กลิ่นอายคาวเลือดและความอับชื้นของซากศพคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาอสูรทมิฬ ลึกลงไปใต้พื้นดินสามร้อยศอก ณ ใจกลางค่ายกลลับของพรรคมาร ปราณโลหิตพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าจนหมู่เมฆาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ฉินอวี่ก้าวเดินผ่านซากศพของสาวกพรรคมารนับร้อยที่นอนเกลื่อนกลาด ทุกย่างก้าวของเขาไร้ซึ่งเสียง ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
"ช้าก่อน... ฉินอวี่ เจ้าคิดว่าบุกเข้ามาถึงรังของพวกเราแล้วจะออกไปได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ?"
เสียงหัวroอแหบพร่าดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า เงามืดสายหนึ่งพุ่งวาบด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ปราณกระบี่มารสีดำทมิฬพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดตายของฉินอวี่ในพริบตา ทว่าฉินอวี่มิได้แม้แต่จะกะพริบตา กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือข้างขวายังคงอยู่ในฝัก นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวแตะอยู่ที่โกร่งกระบี่อย่างมั่นคง
เปรี้ยง!
แรงปะทะระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง ผนังถ้ำศิลาแกร่งแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง ร่างของผู้อาวุโสพรรคมารผู้ลอบเร้นถอยรูดไปเบื้องหลังถึงเจ็ดก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหิน
"วิชากระบี่ของเจ้า... ทะลวงถึงขั้น 'ไร้ลักษณ์' แล้วหรือ?!" ผู้อาวุโสพรรคมารเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหวาดกลัว
ฉินอวี่ไม่เอ่ยคำใด ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เขากวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ที่ใจกลางห้องโถงลับ ปรากฏคัมภีร์โลหิตโบราณแผ่ซ่านไอพลังชั่วร้ายที่กำลังสั่นสะเทือนรากฐานของแผ่นดิน บนแท่นบูชาหินดำ มีแผนที่แผ่นหนังมนุษย์กางอยู่ เผยให้เห็นจุดมืดสิบแปดแห่งทั่วทวีป ซึ่งแต่ละจุดคือ 'ชีพจรปฐพี' ที่เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของโลก
นั่นไม่ใช่แค่การยึดครองยุทธภพ... แต่มันคือแผนการ 'กลืนกินวิญญาณปฐพี' เพื่อทำลายล้างโลกทั้งใบ!
ในวินาทีนั้นเอง แสงดาวพรายสว่างวาบขึ้นเหนือศีรษะ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายลงมาจากรอยแยกของเพดานถ้ำ มู่หรงเซียนปรากฏกายเคียงข้างฉินอวี่อย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายเซียนบริสุทธิ์ของนางตัดกับกลิ่นอายมารรอบกายอย่างสิ้นเชิง นางปรายตามองแผนที่บนแท่นบูชาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ
"พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ความเป็นใหญ่ในยุทธภพ... แต่ต้องการให้โลกใบนี้ดับสูญกลายเป็นสุสานไร้ตะวัน"
ฉินอวี่หันไปสบตากับนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและโดดเดี่ยวพลันอ่อนลงวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ไอร้อนจากจิตวิญญาณกระบี่ในกายผสานเข้ากับความเย็นชาสง่างามของหญิงสาว เกิดเป็นเขตแดนพลังปราณที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งยวด
"ต่อให้ฟ้าดินดับสูญ..." ฉินอวี่เอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานและเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตจากสวรรค์ "ข้าพเจ้า... ก็จะใช้กระบี่ในมือเล่มนี้ แหวกเส้นทางแห่งความเป็นความตายออกมาให้จงได้"
ทันใดนั้น แผนที่บนแท่นบูชาพลันเปล่งแสงสีดำสนิทออกมาอย่างบ้าคลั่ง อักขระมารนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงคำรามต่ำดังก้องมาจากห้วงลึกใต้พิภพ พร้อมกับร่างเงาดำมหึมาที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากบ่อโลหิตเบื้องล่าง—
เงาร่างนั้นมีดวงตาสสีแดงฉานดั่งอสูรกายจากขุมนรก และมันกำลังจดจ้องมาที่ทั้งสองคนด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขต!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผมนะครับ
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 10
คำเตือนจากขุมนรก
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!