"ถ้าร้านเจ๊เจ๊งขึ้นมา นายเตรียมตัวไปกินแกลบแทนข้าวได้เลย รวิศ!"
เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับตะหลิวเหล็กที่กระทบลงบนขอบกระทะเสียงดัง 'เคร้ง!' นั้น ทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว กลิ่นหอมฉุยของกระเทียมเจียวและพริกขี้หนูสวนที่กำลังโดนไฟแรงคั่วจนฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางสนามรบย่อมๆ ที่มี "มินตรา" คู่หมั้นสาวหุ่นเพรียวแต่ใจเด็ดเดี่ยวเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผม—รวิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน ผู้ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงกางเกงสแล็คยับยู่ยี่กับเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่หน้ากองจานชามสแตนเลสที่สูงท่วมหัว ยิ่งพึกษานึกถึงเสียงแจ้งเตือนไร้มนุษยธรรมในหัวเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ผมก็ยิ่งอยากจะเอาหัวโขกฝาผนังปูนเปลือยของร้าน 'ตามสั่งเจ๊มิน' นี่เสียให้รู้แล้วรู้รอด
*[ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจบังคับ: "แรงงานสร้างตัว"*
*เป้าหมาย: สมัครเป็นลูกจ้างร้านอาหารตามสั่งของคู่หมั้น และล้างจานกองโตให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง*
*บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการยึดกางเกงชั้นในทุกตัวในตู้เสื้อผ้า และบังคับให้ใส่กางเกงเลลายช้างเดินกลางสยามสแควร์เป็นเวลา 7 วันติด!]*
ให้ตายเถอะครับ... ระบบบ้าบอคอแตกนี่มันมีความแค้นส่วนตัวอะไรกับผมหรือเปล่า? ถึงได้ตั้งบทลงโทษที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ปานนี้ อดีต CEO อย่างผมเคยใช้แต่นิ้วคลิกเซ็นเช็คเงินสดร้อยล้าน แต่วันนี้กลับต้องมาใส่ผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์ยืนซاطจานอยู่หลังร้านเนี่ยนะ!
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะพ่อคนเก่ง! ลูกค้าโต๊ะสามสั่งกะเพราหมูสับไข่ดาวไม่ใส่ถั่วฝักยาว เร่งมือหน่อยสิยะ จานชามในอ่างนั่นถ้ามันไม่ล้างตัวเองได้ นายก็จัดการให้มันเกลี้ยงภายในครึ่งชั่วโมงนี้ ไม่งั้นวันนี้อดข้าวเย็น!"
มินตราหันมาแหวใส่ผมรอบหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอกำลังยุ่งอยู่กับการคุมกระทะใบโต เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามไรผมและนวลแก้มใส แม้ในยามที่หัวเสียและหัวยุ่งเป็นยุ่งขยุกขยิก เธอก็ยังคงมีความงดงามแบบดิบๆ ที่ทำให้หัวใจอดีตเศรษฐีหนุ่มอย่างผมกระตุกวูบได้อย่างน่าประหลาด
ใช่ครับ... มินตราคือผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างผมตั้งแต่วันที่เรายังไม่มีอะไรเลย วันที่ผมกินมาม่าซองเดียวกันหารสอง เธอก็คือคนที่คอยเช็ดเหงื่อและปลอบโยน แม้ในวันที่ผมก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของความมั่งคั่ง เธอก็ยังคงปฏิเสธที่จะใช้เงินฟุ่มเฟือยของผม และเลือกที่จะเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ แห่งนี้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
และตอนนี้... เมื่อผมตกอับกลายเป็นเศรษฐีตกอับผู้มีระบบประหลาดค้ำคอ เธอก็ยังคงเป็นที่พึ่งเดียว (แถมยังดุที่สุด) ในชีวิตผมตอนนี้
"ครับๆ ลูกพี่! ทราบแล้วครับผม" ผมยิ้มแห้งๆ ส่งให้พลางคว้าฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานขึ้นมาถูไถจานชามใบแรกอย่างจำยอม
เสียงน้ำไหลซู่กระทบอ่างล้างจานดังประสานกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะและเสียงตะโกนสั่งอาหารของลูกค้าหน้าร้าน บรรยากาศความวุ่นวายนี้ช่างห่างไกลจากห้องทำงานหรูหราระบบปรับอากาศอัจฉริยะบนตึกระฟ้าสิบแปดชั้นลิบลับ แต่แปลก... ท่ามกลางความเหนื่อยยากและกลิ่นควันโขมง ผมกลับรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาที่หาย
"เฮ้! น้องครับ! เก็บโต๊ะให้หน่อยสิ รกชิบหายเลย เจ้าของร้านไปไหนเนี่ย บริการแย่ชะมัด!"
