จิตสังหารสีเลือดแผ่พุ่งทะลักทลายมิติเบื้องหน้าจนเกิดรอยปริร้าวราวกระจกแตกละเอียด เงาร่างที่มีดวงตาสีแดงฉานดั่งอสูรกายจากขุมนรกไม่ได้เอ่ยวาจาใดแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าแรงกดดันระดับขอบเขตวิญญาณยุทธ์ขั้นสมบูรณ์กลับกดทับลงมาบนบ่าของฉินอวี่จนกระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบ
เบื้องหลังของฉินอวี่ คือมู่หรงเซียน นางเซียนผู้เคยสง่างามเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กลับเปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดสลักลึก ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนยามต้องสายลมพายุ พลังปราณดาราในร่างนางแตกซ่านจากการต้านทานค่ายกลโลหิตเมื่อครู่จนไม่อาจโคจรวิชาได้แม้แต่น้อย
"ฉิน... อวี่... อย่าได้สน... ใจข้า..." เสียงหวานที่เคยเย่อหยิ่งเย็นชา บัดนี้สั่นเครือและแหบแห้ง นางพยายามฝืนยันกายลุกขึ้น ทว่าเรียวขาคู่นั้นกลับไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงอ้อมแขนของเขา
ฉินอวี่ไม่กล่าวคำใด ใบหน้าคมคายของเขาราบเรียบราวน้ำนิ่งสนิท ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้จิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่ มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่เหล็กนิลกาฬแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นสายกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในห้วงทะเลปราณ ราวกับมันรับรู้ถึงเจตจำนงอันเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่งของผู้เป็นนาย
"หากเจ้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว..." ฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวในแดนสนธยา "ข้าจะผ่ามิตินี้ให้ขาดเป็นสองท่อน"
เงาร่างอสูรสีเลือดหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงนั้นคล้ายเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับล้านในขุมนรก มันก้าวเท้าช้าๆ ผ่านม่านหมอกโลหิต ในมือของมันถือผลึกแก้วสีดำสนิท ซึ่งภายในนั้นมีดวงจิตสีครามบริสุทธิ์ดวงหนึ่งกำลังเต้นรำด้วยความเจ็บปวด ดวงจิตนั้นคือ 'แก่นแท้ดาราคราม' ของมู่หรงเซียน หากผลึกแก้วนี้แตกสลาย นางจะดับสูญทั้งจิตวิญญาณและสังสารวัฏ ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้กลับมาเกิดใหม่
"ฉินอวี่... เจ้าเด็กโง่..." เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดั่งสายลมของเงาร่างอสูรดังขึ้นในหัวของเขา "พลังปราณสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่เจ้าตามหา ตำแหน่งเจ้าสำนักกระบี่บูรพา และชีวิตของสตรีในอ้อมแขนเจ้า... เจ้าเลือกได้เพียงสิ่งเดียว"
ข้อเสนออันโหดร้ายทารุณถูกโยนลงตรงหน้า ราวกับตาชั่งแห่งสวรรค์ที่กำลังทดสอบความโลภและศีลธรรมในจิตใจของมนุษย์
อำนาจอันไร้ขีดจำกัดที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพตามความปรารถนาสูงสุดของผู้ฝึกตน หรือชีวิตของสตรีผู้เดียวในโลกหล้าที่กล้าสละหัวใจมอบให้แก่จอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยวเช่นเขา
มู่หรงเซียนเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษที่นางรัก หยดน้ำตาใสไหลรินผ่านแก้มที่เปื้อนฝุ่นควัน นางรู้ดีว่าวิถีกระบี่ของฉินอวี่คือสิ่งใด... มันคือวิถีแห่งความโดดเดี่ยว วิถีแห่งการตัดขาดจากกิเลสทั้งปวงเพื่อบรรลุสู่ความเป็นเซียนแท้จริง การมีตัวตนของนางคือจุดอ่อน คือโซ่ตรวนที่ผูกมัดกรงเล็บของพญามังกรตัวนี้ไว้
"ฆ่าข้า... เสีย..." มู่หรงเซียนกัดริมฝีปากจนเลือดซึม นางใช้นิ้วเรียวยาวดึงมือของฉินอวี่ให้ออกจากด้ามกระบี่ "เลือกวิถี... ของเจ้า... สวรรค์มิอาจขวางก้าวเดินของจอมยุทธ์กระบี่... อย่าให้ข้า... กลายเป็นมารในใจของเจ้าเลย..."
