"ถ้าเธอยังไม่หยุดทำหน้าเหมือนคนกินยาขม ผมจะหักเงินค่ากับข้าวของวันนี้ทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลยนะมินตรา!"
รวิศตะโกนลั่นร้านอาหารตามสั่งที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและกลิ่นกระเทียมเจียว เสียงของเขาไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนตอนเป็น CEO หมื่นล้าน แต่มันกลับฟังดูเป็นเสียงของผู้ชายถังแตกที่กำลังพยายามรักษาฟอร์มเฮือกสุดท้าย มินตราไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่คว้าตะหลิวเหล็กขึ้นมาเคาะกับขอบกระทะเสียงดัง ‘เคร้ง!’ จนรวิศสะดุ้งตัวโยน
"ปากดีจังนะรวิศ เมื่อห้าปีก่อนใครกันที่นั่งร้องไห้กอดมาม่าซองสุดท้ายอยู่ในห้องเช่ารูหนู แล้วบอกว่า 'มินตรา ถ้าผมรวยเมื่อไหร่ ผมจะซื้อทองให้คุณเท่าตัวคุณเลย' จำได้ไหมคะคุณอดีตท่านประธาน?" มินตราสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่แฝงไปด้วยความทรงจำที่บาดลึก
รวิศชะงักไป ดวงตาที่เคยคมกริบดั่งเหยี่ยวหันไปมองมินตราที่ยืนกอดอกอยู่หน้าเตา ภาพความทรงจำในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...
ห้องเช่าขนาดสองคูณสองเมตรที่อบอ้าวไปด้วยไอร้อน พื้นไม้กระดานผุพังที่มีเสียงดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ทุกครั้งที่ย่างกราย ในตอนนั้นรวิศไม่มีแม้แต่ค่ารถเมล์ เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากงานเพราะความมั่นหน้าเกินไป ส่วนมินตรา... หญิงสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยการศึกษา กลับยอมทิ้งโอกาสดีๆ เพื่อมานั่งคัดแยกขยะขายกับเขาเพื่อประทังชีวิต
‘กินไปเถอะน่ารวิศ’ เสียงมินตราในความทรงจำยังก้องอยู่ ‘ต่อให้เหลือแค่เกลือกับข้าวสวย เราก็ยังมีกัน’
รวิศลืมตาขึ้นมองความเป็นจริงในปัจจุบัน ร้านตามสั่งเล็กๆ ที่เขาต้องมาคอยช่วยล้างจานเพื่อแลกกับที่ซุกหัวนอน เขาไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องกัดก้อนเกลืออีกต่อไป เพราะระบบ ‘ช็อตฟีลขยี้ใจ’ ที่เพิ่งผูกมัดกับวิญญาณของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน กำลังส่งสัญญาณเตือนรัวๆ ในหัว
[ภารกิจด่วน: พิสูจน์ความจริงใจ! มอบความสุขให้คู่หมั้นด้วยจำนวนเงิน 5 ล้านบาทภายใน 30 วินาที มิฉะนั้นจะถูกหักค่าความหล่อเหลาออกไป 50%!]
