"วิชากระบี่ของเจ้ายังขาดซึ่งความเด็ดเดี่ยว... เหมือนบุรุษผู้ลังเลอยู่หน้าประตูมรณะ"
น้ำเสียงเยือกเย็นดุจสายน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงลับใต้หอตำราดาราพราย มู่หรงเซียนยืนประจันหน้าอยู่กับฉินอวี่ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนหยกสลัก เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวถึงสะโพก ดวงตาดอกท้อคู่คางประดับด้วยแววตาเรียบนิ่งดุจกระจกเงาที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าหากผู้ใดสังเกตให้ลึกซึ้งย่อมเห็นประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชานั้นอย่างมิดชิด
ฉินอวี่มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบโต้ เขากำด้ามกระบี่เหล็กนิลในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) หมุนวนพลุ่งพล่านราวกับคลื่นลมในมหาสมุทร เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของชายหนุ่ม แม้ว่ายุทธภพจะยกย่องเขาเป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่ผู้ไร้ผู้ต่อกร แต่ยามเมื่ออยู่เบื้องหน้าหญิงสาวผู้นี้ เขากลับตระหนักได้ดีว่าวิชา "สิบแปดกระบวนท่าพิชิตภพ" ที่บรรพชนตระกูลมู่หรงทิ้งไว้ นั้นลึกลึกล้ำเกินกว่าที่จิตใจมนุษย์ทั่วไปจะหยั่งถึง
"ข้าไม่ได้ลังเล..." ฉินอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าหนักแน่นดุจแท่นศิลา ทอดยสายตาคมกริบมองตรงไปยังนาง "ข้าเพียงแต่กำลังรอ... รอจังหวะที่ฟ้าดินเปิดทางให้กระบี่เล่มนี้ได้คำราม"
มู่หรงเซียนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง มุมปากเรียวบางยกขึ้นน้อยนิดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม นางยกมือเรียวดุจลำหยกขึ้นวาดผ่านอากาศเบาๆ แสงดาราพรายเจิดจรัสพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่จำลองนับพันเล่มที่ลอยเค្វ้งคว้างอยู่กลางอากาศ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของฉินอวี่ถึงกับปริร้าว
"ถ้าเช่นนั้น จงพิสูจน์ให้ข้าเห็น..." มู่หรงเซียนกล่าวเสียงเรียบ "สิบแปดกระบวนท่าพิชิตภพไม่ใช่เพลงกระบี่ที่ใช้สังหาร แต่เป็นวิถีแห่งการฝืนลิขิตสวรรค์ หากกระบี่ในมือเจ้ายังมีความลังเลแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว เจ้าจะไม่มีวันก้าวข้ามผ่านค่ายกลดาราพรายนี้ไปได้... และข้า ก็จะไม่มีวันมอบหัวใจทั้งหมดให้แก่บุรุษที่แม้แต่โชคชะตาของตนเองยังปกป้องไม่ได้"
คำพูดของนางเฉียบคมยิ่งกว่าคมกระบี่ ทว่ามันกลับหลอมละลายความเหน็บหนาวในใจของฉินอวี่จนหมดสิ้น ประกายตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุดันและทะนงองอาจขึ้นในฉับพลัน เขาก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายสะท้านไหว ปราณกระบี่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุเพดานหินผา ราวกับมังกรครามที่ถูกปลดปล่อยจากการจองจำมานับพันปี
"เข้ามา!"
ฉินอวี่คำรามลั่น กระบี่เหล็กนิลในมือถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ แสงกระบี่สีครามเข้มสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ที่แผดเผาความมืดมิดทั้งปวง กระบวนท่าที่หนึ่ง 'มังกรสะบัดหาง' ถูกใช้ออกอย่างลื่นไหลไร้รอยต่อ พลังปราณระเบิดออกปะทะกับค่ายกลกระบี่ของมู่หรงเซียนจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนตำราโบราณนับร้อยเล่มปลิวว่อนกลางอากาศ
มู่หรงเซียนไม่รอช้า นางสะบัดแขนเสื้อ ร่างระหงพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวฉินอวี่ราวกับภูตพราย นิ้วเรียวดั่งหยกขาวดึงเอาพลังดาราจักรมาหลอมรวมเป็นกระบี่แสงพุ่งตรงเข้าใส่จุดชีพจรสำคัญของชายหนุ่ม การต่อสู้ระหว่างเขากับนางไม่ใช่เพียงการประลองฝีมือ แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณและการตระหนักรู้ในวิถีเซียน ทุกกระบวนท่าที่พวกเขาร่ายรำแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน ท่วงท่าดุดันสง่างามราวกับเทพเซียนร่ายรำท่ามกลางหุบเหวแห่งความเป็นความตาย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หยาดเหงื่อผสมปนเปไปกับรอยเลือดจางๆ ที่มุมปากของฉินอวี่ ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างกำลังทะลวงขีดจำกัดเดิมอย่างบ้าคลั่ง กระบวนท่าที่สิบเจ็ด 'พิชิตนครา' ถูกปลดปล่อยออกไปพร้อมกับเสียงคำรามก้องฟ้าดิน แรงกระแทกจากการปะทะทำให้กำแพงหินศิลาแกร่งรอบด้านแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
เหลือเพียงกระบวนท่าสุดท้าย... กระบวนท่าที่สิบแปด 'นิพพานท้าสวรรค์'
ฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก ภายในห้วงจิตสำนึกของเขา ภาพความโดดเดี่ยว ความเจ็บปวด และการต่อสู้ดิ้นรนทั้งหมดในยุทธภพไหลผ่านเข้ามาในหัวราวกับภาพฉาย ชายหนุ่มรวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างไว้ที่คมกระบี่เล่มเดียว ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทองเรืองรองตัดกับแสงดาราพรายของมู่หรงเซียนอย่างงดงามตระการตา
มู่หรงเซียนหยุดการโจมตี นางถอยหลังออกไปสามก้าว ดวงตาดอกท้อคู่นั้นจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความทึ่ง ความภาคภูมิใจ และความรักอันลึกซึ้งที่นางไม่เคยยอมรับกับผู้ใดมาก่อน นางรู้ดีว่าหากฉินอวี่สามารถผ่านกระบวนท่านี้ไปได้ เขาก็จะก้าวสู่ขอบเขตพลังขั้นใหม่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ
"ทำมันให้ได้... ฉินอวี่" มู่หรงเซียนพึมพำกับตนเองเบื้องล่างริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อย
ฉินอวี่เงื้อมือขึ้นสูงเตรียมปลดปล่อยกระบวนท่าตัดสินชะตากรรม ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะฟาดฟันลงมานั้นเอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงคำรามต่ำทุ้มดังสนั่นมาจากมิติเบื้องบน ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยสงบกลับถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาว เปลวเพลิงสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักลงมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งสองต้องสะดุด
และก่อนที่ฉินอวี่จะได้ทันตวัดกระบวนท่าสุดท้ายออกไป เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขตก็ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดมิดเบื้องบน—
"ฮ่าๆๆ... ฝึกฝนวิชาลับต้านสวรรค์กันอย่างเพลิดเพลินเชียวนะ ฉินอวี่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่มารโลหิตไปได้?"
(ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันเสมอนะครับ)
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 12
สิบแปดกระบวนท่าพิชิตภพ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!