เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 4

สกิล CEO กับการผัดกะเพรา

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าแกยังสับหมูช้าแบบนี้ ร้านเราได้เจ๊งก่อนที่หนี้ 30 ล้านของแกจะใช้หมดแน่ รวิศ!" เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับทัพพีเหล็กที่กระทบลงบนขอบกระทะเสียงดัง *'เคร้ง!'* สะท้อนก้องไปทั่วห้องครัวแคบๆ ของร้าน 'มินตราตามสั่ง' กลิ่นพริกแห้งและใบกะเพราที่ถูกคั่วด้วยไฟแรงพุ่งเข้าปะทะจมูกจนรวิศสำعالเล็กน้อย ชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีมอซอขยับแว่นตาที่เอียงกระเท่เร่ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อลดความตึงเครียด รวิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน ผู้เคยใช้ชีวิตอยู่บนเพนต์เฮาส์หรูและสั่งการลูกน้องนับพันด้วยปลายนิ้ว ตอนนี้กำลังยืนถือมีดอีโต้ปื้นหนา พยายามหั่นหมูสับให้ได้ขนาดตามมาตรฐานที่มินตรา คู่หมั้นสาวผู้กุมชะตาชีวิตของเขากำหนดไว้ "คุณมินตราครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ หมูพวกนี้มันมีความรู้สึกนะ จะให้ผมเร่งมือแบบไม่แคร์ความรู้สึกของหมูไม่ได้หรอกครับ" รวิศเอ่ยหยอกล้อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ในใจจะแอบปาดเหงื่อ "ไม่ต้องมาพูดมาก! ลูกค้าแถวนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนบอร์ดบริหารบริษัทคุณนะ รวิศ สั่งกะเพราหมูสับไข่ดาวสิบกล่องพร้อมกัน ถ้าอีกห้านาทีไม่มีส่ง มีหวังฉันได้เอาตะหลิวฟาดหัวคุณแน่!" มินตราหันมาถลึงตาใส่ มือเรียวสวยที่เปรอะคราบแป้งและซอสพริกชี้หน้าคาดโทษ ก่อนจะหันไปตักข้าวใส่กล่องกระดาษด้วยความเร็วแสง ภาพของมินตราในยามนี้ แม้จะดูหัวเสียและเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก แต่สำหรับรวิศแล้ว เธอคือความอบอุ่นเดียวที่เหลืออยู่หลังจากเขาถูกคนสนิทหักหลังจนบริษัทล้มละลายและเป็นหนี้ท่วมหัว เธอยังคงยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่เขาไม่เหลืออะไรเลย แม้กระทั่งเงินติดตัวสักบาท ในขณะที่รวิศกำลังจะเถียงกลับ เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเขา ติ๊ง! [ระบบช็อตฟีลขยี้ใจ ทำงาน!] [ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: ความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการครัวระดับจุลภาค] [ภารกิจเฉพาะหน้า: นำหลักการบริหารจัดการซัพพลายเชนและสต็อกสินค้าแบบ Just-in-Time มาประยุกต์ใช้ในร้านอาหารตามสั่งภายใน 3 นาที] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ถูกมินตราใช้ตะหลิวเคาะกบาล 3 ครั้งซ้อน] [รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อก 'บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด' (Black Card) และเงินสดหมุนเวียนในระบบ 10 ล้านบาท] ดวงตาของอดีต CEO หมื่นล้านเป็นประกายขึ้นมาทันที หลักการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่เขาใช้พลิกฟื้นอาณาจักรธุรกิจมาแล้วทั่วประเทศ กำลังจะถูกนำมาใช้กับกระทะเหล็กและเตาแก๊สปิกอัปในตรอกซอยนี้สินะ "มินตรา หลบไปแป๊บหนึ่งครับ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนหญิงสาวชะงัก "ฮะ? อะไรของคุณ?" รวิศไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้าไปยืนหน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง รัศมีของความเป็นผู้นำที่เคยหลับใหลถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง มือขวาคว้ากระทะขึ้นมาตั้งไฟแรง ปรับระดับความร้อนด้วยสัญชาตญาณ "ถ้าเราจัดระบบการเตรียมวัตถุดิบใหม่แบบ Flow Production ลดขั้นตอนการหยิบจับที่ไม่จำเป็น และกำหนด