รวิศแค่นยิ้มออกมา ระบบนี้ช่างรู้ใจเขานัก มันไม่ใช่แค่การทำภารกิจ แต่มันคือการ ‘ตบหน้า’ โชคชะตาที่เคยกลั่นแกล้งเขาและมินตรามาตลอด
"มินตรา... ยื่นมือมาหน่อย" รวิศพูดเสียงนุ่มนวลผิดกับบุคลิกที่เคยเป็น
"จะทำอะไรอีก อย่าบอกนะว่าจะให้ช่วยล้างจานเพิ่ม วันนี้ล้างไปสามสิบใบแล้วนะ!" มินตราทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยื่นมือเปื้อนคราบแป้งออกมาอย่างเสียไม่ได้
รวิศควักบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ ของเขา มันไม่ใช่ทองคำแท่งตามคำสัญญาในอดีต แต่มันคือ ‘บัตรเครดิตไทเทเนียมสีดำสนิท’ ที่มีลวดลายสะท้อนแสงไฟราวกับดวงดาวในอวกาศ บัตรที่เขาเพิ่งได้รับมาจากระบบเมื่อสักครู่
"ฉันไม่ได้จะให้ล้างจานเพิ่มหรอกนะ" รวิศคว้ามือเธอมา แล้ววางบัตรใบนั้นลงบนฝ่ามือบาง "นี่คือดอกเบี้ยของมาม่าซองนั้นเมื่อห้าปีก่อน... บัตรใบนี้ ไม่มีวงเงินจำกัด อยากรูดซื้ออะไรในโลกนี้ รูดไปเลย"
มินต้ามองบัตรในมือด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "คุณไปขโมยบัตรใครมาอีกล่ะรวิศ? อย่าเล่นอะไรพิเรนทร์นะ เดี๋ยวก็โดนตำรวจจับหรอก"
"ใครจะกล้าจับคนรวยระดับโลกกันล่ะ" รวิศยักคิ้ว ก่อนจะคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารที่เชื่อมต่อกับระบบทันที ยอดเงินในบัญชีหลักหมื่นล้านแสดงเด่นหราบนหน้าจอ พร้อมกับแจ้งเตือนยอดเงินโอนเข้าบัญชีมินตราห้าล้านบาทในทันที
เสียง ‘ตึ้ง!’ จากโทรศัพท์ของมินตราดังขึ้นพร้อมกัน เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วดวงตาเบิกกว้าง มือสั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้น
"รวิศ... นี่... นี่มันอะไรกัน?"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูร้านอาหารก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด ชายร่างยักษ์ในชุดสูทสีเทาราคาแพงเดินนำหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามา พวกเขาสาดสายตาดูถูกมองไปรอบร้าน ก่อนจะหยุดที่รวิศ
"เจอตัวจนได้นะไอ้ขยะสังคม! หนี้ที่แกยืมบริษัทไปเมื่อปีก่อน ถึงเวลาต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้ว!" ชายในชุดสูทตะคอก เสียงนั้นดังสนั่นจนลูกค้าคนอื่นวิ่งหนีออกไปหมด รวิศหันกลับไปมองด้วยสายตาเย็นชา เขาวางผ้าขี้ริ้วในมือลงอย่างใจเย็น
"อ้อ... พวกสุนัขรับใช้ของไอ้พวกผู้บริหารหน้าโง่สินะ?" รวิศก้าวออกไปบังหน้ามินตรา พร้อมกับดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เสียงดีดนิ้วดังก้องราวกับเสียงระเบิดในความเงียบ
ในวินาทีนั้น ท้องฟ้าเหนือร้านอาหารตามสั่งพลันเปลี่ยนสี เสียงเครื่องยนต์เจ็ตดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดลงบนถนนหน้าร้านทำให้ข้าวของปลิวว่อน ชายร่างยักษ์ที่เคยห้าวหาญล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความตกใจ
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก ชายชราในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวลงมา เขาเดินตรงมาที่รวิศแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเขาท่ามกลางความตกตะลึงของมินตราและพวกนักเลง
"ท่านประธานครับ... การกว้านซื้อหุ้นบริษัทเสร็จสิ้นแล้วครับ ตอนนี้ท่านคือเจ้าของกิจการรายใหญ่ที่สุด... และนี่คือหมายศาลเพื่อสั่งฟ้องพวกที่เคยใส่ร้ายท่านครับ"
รวิศรับเอกสารมา ก่อนจะหันไปยิ้มให้มินตราที่ยืนตัวแข็งทื่อ "จำที่ผมบอกได้ไหมมินตรา? วันนี้... พวกมันจะต้องกัดก้อนเกลือแทนเรา"
รวิศหยิบบัตรดำขึ้นมาอีกครั้ง รูดปรื๊ดไปที่เครื่องอ่านบัตรของร้านที่เขาวางเงินประกันไว้ "และผมก็ขอเหมาทั้งร้านนี้... เอาไว้เป็นที่นั่งดูพวกมันคุกเข่าขอชีวิตก็แล้วกันนะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความวุ่นวายของท่านอดีต CEO ในตอนนี้นะครับ
ฮาไม่จำกัด ครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 10
ย้อนรอยอดีตที่เคยกัดก้อนเกลือ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!