กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 6

ท้าทายจ้าวสำนักมาร

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตสีชาดกระเซ็นหยดลงบนพื้นศิลาหยกขาวราวกับดอกเหมยอัสดงที่ผลิบานท่ามกลางความหนาวเหน็บ ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานประลองมารเบื้องหน้า ทว่าความตึงเครียดกลับพุ่งสูงเสียดฟ้าจนแทบทำให้ลมหายใจของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรติดขัด "อยากได้ผนึก... ก็ต้องผ่านศพข้าไปก่อน!" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลกังวานดุจเสียงกระบี่กระทบกันของฉินอวี่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน จอมยุทธ์หนุ่มยืนหยัดตระหง่านร่างอาบย้อมด้วยกลิ่นอายปราณกระบี่อันคมกล้า ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีจ้องมอง "พญามารโลหิต" จ้าวสำนักมารผู้เหี้ยมโหดที่กำลังหัวร่อด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้เด็กเหลือขอ! เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่สามัญของเจ้าจะทะลวง 'ค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณ' ของข้าได้กระนั้นหรือ?" จ้าวสำนักมารแผดเสียงคำราม กลิ่นอายสีเลือดพวยพุ่งออกจากร่างราวกับคลื่นทะเลคลั่ง ท้องฟ้าเหนือสำนักมารพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน อักขระโบราณนับหมื่นลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แผ่รังสีสังหารกดทับลงมาดุจภูเขาห้าขุนเขา ฉินอวี่ไม่แม้แต่จะชายตามองแรงกดดันนั้น มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ทนงตน และดูแคลนถึงขีดสุด เขาค่อยๆ หลับตาลงตั้งจิตเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ในมือ ในห้วงมโนสำนึกของเขาเวลานี้ ไม่มีเสียงรบกวนจากรอบข้าง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับคมกระบี่ ไกลออกไปบนยอดผาเมฆา มู่หรงเซียนยืนสง่างามดุจเทพธิดาน้ำแข็ง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณ แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายแววห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่หาได้ยากยิ่ง นางกำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อพระนิ้วขาวซีด หากฉินอวี่เพลี่ยงพล้ำ นางพร้อมจะลงมือพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อทำลายสำนักมารแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย *‘เชื่อมั่นในตัวข้า... เซียนน้อยของข้า’* น้ำเสียงทางจิตของฉินอวี่ส่งตรงถึงห้วงความรู้สึกของมู่หรงเซียน นางสะั่นสะท้านเล็กน้อย ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นเด็ดเดี่ยวและไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ ฉินอวี่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง! *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีครามเจิดจ้าพุ่งทะยานจากร่างของเขาผ่าทะลวงเมฆหมอกสีเลือดจนแตกกระเจิง คมกระบี่ในมือแผ่รังสีเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นี่คือ "วิถีกระบี่เดียวดาย" ขั้นที่สาม—กระบี่เดียวดายตัดสวรรค์! "รับมือ!" ฉินอวี่สะบัดข้อมือเบาๆ ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับสายฟ้าสีครามที่แหกม่านรัตติกาล พริบตานั้น เงากระบี่นับพันสายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แต่ละสายอัดแน่นด้วยสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมจิตวิญญาณอันไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด จ้าวสำนักมารหน้าถอดสี สัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา มันรีบประสานอินทร์ พลังโลหิตทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นโล่โลหิตหนาทึบหวังป้องกันการโจมตีนี้ ทว่ามันประเมินความเด็ดเดี่ยวของฉินอวี่ต่ำเกินไป *ฉัวะ!* เสียงกระบี่กรีดผ่านอากาศดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานและแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล กลับถูกคมกระบี่สีครามกรีดผ่ากลางราวกับกระดาษบางๆ อักขระโบราณนับหมื่นแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเลือดก่อนจะจางหายไปในอากาศ แรงปะทะสะท้อนกลับทำให้จ้าวสำนักมารกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างกระเด็นกระดอนถอยหลังไปหลายสิบก้าว รอยกระบี่ยาวลึกปรากฏขึ้นบนหน้าอก เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาราวกับทานทำนบแตก ความโกลาหลบังเกิด เหล่าสาวกมารต่างหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่มีใครคาดคิดว่าจอมยุทธ์หนุ่มผู้เดียวดายผู้นี้จะสามารถทำลายค่ายกลบรรพกาลด้วยกระบวนท่าเดียว! ฉินอวี่ยืนถือกระบี่นิ่งสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเล็กน้อยขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาดุดันและทรงเสน่ห์อย่างยิ่ง เขาปรายตาคมกริบมองจ้าวสำนักมารที่ทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความพ่ายแพ้ "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกันแน่? วิถีกระบี่ของเจ้าไฉนจึงน่ากลัวเช่นนี้..." จ้าวสำนักมารเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา "วิถีกระบี่ของข้า... ไม่ใช่เพื่อฆ่าฟันผู้คนตามอำเภอใจ" ฉินอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจกดดันจนอีกฝ่ายแทบสำลักลมหายใจ "แต่เพื่อทวงคืนความยุติธรรม และตัดรากถอนโคนพวกมารไร้คุณธรรมเช่นพวกเจ้า" บรรยากาศรอบลานประลองเงียบสงัดลงชั่วขณะ ทุกสายตาต่างจ้องมองแผ่นหลังอันองอาจของฉินอวี่ด้วยความยำเกรง มู่หรงเซียนที่มองอยู่บนยอดผาผ่อนลมหายใจยาว มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนสรรพสิ่งรอบกายคล้ายกับอับEอายไปถนัดตา มีเพียงเขาคนนี้เท่านั้นที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของนางสั่นไหวได้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะเข้าครอบงำ ท้องฟ้าเหนือสำนักมารที่ควรจะแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน ลมพายุหมุนวนรุนแรงหอบเอาฝุ่นผงและกลิ่นอายประหลาดที่เก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมลอยอลวนลงมา แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของฉินอวี่ แรงกดดันระดับ "ราชันเซียน" แผ่ซ่านกดทับลงมาจนผู้คนในรัศมีร้อยลี้ต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวถึงขั้วหัวใจ ฉินอวี่ขมวดคิ้วแน่น เงยหน้าขึ้นมองรอยแยกสีดำนั้นด้วยแววตาเคร่งเครียด จากรอยแยกมืดมิด... ปลายหอกสีทองอร่ามสลักลวดลายมังกรโบราณค่อยๆ โผล่อออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังก้องกังวานมาจากห้วงมิติอันไกลโพ้น— "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร... แต่ก็น่าเสียดายนัก ที่วันนี้... คือวันตายของเจ้า!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%