"พวกเจ้า... ประเมินวิถีกระบี่ของตระกูลฉินต่ำเกินไปแล้ว"
สุ้มเสียงแหบพร่าทว่ากังวานก้องดุจเสียงระฆังสำริดจากห้วงลึกแห่งขุมนรกดังขึ้น ท่ามกลางหมู่ศัตรูฉกรรจ์นับสิบชีวิตที่ล้อมวงเข้ามาหมายปลิดชีพ ไอสังหารสีชาดแผ่พุ่งทะลักออกจากร่างของฉินอวี่ราวกับคลื่นทะเลคลั่ง บดขยี้บรรยากาศรอบกายจนบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวลาม
เป็นทางยาวนับร้อยวา แรงกดดันจากลมปราณระดับเสาหลักสวรรค์ขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปบีบอัดก้อนเมฆบนนากฟ้าให้ม้วนตัวเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬ
ดวงตาคมกริบของฉินอวี่ทอประกายสีเงินยวดยิ่งกว่าคมกระบี่ในมือ เขายืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขาที่ไม่เคยสยบต่อฟ้าดิน แม้ทั่วร่างจะชุ่มโชกไปด้วยโลหิตจากศึกคราก่อน ทว่าจิตวิญญาณกระบี่กลับยิ่งแหลมคมและทรงพลังขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว เบื้องหลังของเขาห่างออกไปสามสิบวา มู่หรงเซียนกำลังนั่งขัดสมาธิโคจรพลังรักษาอาการบาดเจ็บ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบเลือด บนใบหน้างดงามราวภาพสลักไร้ที่ติปรากฏหยาดเหงื่อกาฬผุดพราย แต่แววตาที่มองตรงมายังแผ่นหลังกว้างนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง
"ฉินอวี่... ระวังตัวด้วย" น้ำเสียงไพเราะดั่งหยกกระทบกันเอ่ยแผ่วเบา ทว่ามั่นคงยิ่ง นางไม่เคยคิดจะห้ามปรามเขา เพราะนางรู้ดีว่าวิถีกระบี่ของบุรุษผู้นี้คือการ "พุ่งไปข้างหน้าและไม่มีวันหวนกลับ"
"เซียนเอ๋อร์... รอข้าชั่วเคลิ้มตาเดียว"
ฉินอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคงดุจหินผา ก่อนที่ประกายตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจพญามาร
เหล่าผู้อาวุโสและยอดฝีมือจากพรรคอสูรโลหิตต่างหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับของพวกมัน แม้พวกมันจะมีกำลังคนเหนือกว่าหลายเท่าตัว และต่างก็เป็นยอดฝีมือในขอบเขตเดียวกัน ทว่ายามเมื่อเผชิญหน้ากับฉินอวี่ในยามนี้ พวกมันกลับรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นเพียงมดปลวกที่กำลังท้าทายพญาราชสีห์
"ฆ่ามัน! อย่าปล่อยให้มันใช้เคล็ดวิชานั้นสำเร็จ!" หัวหน้ากลุ่มพรรคอสูรโลหิตแผดเสียงคำรามลั่น สั่งการให้ยอดฝีมือทั้งหมดพุ่งเข้าประจันบานพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงอสุรกายกระหายเลือด
พริบตานั้น อากาศธาตุรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ฉินอวี่หาได้ขยับกายถอยหนีไม่ เขากลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตผสานเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ในมือ—กระบี่ไร้ลักษณ์ กระบี่ที่ไม่มีรูปแบบ ไม่มีกฎเกณฑ์ มีเพียงเจตจำนงแห่งการตัดขาดทุกสรรพสิ่ง
*ตูมมมม!*
พลังปราณสีครามเข้มข้นระเบิดออกจากร่างของฉินอวี่จนเกิดเป็นเสาแสงพุ่งทะยานเสียดฟ้า อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ หมุนวนรอบตัวเขาราวกับดวงดาราในกาแล็กซี การใช้พลังขั้นสูงครั้งแรกในชีวิตการบำเพ็ญเพียร ทำให้เส้นชีพจรทั่วร่างของฉินอวี่ส่งเสียงคำรามราวกับมังกรพิโรธ ความเจ็บปวดจากการทะลวงขีดจำกัดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ทว่าเขากลับกัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดนั้นไว้ด้วยความทะนงตนอันไร้ขอบเขต
นี่คือ "วิถีกระบี่ทลายสวรรค์" เคล็ดวิชาบรรพกาลที่หลบซ่อนอยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำแห่งจิตวิญญาณ
"กระบี่ไร้ลักษณ์... ผ่าปฐพี!"
