"กูบอกแล้วไงว่าไอ้เด็กเสิร์ฟหัวฟูนั่นมันหน้าตาคุ้นๆ ชิบหาย!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงบนโต๊ะอาหารวีไอพีถึงกับสั่นสะเทือน ร่างท้วมของ 'ทรงวุฒิ' อดีตกรรมการบริหารฝ่ายการตลาดผู้เคยเลียรองเท้าให้รวิศสมัยที่เขายังดำรงตำแหน่งประธานบริษัท นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าด้วยท่าทีวางโต ดวงตาหรี่เล็กมองตรงมายังร่างของชายหนุ่มในผ้ากันเปื้อนสีซีดที่กำลังถือถาดสแตนเลสยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า
ภายในร้านอาหารตามสั่งติดแอร์ของมินตรา บรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะสงบกลับถูกทำลายลงด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับส Sลอตหนึ่ง ซึ่งเดินเข้ามาจับจองโต๊ะกลางร้านราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ พวกเขาคืออดีตพนักงานและผู้บริหารระดับสูงที่ฉวยโอกาสช่วงที่รวิศตกอับเข้ายึดครองอำนาจและผลประโยชน์ในบริษัทเก่า
รวิศก้มมองผ้ากันเปื้อนที่มีรอยคราบซอสพริกเปื้อนอยู่เล็กน้อย เขายกยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบกวาดมองอดีตลูกน้องที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้พวกมันกลับสวมสูทสั่งตัดราคาหลักแสนและทำตัวกร่างราวกับเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้น
"อ้าว ท่านประธาน... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่า 'อดีตประธาน' หรือ 'ไอ้เด็กเสิร์ฟตกอับ' ดีล่ะวะเนี่ย?" ทรงวุฒิหัวרויลั่นในลำคอ พลางหยิบธนบัตรใบละพันขึ้นมาสะบัดไปมาเบาๆ ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นแทบเท้าของรวิศ "เก็บตังค์ทอนไปซื้อข้าวกินนะน้อง เอ้ย... เผื่อมึงจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องรูหนูของมึง"
เสียงหัวרויเยาะเย้ยดังขึ้นจากลูกน้องอีกสองคนที่นั่งประกบข้าง ทว่ารวิศไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตาคู่นั้นฉายแววขบขันระคนสมเพชเวทนาเสมือนกำลังมองลิงในสวนสัตว์ที่กำลังเต้นโชว์ความโง่เขลา
[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันระดับต่ำจากเศษสวะสังคม ระบบเปิดใช้งานภารกิจพิเศษ: "ตบหน้าให้หายซ่าท้าทายอำนาจเงินสด"]
[เงื่อนไข: ทำให้พวกมันคุกเข่าขอโทษภายใน 3 นาที]
[รางวัล: หุ้น 51% ของเครือโรงแรมระดับเจ็ดดาวทั่วประเทศ และสิทธิ์การใช้บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรวิศ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะความบันเทิง รวิศลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ เขานึกขอบคุณระบบช็อตฟีลที่มักจะมีลูกเล่นตลกๆ มาให้เขาเล่นสนุกแก้เซ็งในยามบ่ายแบบนี้อยู่เสมอ
"อืม... เงินพันนึงนี่ ซื้อลูกอมได้ตั้งหลายเม็ดนะเนี่ย ขอบใจพวกคุณมากที่อุตส่าห์เมตตา" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ชวนฟัง ราวกับพนักงานบริการตัวอย่างที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี เขาก้มตัวลงเก็บธนบัตรใบล่างนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ
มินตราที่ยืนถือตะหลิวอยู่หน้าเตาในครัว มองเหตุการณ์ผ่านช่องกระจกบานเล็กด้วยแววตานิ่งสงบ เธอยังไม่เข้าไปแทรกแซงเพราะรู้ดีว่ารวิศในยามนี้นั้นน่ากลัวเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เป็นแค่เศรษฐีตกอับอีกต่อไปแล้ว แต่อำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้นมันมากพอที่จะทำให้บริษัทใหญ่ๆ ล้มละลายได้ภายในชั่วข้ามคืน
"รู้ตัวก็ดีแล้ว ทีหลังก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า ใครคือใหญ่ในวงการนี้!" ทรงวุฒิเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ คิดว่ารวิศยอมจำนนต่ออำนาจเงินปลอมๆ ของตนแล้ว "ว่าแต่... อาหารเสร็จหรือยังวะ รสชาติมันจะพอกินได้ไหม หรือว่าอร่อยสู้เศษเงินที่กูให้ไม่ได้?"
รวิศยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เขายิ้มกว้างขึ้นอีกนิดจนเห็นไรฟันขาวสะอาด ก่อนจะคว, ควักโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าหน้าจอแตกออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก
"อาหารน่ะเสร็จนานแล้วครับ... แต่พอดีผมมีเรื่องสำคัญกว่าจะให้ดู" รวิศกดเปิดสปีกเกอร์โฟน หน้าจอโทรศัพท์แสดงสายเรียกเข้าจากเลขานุการส่วนตัวที่เคยติดตามเขามานานนับสิบปี
*(ติ๊ด!)*
"ท่านประธานครับ! เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวพร้อมแล้วครับ และทางเราได้จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลกวิน รวมถึงบริษัทของไอ้พวกสวะที่กำลังนั่งกร่างอยู่ในร้านของคุณตอนนี้เสร็จสมบูรณ์ตามคำสั่งแล้วครับ! ตอนนี้บัญชีบริษัทพวกมันถูกอายัดเรียบร้อย ทุกคนกลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างเป็นทางการแล้วครับ!"
เสียงรายงานจากปลายสายดังชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานไปทั่วร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบลงทันตาเห็น รอยยิ้มบนใบหน้าของทรงวุฒิแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของอดีตผู้บริหารเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
รวิศค่อยๆ หุบยิ้มลง สายตาคมกราบมองอดีตลูกน้องทีละคนด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของทรงวุฒิที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เมื่อกี้... คุณว่าใครไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องนะล่ะครับ?"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็เริ่มคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวมาจากท้องฟ้าเบื้องบน แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนกระจกร้านสั่นสะเทือน ร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ในนามบอดี้กُาร์ดระดับพระกาฬนับสิบชีวิตก้าวเท้าลงมาจากดวงประทีปแห่งท้องฟ้า พวกเขาเดินตรงเข้ามาล้อมรอบโต๊ะของทรงวุฒิ ก่อนที่หัวหน้าบอดี้การ์ดจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้ารวิศ พร้อมกับยื่นกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทที่บรรจุบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดเอาไว้ด้วยสองมือ
"ท่านประธานครับ... เครื่องพร้อมเดินทางไปรับท่านและคุณมินตราเพื่อไปเซ็นรับมอบกิจการทั้งหมดแล้วครับ เชิญครับ..."
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเสียงหัวเราะไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 12
เมื่อประธานปลอมตัวมาเป็นเด็กเสิร์ฟ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!