปิดฝาโหลแก้วอย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่รวิศอ่านไม่ออก "ฉันจะโกหกอะไรนาย ตาอ้วนปากเสีย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานส่งให้ลูกค้าโต๊ะข้างๆ อย่างคล่องแคล่ว "อย่ามาทำเป็นตึงใส่ฉันนะ ถ้าไม่มีอะไรทำนัก ก็ไปเช็ดโต๊ะโน้นซะ" รวิศไม่ขยับ เขายังคงยืนกอดอกพิงเสาไม้เก่าๆ ของร้าน สายตาคมกวาดมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้... ไม่สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีมอๆ และกลิ่นควันกระทะของเธอ คนธรรมดาที่ไหนจะสามารถจำแนกเมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากเอธิโอเปียได้ทันทีที่จิบโดยไม่ต้องดูฉลาก? คนธรรมดาที่ไหนจะเผลอขมวดคิ้วด้วยความรำคาญตอนที่เห็นข่าวเศรษฐกิจมหภาคทางโทรทัศน์ พร้อมพึมพำว่า *'นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ใช้'* ออกมาด้วยสำเนียงบริติชแท้ๆ? และที่สำคัญที่สุด... รอยแผลเป็นจางๆ รูปทรงกลมรีที่ข้อพับแขนขวาของเธอ ซึ่งบังเอิญโผล่พ้นชายเสื้อขึ้นมาตอนที่เธอยกกระทะ มันคือร่องรอยของวัคซีนป้องกันโรคเฉพาะกลุ่มที่ใช้กันในกลุ่มตระกูลขุนนางเก่าและนักธุรกิจระดับท็อปเท็นของประเทศเท่านั้น! ตระกูลมินตราที่เขาเคยเข้าใจมาตลอดว่าเป็นเพียงครอบครัวชนชั้นกลางที่ล้มละลายไปพร้อมกับเขานั้น... มันช่างเป็นเรื่องโกหกคำโตที่แนบเนียนเสียเหลือเกิน "คนธรรมดาเขาไม่รู้หรอกนะครับว่า หุ้นของบริษัทควอนตัมเทคกำลังจะร่วงลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ในวันจันทร์นี้... เว้นเสียแต่ว่าคนๆ นั้น จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงที่นั่งอยู่เบื้องหลังกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก" รวิศเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดผ่านชั้นความลับ มินตราหยุดมือทุกอย่าง บรรยากาศรอบตัวของร้านตามสั่งที่เคยมีเสียงตะหลิวกระทบกระทะและเสียงพูดคุยจอแจ กลับเงียบสงบลงอย่างประหลาด ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยแรงกดดันบางอย่างจากคนทั้งคู่ เธอนิ่งเงียบไปนานหลายวินาที ไม่มีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งตอนนี้มันดูเยnชาและทรงพลังเสียจนรวิศต้องหรี่ตามอง "นายฉลาดขึ้นนี่... รวิศ" เสียงของมินตราเปลี่ยนไป น้ำเสียงนุ่มนวลที่เคยใช้พูดคุยกับเขามาตลอดหลายปีหายไป กลายเป็นน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก [ติ๊ง! ตรวจพบความลับระดับ S-Class ของตัวละครหลักฝ่ายหญิง!] [ระบบช็อตฟีลขยี้ใจ ทำงานฉุกเฉิน!] [ภารกิจลับ: ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคู่หมั้นผู้เคียงข้างท่านยามยาก สำเร็จ 80%!] [ของรางวัลปลดล็อก: สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลับระดับท็อปซีเคร็ตของเครือข่ายการเงินโลก และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของระบบ!] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรวิศจนเขาต้องขบกรามแน่น ไอ้ระบบบ้านี่ทำงานได้จังหวะนรกเสียจริง ในเวลาที่เขากำลังเครียดและต้องการคำตอบ มันดันส่งเสียงแจ้งเตือนราวกับกำลังดูละครสนุกสนานอยู่เสียอย่างนั้น "ตกลงแล้วเธอเป็นใครกันแน่ มินตรา?" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว มือหนาวางลงบนขอบเคาน์เตอร์ ก้มลงมองสบตาเธอตรงๆ "ผู้หญิงที่บอกว่ารักผม ยอมลำบากเปิดร้านตามสั่งประทังชีวิตด้วยกัน... แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ หรือว่าทั้งหมดนี้มันเป็นแค่เกมของพวกเธอ?" มินตราเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาสนุกสนานเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความลึกซึ้งที่อ่านยาก เธอยื่นมือเรียวออกไปสัมผัสเบาๆ ที่ปกเสื้อคอรีดที่ยับย่นของเขา นิ้วมือเรียวยาวนั้นเนียนนุ่มและสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นมือของแม่ค้าขายอาหารตามสั่งทั่วไปอย่างสิ้นเชิง "เกมงั้นเหรอ?" มินตราหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่เย็นเยียบ "ถ้านี่คือเกม นายก็คงเป็นผู้เล่นที่โง่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะ รวิศ... นายคิดจริงๆ น่ะหรือว่า ผู้หญิงที่เติบโตมากับกองเงินกองทองอย่างฉัน จะยอมทิ้งทุกอย่างมานั่งล้างจานหน้าเตาถ่านร้อนๆ แบบนี้ เพียงเพราะคำว่ารักโรแมนติกน้ำเน่าอย่างเดียว?" รวิศชะงัก หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่กำลังค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นในหัว "เธอ... หมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้หญิงน่าสงสารที่คอยซับน้ำตาให้เศรษฐีตกอับ..." มินตราขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยแตะจมูก ตัดกับกลิ่นน้ำปลาและซีอิ๊วขาวในร้านอย่างสิ้นเชิง "แต่ฉันมาที่นี่... เพื่อคุมเกมทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่นายล้มต่างหากล่ะ" ยังไม่ทันที่รวิศจะได้เอ่ยปากถามอะไรต่อ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำอย่างดุดันของซูเปอร์คาร์ราคาแพงระดับไฮend ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากตรอกแคบหน้าร้าน ตามด้วยเสียงเบรกกะทันหันจนยางบดถนนส่งเสียงแหลมสูง ปัง! ประตูรถคันหรูเปิดออก พร้อมกับการก้าวลงมาของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ เขามีท่าทีร้อนรนแต่ก็ยังคงความนิ่งสงบตามแบบฉบับมืออาชีพ ชายคนนั้นรีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาในร้านตามสั่งคราบเขม่าควัน ก่อนจะหยุดยืนโค้งคำนับให้มินตราด้วยความเคารพสูงสุด ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของลูกค้าที่เหลืออยู่ไม่กี่โต๊ะในร้าน "ท่านประธานครับ..." เสียงของชายในชุดสูทสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก "ทางตระกูลใหญ่ฝั่งยุโรปเคลื่อนไหวแล้วครับ พวกเขาต้องการให้ท่าน... กลับไปรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสูงสุดของกลุ่มทุนในคืนนี้ทันที!" รวิศเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้ามินตราที่ตอนนี้กำลังถอดผ้ากันเปื้อนสีมอๆ ออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นชุดเดรสแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษราคาหลายหลักที่ซ่อนอยู่ภายใน มินตราส่งยิ้มบางๆ ให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเหนือกว่าอย่างแท้จริง "เอาล่ะ รวิศ..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ราวกับนางพญาที่กำลังประกาศิต "นายหมดเวลาเล่นสนุกเป็นคนจนแล้ว... เพราะตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องไปท̀iวงสมบัติทั้งหมดคืนจากพวกมันแล้วล่ะ" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%