Lot การผัดเป็นกระทะยักษ์รอบเดียวแทนที่จะผัดแยกทีละกล่อง เราจะลดเวลาการทำงานลงได้ถึง 65%!" รวิศเริ่มสั่งการด้วยศัพท์ธุรกิจที่มินตราฟังแล้วแทบจะสำลักน้ำลาย "คุณตักข้าวรอไว้เลย หั่นพริกกระเทียมแยกเป็นเซ็ตอัตราส่วน 1:1 ส่วนผมจะจัดการผัดรวดเดียวสิบกล่องด้วยเทคนิคการกระจายความร้อนแบบกระจายศูนย์!" "นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ! ผัดทีละสิบกล่อง กระทะไหม้พอดี!" มินตราโวยวาย แต่ร่างกายกลับขยับตามคำสั่งของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติเพราะน้ำเสียงที่เด็ดขาดและทรงอำนาจแปลกๆ ของรวิศ *ซู่ดดดด!* เสียงน้ำมันร้อนจัดกระทบกับพริกกระเทียมสับดังสนั่น ลมหายใจของรวิศประสานกับจังหวะการควงตะหลิวอย่างเชี่ยวชาญราวกับกำลังบรรเลงซิมโฟนี การเคลื่อนไหวที่เคยเก้ๆ กังๆ หายไปสิ้น เหลือเพียงความเด็ดขาด รวดเร็ว และแม่นยำ ทุกวินาทีถูกคำนวณไว้อย่างดีเยี่ยมตามหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์และวัตถุดิบ มินตราอ้าปากค้าง มองชายหนุ่มที่ปกติเอาแต่กวนประสาท เดี๋ยวนี้นัยน์ตากลับคมกริบและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าเกรงขาม รัศมีของ CEO ระดับท็อปที่เคยหายไป กลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางควันโขมงของครัวตามสั่ง เพียงสองนาทีต่อมา กะเพราหมูสับสีสันน่ารับประทาน กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอก ก็ถูกตักแบ่งลงกล่องทั้งสิบเสร็จสรรพอย่างไร้ที่ติ รวิศวางตะหลิวลงด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะหันไปยิ้มมุมปากให้คู่หมั้นสาวที่ยืนอึ้งตาค้าง ติ๊ง! [ยินดีด้วย! ภารกิจ 'สกิล CEO กับการผัดกะเพรา' สำเร็จลุล่วง!] [ระบบทำการปลดล็อก 'บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด' เข้าสู่กระเป๋าเสื้อของคุณเรียบร้อยแล้ว] รวิศหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกที่เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ยอดเงินในบัญชีที่เคยเป็นศูนย์ ตอนนี้พุ่งทะยานจนเขาแทบขยี้ตา ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในชุดสูทสקิลหรูสามคน หนึ่งในนั้นคือเลขาฯ คนสนิทที่หักหลังเขาไปเมื่ออดีต พร้อมด้วยรอยเหยียดหยามบนใบหน้าเมื่อก้าวเข้ามาในร้านซอมซ่อแห่งนี้ "ไงครับท่านอดีต CEO ตกอับ นึกว่าจะไปซมซานอยู่ที่ไหน ที่แท้ก็มาเป็นลูกจ้างร้านข้าวแกงนี่เอง หนี้สิบพรรษานี่คงไม่มีปัญญาจ่ายแล้วมั้งครับ ถึงต้องมาทนดมควันกะเพราแบบนี้" เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มินตราหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปขวางหน้า เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธกรธา แต่รวิศกลับเอื้อมมือไปแตะไหล่เธอเบาๆ ส่งยิ้มอบอุ่นและมั่นใจให้ ชายหนุ่มก้าวเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสง่างามราวกับเดินอยู่บนพรมแดง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองอดีตลูกน้องผู้ทรยศด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "หนี้สิบก้าวเหรอ..." รวิศหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะควิบหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่แฝงลวดลายโฮโลแกรมหรูหราขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างสบายๆ "พอดีว่าฉันเพิ่งเรียนรู้วิธีจัดการ 'ขยะ' นอกระบบ... ด้วยการรูดปรืดทีเดียวให้มันจบๆ ไปซะด้วยสิครับ" รวิศสะบัดข้อมือเบาๆ พร้อมกับยื่นบัตรใบนั้นให้เลขาฯ ทรยศดูใกล้ๆ ขณะที่เสียงแจ้งเตือนการรูดวงเงินระดับร้อยล้านกำลังดังขึ้นก้องอยู่ในอากาศ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%