เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 11

ก้าวแรกของการกู้คืนฐานะ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกระแทกของกระบวยเหล็กกระทบกับขอบกระทะเหล็กหล้าดัง *“เคร้ง!”* สนั่นหู พร้อมๆ กับควันโขมงจากเตาแก๊สแรงดันสูงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฉุยของกระเทียมเจียวและพริกขี้หนูสวนตำหยาบ แต่นั่นยังไม่ดึงดูดสายตาเท่ากับใบหน้าของมินตรา ที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม ขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาประหยัดในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัย "รวิศ... นายนี่มันไปทำคุณไสยอะไรใส่แอปพลิเคชันธนาคารในมือถือรึเปล่า ทำไมยอดเงินในบัญชีจากหลักร้อย มันถึงโดดขึ้นมาเป็นเจ็ดหลักได้ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์?" เสียงหวานที่เจือความดุเล็กน้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวหันขวับมามองชายหนุ่มผู้กำลังนั่งเอกเขนกไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ รวิศในชุดเสื้อยืดคอกลมขาดๆ ตัวเก่ง ชำเลืองมองคู่หมั้นสาวด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่กวนประสาทและชวนให้หมั่นไส้ได้ในเวลาเดียวกัน "โธ่ คุณมินตราผู้จัดการร้านมือทองครับ คนเราถ้ามันมีบุญวาสนา จะทำอะไรจับอะไรมันก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดแหละครับ... อีกอย่าง ผมไม่ใช่คนเล่นของ ผมเป็นคนเล่นแร่แปรธาตุต่างหาก" รวิศหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเตรียมอาหารที่มีร่างเพรียวบางของหญิงสาวยืนขวางอยู่ บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่มีความคุ้นเคยที่หล่อหลอมผ่านความยากลำบากมาด้วยกันนับปี สมัยที่รวิศยังเป็น CEO หมื่นล้าน มินตราก็คือผู้หญิงคนเดียวที่คอยตักข้าวแกงข้างทางให้กินยามเครียดจัดจากตลาดหุ้น และในวันที่เขาตกอับไร้แม้แต่บาทเดียว เธอก็ยังเป็นคนเดิมที่ยื่นจานข้าวตามสั่งพูนๆ มาให้โดยไม่เคยปริปากบ่นสักแอะเดียว แม้ปากเธอจะดุและมือหนักไปหน่อยก็เถอะ *“ติ๊ง!”* [ยินดีด้วยครับโฮสต์! ภารกิจเฉพาะกิจ: ‘สร้างรอยยิ้มและความหัวเสียให้คู่ชีวิตด้วยยอดเงินปริศนา’ สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม!] [ระบบทำการประเมินความพึงพอใจระดับ S+...] [แต้มความพึงพอใจสะสม: 1,500 แต้ม!] [ปลดล็อกสิทธิพิเศษระดับที่ 2: ‘กระเป๋าเงินไร้ก้นบึ้ง’ (Black Card ดิจิทัลไร้ขีดจำกัด) และสิทธิ์ในการเข้าซื้อหุ้น 15% แรกคืนจากกลุ่มทุนตระกูลศัตรูแบบลับๆ!] เสียงแจ้งเตือนจักรกลสังเคราะห์ในหัวดังขึ้นพร้อมกับกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง รวิศลอบยิ้มกริ่มในใจ ระบบช็อตฟีลขยี้ใจนี่มันช่างรู้ใจคนจริงๆ นอกจากจะทำให้เขาได้แกล้งหยอกคู่หมั้นสาวคนสวยแล้ว ยังทำให้แต้มพุ่งกระฉูดจนน่าใจหาย "เล่นแร่แปรธาตุอะไรของนาย หน้าตาดูเจ้าเล่ห์ชอบกลนะรวิศ... บอกมานะว่าไปกู้เงินนอกระบบที่ไหนมา ถ้าเอาชื่อฉันไปค้ำประกันล่ะก็ ฉันจะเอาทัพพีนี้เคาะหัวนายจริงๆ ด้วย!" มินตราหรี่ตามองอย่างคาดคั้น พร้อมกับชูทัพพีสแตนเลสในมือขึ้นขู่ประกอบคำพูด ท่าทางเอาaจริงเอาจังนั้นทั้งน่ารักและน่าเกรงกลัวในเวลาเดียวกัน "โอ้โห คุณมินครับ มองโลกในแง่ร้ายจัง... คนระดับอดีตซีอีโอ ถึงจะตกอับแต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่นะครับ ใครจะไปกล้ากู้เงินนอกระบบให้ดอกเบี้ยมันกินหัวเล่นล่ะ" รวิศแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นกุมหน้าผากทำท่าทางน่าสงสารสุดฤทธิ์ "นี่มันคือ 'น้ำพักน้ำแรง' และ 'โชคชะตา' ที่ฟ้าดินเห็นใจคนรูปหล่อและกตัญญูต่างหากเล่า" "รูปหล่อ? กตัญญู? สองคำนี้ไม่น่าจะมารวมอยู่ในประโยคเดียวกันได้นะ โดยเฉพาะกับนาย..." มินตราพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากอิบอิ่มนั้นกลับแอบอมยิ้มบางๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน ความตึงเครียดจากภาระค่าใช้จ่ายของร้านอาหารและหนี้สินที่รุมเร้ามาหลายเดือน ราวกับถูกปัดเป่าให้เบาบางลงด้วยท่าทีทะเล้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวของชายหนุ่มตรงหน้า ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยเสียงหัวهขืนเบาๆ ของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางก็ดังแว่วมาจากหน้าร้านอาหารตามสั่งขนาดAคูหา "ฮ่าๆๆๆ ร้านโทรมๆ แบบนี้ ต่อให้เปิดขายอีกร้อยปีก็ไม่มีปัญญาใช้หนี้หมดหรอกมั้งครับคุณกวิน!" เสียงของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์ดังราคาแพงลิบลิ่วตะโกนแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างของแขกไม่ได้รับเชิญสามคนที่ก้าวเข้ามาในร้านอย่างถือวิสาสะ ผู้นำขบวนคือ 'กวิน' ทายาทคนปัจจุบันของบริษัทคู่แข่งที่เคยฮุบกิจการของรวิศไป ใบหน้าหล่อเหลาที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีประดับด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพร้านด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองกองขยะ มินตราชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที แทนที่ด้วยแววตาแข็งกร้าว มือเรียวกำทัพพีในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอก้าวออกไปขวางหน้าโต๊ะเตรียมอาหารไว้ทันทีราวกับแม่ไก่หวงไข่ "ที่นี่ร้านอาหารครับ ถ้าจะมาหาเรื่องหรือมาเหยียบย่ำคนอื่น กรุณาไสหัวออกไปให้พ้น ไม่อย่างนั้นฉันจะสาดน้ำปลาใส่สูทราคาแพงพวกนั้นแน่!" กวินหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน สายตาพินิจพิเคราะห์มองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไร้มารยาท "อุ๊ย... ดุเสียด้วย สภาพร้านก็กะgอกกะgากแบบนี้ ยังมีหน้ามาทำเป็นเก่งอีกเหรอครับคุณมินตรา? น่าสงสารจริงๆ ที่ต้องมาทนลำบากอยู่กับไอ้ขยะเปียกที่แม้แต่ข้าวจะกินยังต้องขอส่วนบุญ..." สายตาของกวินเลื่อนไปสบเข้ากับรวิศที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ใบหน้าของอดีต CEO ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหรือหวาดกลัวปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งกลับมา ราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ให้ดูฟรีๆ "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะรวิศ..." กวินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะของรวิศมากขึ้น เชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ "วันนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่า... ทางธนาคารส่งเรื่องมาแล้วว่าที่ดินและตึกแถวตรงนี้ รวมถึงสิทธิ์การถือครองร้านทั้งหมด กำลังจะถูกยึดภายในสามวันนี้ เพราะฉะนั้น... เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวออกไปซะเถอะ หรือถ้าไม่มีที่ซุกหัวนอนจริงๆ จะมาคุกเข่าร้องขอความช่วยเหลือจากฉันสักนิด ฉันอาจจะพิจารณาโยนเศษเงินให้สักก้อนไปตั้งตัวนะ ฮ่าๆๆๆ" เสียงหัวเราะเยาะของลูกน้องอีกสองคนที่ตามมาสมทบดังประสานกันขึ้น ทำให้บรรยากาศในร้านกดดันและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มินตราหน้าซีดเผือด มือที่กำทับพีเริ่มสั่นระริก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกพ่ายแพ้และคับแค้นใจถาโถมเข้ามาในอก แม้เธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่พลังของทุนนิยมและอำนาจเงินตรามันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน รวิศลุกขึ้นช้าๆ แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มทำให้เสียงหัวเราะของกวินสะดุดกึก รวิศปัดเศษฝุ่นที่หัวไหล่เสื้อยืดตัวเก่าของตัวเองเบาๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองกวินด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "พูดจบหรือยังครับคุณกวิน..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขามจนกวินเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "คุณบอกว่าตึกนี้จะถูกยึดภายในสามวันใช่ไหมครับ?" "ผ... ใช่! ทำไม กลัวจนตัวสั่นแล้วรึไง?" กวินฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ เชิดหน้าขึ้นเถียงกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่า รวิศยกยิ้มมุมปาก ควักโทรศัพท์มือถือราคาประหยัดออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วกดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวแตะหน้าจอสองสามครั้งก่อนจะยื่นหน้าจอไปจ่อตรงหน้าของกวินชนิดที่เรียกว่าแทบจะชนจมูก แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับดวงตาเบิกกว้างของกวินและลูกน้องทั้งสอง ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักที่เรียงรายกันอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับตราสัญลักษณ์บัญชีพิเศษระดับอัลตร้าวีไอพีที่ออกโดยธนาคารกลางระดับประเทศ ทำให้ลมหายใจของกวินกระชากหายไปในลำคอทันที "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้! นาย... นายเอาเงินมาจากไหนตั้งหลายพันล้าน?!" กวินถอยหลังรูดจนสะดุดขาตัวเองเกือบจะล้มหน้าคว่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ รวิศหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกวาดมองคู่แข่งที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเขา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของกวินร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "เงินสดในบัญชีของผมตอนนี้... พอที่จะซื้อบริษัทของคุณทั้งบริษัท แล้วเอาไว้ให้หมาที่บ้านคุณนอนเล่นได้สบายๆ เลยล่ะครับคุณกวิน..." *“กริ๊ง!”* เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคน ทรงผมตัดสั้นเรียบร้อย ท่าทางองอาจราวกับบอดี้การ์ดมืออาชีพ หนึ่งในนั้นก้าวตรงเข้ามาหารวิศโค้งคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมกับยื่นเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทให้ "ท่านประธานครับ... ฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวพร้อมแล้วครับ และทางเราได้จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลกวินเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามคำสั่งแล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความแสบสันของท่านประธานรวิศในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%