หัวใจของฉินอวี่กระตุกวูบ ภาพความทรงจำยามที่นางเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมต่อสู้ ฝ่าฟันอันตรายในดินแดนลับแล ภาพรอยยิ้มบางเบาที่นางมอบให้เขาเพียงผู้เดียว ไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับกระแสน้ำป่าอันเชี่ยวกราก
นี่คือวิถีเซียนที่ผู้คนใฝ่ฝัน การตัดตัดซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ละทิ้งความรักความอาลัย เพื่อแลกมาซึ่งอายุขัยที่ยืนยาวและพลังอำนาจที่สั่นคลอนสวรรค์ นั่นคือสิ่งที่บรรพจารย์ทั้งหลายพร่ำสอน นั่นคือสัจธรรมแห่งการบำเพ็ญเพียร!
ทว่า... หากแลกมาด้วยการมีชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของนาง... โลกหล้าอันกว้างใหญ่นี้จะมีค่าอันใดเล่า?
ฉินอวี่หลับตาลงชั่วลมหายใจหนึ่ง ปราณกระบี่รอบกายที่เคยดุดันแหลมคมพลสงบลงอย่างประหลาด ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ราวกับเวลาหยุดเดิน
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นมิได้มีความลังเลสับสนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายแสงสีครามเจิดจ้าที่คมกริบยิ่งกว่ากระบี่เล่มใดในประวัติศาสตร์ยุทธภพ
เขากระชับอ้อมแขนที่โอบกอดมู่หรงเซียนให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางให้เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ จากนั้นจึงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความทะนงตนที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องก้มหัวให้
"สัจธรรมของพวกเจ้า... ข้าไม่สน" ฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับกึกก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้าและผืนดิน "วิถีกระบี่ของข้า... มีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่ข้าต้องการปกป้องเท่านั้น หากสวรรค์ไม่อนุญาตให้ข้ามีความรัก... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือเล่มนี้... แหกสวรรค์คว่ำแผ่นดินเสีย!"
เงาร่างอสูรสีเลือดหรี่ตาลงด้วยความตกตะลึง มันไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะกล้าตัดสินใจเลือกเส้นทางที่สวนทางกับกฎเกณฑ์ของฟ้าดินอย่างเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
"รนหาที่ตาย!" เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นพร้อมกับผลึกแก้วสีดำในมือของอสูรที่เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น ดั่งสัญญาณเตือนว่าชีวิตของมู่หรงเซียนกำลังจะดับสูญในอีกเสี้ยวลมหายใจ!
ฉินอวี่ไม่รอช้า พลังปราณทั้งหมดในตันเถียนระเบิดออก เสียงคำรามดั่งมังกรทะยานฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด พร้อมกับกระบี่เหล็กนิลกาฬที่ถูกชักออกจากฝักเป็นครั้งแรก!
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะกับเงาร่างอสูร มิติเบื้องหลังของพวกเขากลับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง กลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ที่ดูดกลืนทุกสิ่ง และเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังลอดออกมาจากความมืดมิด...
"ฮ่าๆๆ... ฉินอวี่ เจ้าคิดว่าเจ้าเลือกได้จริงๆ งั้นหรือ?"
มังกรครามท่องภพ
(ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันเสมอนะครับ)
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 11
หนทางที่เลือกไม่ได้
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!