“คุณอ่านตัวเลขบนหน้าจอเครื่องรูดบัตรนั่นให้ชัดๆ อีกครั้งนะครับ เลขศูนย์ข้างหลังนั่นน่ะ... มันมีกี่ตัว ผมเกรงว่าเลขาฯ อย่างคุณจะเรียนจบมาน้อยจนนับเลขหลักร้อยล้านไม่ถ้วน”
รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านอาหารตามสั่งของมินตราเย็นเยียบลงไปถึงขั้วหัวใจ เลขาฯ ทรยศคนนั้นยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่แสดงสถานะ ‘อนุมัติ’ สีเขียวเด่นหรา
มินตราที่ยืนถือตะหลิวอยู่ข้างหลังแทบจะทำหลุดมือ เธอปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมแล้วถอนหายใจยาว “รวิศ... นี่คุณไปเอาเงินขนาดนั้นมาจากไหนเนี่ย? อย่าบอกนะว่าไปปล้นธนาคารมาจริงๆ?”
รวิศหันไปยิ้มให้คู่หมั้นสาว เป็นยิ้มที่ดู ‘เหนือชั้น’ กว่าคนปกติทั่วไป แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบอะไร เสียง ‘ติ๊ง!’ อันน่ารำคาญประสาทที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
[ภารกิจเร่งด่วน: ลูกค้าคือพระเจ้า แต่ระบบคือปีศาจ]
[เงื่อนไข: ภายใน 5 นาที หากไม่ทำตามคำสั่งนี้ บัตรเครดิตจะถูกระงับตลอดกาล และยอดเงินจะถูกโอนกลับไปยังธนาคารกลางทันที]
[ภารกิจ: จงเต้นเพลง ‘ขอใจเธอแลกเบอร์โทร’ พร้อมร้องสดต่อหน้าลูกค้าทั้งร้านเพื่อสร้างสีสันและยอดขายให้ร้านมินตรา]
รวิศชะงักกึก รอยยิ้มมาดมั่นเมื่อครู่กระตุกยิกๆ เขาเกือบจะหลุดคำหยาบออกมาถ้าไม่ติดว่ารักษามาดสุภาพบุรุษเอาไว้
“ระบบ... เจ้าปีศาจเวร นี่มันตลกเหรอ? ให้ CEO ระดับโลกอย่างฉันมาเต้นกะโปโลเนี่ยนะ?” รวิศเค้นเสียงด่าในใจ
[เหลือเวลาอีก 4 นาที 30 วินาที... เริ่มการแสดงเดี๋ยวนี้!]
รวิศสูดหายใจเข้าลึก เขาหันไปมองลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่กำลังมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะชายวัยกลางคนสวมสูทที่น่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เลขาฯ ทรยศพยายามจะดึงตัวไป
“มินตรา... ช่วยเร่งเพลงหน่อย” รวิศหันไปกระซิบ
“เพลงอะไรนะ?” มินตราถามอย่างงุนงง
“เพลงที่มันคึกคักที่สุดเท่าที่เธอจะมีน่ะ!”
สิ้นเสียงรวิศ ลำโพงบลูทูธเครื่องจิ๋วในร้านก็ระเบิดเสียงดนตรีจังหวะสามช่าสนั่นหวั่นไหว รวิศในชุดสูทสั่งตัดราคาหลักหมื่นเริ่มขยับสะโพกตามจังหวะเพลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยเหมือนคนตายซาก แต่ร่างกายกลับส่ายไปมาตามจังหวะดนตรีอย่างมีจริตจะก้านที่เขาเองยังขนลุก
“นี่คุณทำบ้าอะไรของเธอรวิศ!” เลขาฯ ทรยศหัวเราะลั่นร้าน “เสียสติไปแล้วเหรอ? อดีต CEO ผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นตัวตลกเต้นระบำในร้านอาหารกระจอกๆ เนี่ยนะ? ใครจะไปเชื่อว่าคนแบบนี้เคยบริหารบริษัทหมื่นล้าน!”
รวิศหยุดชะงักกลางคัน เขาหันมาสบตาเลขาฯ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อ เขาไม่ได้โกรธ แต่เขากำลัง ‘สนุก’
“ใครบอกว่าผมบ้า?” รวิศยืดตัวตรง ปรับเนคไทให้เข้าที่ “ผมแค่กำลังซื้อความบันเทิงให้ลูกค้าของมินตรา... อ้อ แล้วก็นะ สำหรับคุณที่ห่วงเรื่องความน่าเชื่อถือ ลองดูนี่หน่อยเป็นไง”
รวิศหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียว ไม่ถึงสิบวินาทีต่อมา เสียงโทรศัพท์ของเลขาฯ ก็ดังรัวไม่หยุด ข้อมูลในจอแสดงสถานะบัญชีธนาคารของเธอที่ถูกระงับทุกช่องทาง พร้อมกับหมายเรียกจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำที่ฟ้องร้องเรื่องการยักยอกทรัพย์ที่เธอเคยทำไว้ในอดีต
ใบหน้าของเลขาฯ ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอทรุดเข่าลงกับพื้นทันที
รวิศเดินเข้าไปใกล้ๆ ก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่สุภาพบุรุษคนหนึ่งจะทำได้
“ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของคุณ ไม่ใช่การหักหลังผม... แต่เป็นการคิดว่าคนอย่างผม จะไม่มีไพ่ตายซ่อนอยู่ในกระเป๋า”
ขณะที่เลขาฯ กำลังจะกรีดร้องขอชีวิต เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกระหึ่มอยู่เหนือหลังคาร้านอาหารตามสั่งก็กลบทุกสรรพเสียง แรงลมมหาศาลทำให้โต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจาย มินตรามองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบันไดเชือกหย่อนลงมาตรงหน้าทางเข้าร้าน
รวิศคว้ามือมินตราไว้แน่น สายตาของเขามองตรงไปยังผู้ชายในชุดสูทสีดำที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ชายคนนั้นคือคนสนิทที่รวิศคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน
“นายท่าน... พวกเราตามหาท่านมานานมากครับ” ชายคนนั้นคุกเข่าลงท่ามกลางความตะลึงงันของคนทั้งร้าน
มินตราอ้าปากค้าง ส่วนรวิศเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปาก พลางกระซิบกับระบบในใจ
‘เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ใช่ไหม?’
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงความสะใจและอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวนะครับ
ฮาไม่จำกัด ครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 5
ลูกค้าคือพระเจ้า แต่ระบบคือปีศาจ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!