เสียงทุ้มห้วนและกวนประสาทดังขึ้นที่โต๊ะมุมร้าน ขัดจังหวะความคิดของผม รวิศเหลือบสายตาไปมองผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ระหว่างครัวกับหน้าร้าน ก็พบกับชายหนุ่มร่างท้วมสวมเสื้อแบรนด์เนมราคาแพง ท่าทางกร่างเหมือนอันธพาลครองเมือง กำลังนั่งไขว่ห้างเคาะนิ้วลงบนโต๊ะพลาสติกเสียงดัง พร้อมกับสาวสวยแต่งหน้าจัดเต็มที่นั่งข้างๆ ส่งสายตาเหยียดหยามมองมาทางร้าน
ผมจำหน้าไอ้หมอนี่ได้แม่น... มันคือ "กิตติ" อดีตหุ้นส่วนจอมคดโกงที่ร่วมมือกับคู่แข่งฮุบamบริษัทของผมไปในวันที่ผมล้มละลาย! และตอนนี้ มันจงใจพาคู่ขามาเยาะเย้ยถากถางถึงถิ่นทำมาหากินของมินตรา
เส้นเลือดข้างขมับของผมปูดโปンขึ้นมาทันที รวิศวางฟองน้ำในมือลง ชายหนุ่มถอดผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์ออกอย่างใจเย็น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่ใช้สยบอร์ดบริหารมาแล้วนักต่อนัก
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็หมาลอบกัดตัวเดิมนี่เอง" ผมเดินก้าวเท้าออกไปจากห้องครัว น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเย็นเยียบจนกิตติที่กำลังหัวเราะรơiกับผู้หญิงข้างกายถึงกับชะงักกึก
กิตติเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนดูถูก "เฮ้ย! รวิศ? นี่แก... มาเป็นลูกจ้างล้างจานอยู่ที่นี่หรอเนี่ย? ฮ่าๆๆๆ โคตรอนาถเลยว่ะ จากท่านประธานหมื่นล้าน เหลือแค่เศษสวะล้างก้นครัวให้เมียขายข้าวแกง!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกิตติดังลั่นจนลูกค้าคนอื่นในร้านหันมามอง มินตราที่ถือจานข้าวผัดอยู่ถึงกับหน้าถอดสี เธอรีบวางจานแล้วเดินเข้ามาดึงแขนผมไว้เบาๆ ด้วยความเป็นห่วง "รวิศ... อย่าไปสนใจมันเลย กลับไปหลังร้านเถอะ"
ผมหันไปส่งยิ้มอบอุ่นให้มินตรา มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ ของเธอไว้แน่น "เชื่อใจผมนะ, ที่รัก"
สิ้นคำพูดนั้น ระบบในหัวของผมก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างรู้ใจทันที
*[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจเผชิญหน้า*
*ปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: "บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด (Black Card Unlimited)"*
*เงื่อนไข: ใช้เงินซื้อความฉิบหายให้ไอ้เศษสวะหน้าตัวผู้คนนี้ให้ราบคาบภายใน 3 นาที!]*
รวิศค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับออกมาอย่างไร้ความเร่งรีบ สายตาคมกริบกวาดมองกิตติหัวจรดเท้าด้วยความเวทนา
"กิตติ... แกคิดว่าบริษัทที่แกแย่งไป มันมีมูลค่าเท่าไหร่ล่ะ?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
กิตติแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ยืดอกตอบอย่างผยอง "ทำไม? จะมาขอยืมเงินกูหรือไง? บอกไว้ก่อนนะว่าเงินล้านนึงของกูตอนนี้ มีค่ามากกว่าชีวิตหมาๆ ของแกทั้งชีวิตซะอีก!"
ผมยิ้มมุมปาก ยื่นบัตรสีดำในมือให้พนักงานเสิร์ฟสาวของร้านที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก พร้อมกับเอ่ยคำสั่งชัดถ้อยชัดคำ
"ช่วยเอาบัตรนี้ไปรูดซื้อ 'ที่ดินและอาคารพาณิชย์ทั้งหมดในย่านนี้' รวมทั้งตึกสำนักงานใหญ่ของไอ้กิตติ ที่มันเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่เมื่อวานนี้ให้หมดทีครับ... เอาแบบเงินสด ไม่ผ่อนส่งนะ"
กิตติหน้าซีดเผือกทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้าง ร่างอ้วนท้วมสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น
พนักงานสาวรับบัตรสีดำมาด้วยมือสั่นเทา เธอเดินไปที่เครื่องรูดบัตรเครื่องจิ๋วของร้านอย่างกล้าๆ กลัวๆ ท่ามกลางความเงียบกริบของทุกคนในร้าน
*ติ๊ด... เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นยาวนาน...*
ตามด้วยเสียงกระดาษสลิปใบยาวที่พุ่งพรวดออกมาจากเครื่อง พร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินสีเขียวเด่นหราว่า **'APPROVED - 500,000,000 THB'**
รวิศเดินเข้าไปใกล้กิตติที่กำลังทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ด้วยความช็อกตาค้าง ก้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ
"ตอนนี้... แกเป็นแค่ลูกจ้างเช่าพื้นที่ตึกของฉันอยู่... พรุ่งนี้เช้า อย่าลืมเก็บข้าวของออกไปให้หมดด้วยล่ะ ไม่งั้นฉันจะสั่งรื้อตึกทิ้ง... เข้าใจไหมครับ?"
กิตติหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด อ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนเก้าอี้โยกตามแรงสั่น ในขณะที่มินตราที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตมองหน้าผมสลับกับสลิปบัตรเครดิตด้วยความอึ้ง ทึ่ง และตะลึงจนพูดไม่ออก!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ•ตอนที่ 2
ระบบสั่งให้ล้างจาน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลขยี้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!