ฉินอวี่ลืมตาโพรงขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น แสงสีเงินเจิดจ้าบาดตาพุ่งวาบผ่านความมืดมิด เขายกกระบี่ในมือขึ้นเหนือศีรษะแล้วตวัดฟาดฟันลงเบื้องหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี!
*ฉับพลัน!*
คลื่นกระบี่มหึมายาวนับพันวาพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ มันไม่ใช่เพียงแค่พลังปราณธรรมดา หากแต่เป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่สามารถผ่าแยกแม้กระทั่งห้วงมิติ เวลา และโชคชะตา! พื้นดินเบื้องหน้าถูกกรีดลึกจนกลายเป็นเหวลึกกว้างสิบวาอย่างไร้รอยต่อ แรงปะทะอันมหาศาลกวาดล้างยอดฝีมือพรรคอสูรโลหิตนับสิบชีวิตให้กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวยังไม่ทันหลุดออกจากลำคอ ร่างของพวกมันก็สลายหายไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย
แรงสะท้อนกลับของเคล็ดวิชาทำให้ฉินอวี่กระอักเลือดคำโตออกมาสดๆ ร่างกายเซถอยหลังไปสามก้าว แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยปลายกระบี่ที่ปักค้ำยันพื้นดินไว้
มู่หรงเซียนรีบพุ่งกายเข้ามาประคองร่างของเขาไว้อย่างทะนุถนอม มือเรียวบางสั่นเทาน้อยๆ ยามที่สัมผัสกับไอความร้อนระอุบนร่างของชายหนุ่ม แววตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดแทนเขาอย่างสุดซึ้ง "ฉินอวี่ ท่าน... ฝืนใช้มันเกินไปแล้ว"
ฉินอวี่แย้มยิ้มบางเบาให้พะนอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปาก ก่อนจะสบตากับนางด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "เพื่อปกป้องเจ้า ต่อให้ต้องแลกด้วยการคว่ำบาตรจากสวรรค์ ข้าก็ไม่เสียดาย..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งของคนทั้งสอง ท้องน้ายามวิกาลที่ควรจะสงบลงหลังพายุสงบ กลับพลันคำรามก้องขึ้นมาอีกครั้งอย่างเกรี้ยวกราด เมฆหมอกสีดำสนิทก่อตัวขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วเหนือศีรษะของพวกเขา แรงกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านแผ่ลงมาจากเบื้องบน
ไม่ใช่... นั่นไม่ใช่ภัยพิบัติจากธรรมชาติ
แต่มันคือ "ทัณฑ์สวรรค์" ที่ถูกกระตุ้นจากการที่มนุษย์บังอาจใช้พลังฝ่าฝืนกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน!
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินอวี่แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองขึ้นไปบนท้องน้ายามที่สายฟ้าสีทองเส้นแรกผ่าลงมาแหวกความมืดมิด เผยให้เห็นเงาร่างลึกลับร่างหนึ่งกำลังยืนไขว่ห้างอยู่บนกลีบเมฆสายฟ้า ทอดสายตาดิ่งลงมามองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับมองดูตัวตลกที่กำลังดิ้นรน
"ฮ่าๆๆ... สมกับที่เป็นผู้สืบทอดวิถีกระบี่ทลายสวรรค์ น่าสนใจจริงๆ" เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจฟ้าผ่าดังขึ้นจากร่างปริศนานั้น "น่าเสียดาย... วันนี้ เจ้าจะต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้ พร้อมกับสตรีของเจ้า!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 16
กระบี่ไร้ลักษณ์ผ่าปฐพี
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!