“ถ้าเจ้ายังฝืนร่ายเวทด้วยโครงสร้างตรรกะที่ซับซ้อนเกินจำเป็นแบบนั้นอีกครั้ง เกรงว่าวงแหวนเวทในร่างของเจ้าคงได้ระเบิดกลายเป็นเศษฝุ่นสมชื่อโปรแกรมเมอร์ตกอับแน่ หลินซูยี่”
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไอความเย็นยะเยือกของมู่หรงเฉิงดังขึ้นทันทีที่ร่างโปร่งบางของหลินซูยถอยหลังเซถลาลงบนพื้นห้องทดลองเวทมนตร์ส่วนตัว กลิ่นอายของมานาที่ปั่นป่วนยังคงคุกรุ่นอยู่รอบปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยจากการหักโหมควบคุมพลัง
หลินซูยี่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ดื้อรั้น เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อคำขู่ของอธิการบดีหน้าน้ำแข็งผู้นี้เลยแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มบางเบat ยวนกวนประสาทกลับระบายขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม
“อาจารย์มู่หรงคะ เป็นห่วงศิษย์คนนี้ก็บอกกันตรงๆ เถอะค่ะ ไม่เห็นต้องใช้คำขู่ขวัญผِราน่ากลัวแบบนั้นเลย... ดูสิคะ หน้าตาออกจะงดงามหยาดเยิ้ม แต่ทำไมวาจาถึงได้เฉียบคมบาดใจยิ่งกว่ามีดบินเวทมนตร์เสียอีก” ซูยี่เอ่ยเย้าแหย่พร้อมกับยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามอาภรณ์อย่างไม่ยี่หระ
มู่หรงเฉิงปรายตามองหญิงสาวที่ยังคงมีอารมณ์ขันได้แม้ในยามที่สภาวะจิตวิญญาณเกือบรับภาระเกินขีดจำกัด ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ซ่อนประกายความระคนทึ่งเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่ใครต่อใครต่างขนานนามว่า ‘รูปปั้นหินอัคคี’ หล่อนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวย่างที่เงียบเชียบและสง่างาม ปลายชายเสื้อคลุมยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดเบาๆ กับแผ่นหินเวท
“ปากกล้าเช่นนี้ แสดงว่าพลังมานาที่สูญเสียไปคงฟื้นคืนกลับมาเร็วกว่าที่ตำราเวทมนตร์โบราณระบุไว้สินะ” มู่หรงเฉิงหยุดยืนตรงหน้า ร่างสูงโปร่งทอดเงาทาบทับร่างของหลินซูยี่จนมิด กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายดอกเหมันต์ในฤดูหนาวโชยเข้าแตะนาสิก “จำไว้ว่า การเลื่อนขั้นจากนักเวทฝึกหัดระดับต้นสู่ระดับกลาง ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาที่เจ้าสูบฉีดเข้าไปอย่างไร้ทิศทาง แต่มันคือการเข้าใจ ‘โครงสร้าง’ และ ‘กฎเกณฑ์’ ที่รากฐานของโลกใบนี้ตั้งอยู่... ซึ่งเจ้าเองก็น่าจะเข้าใจดีในฐานะ ‘ผู้ใช้ระบบ’ แปลกประหลาดนั่น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลดระดับลงกระซิบข้างใบหู ทำให้หัวใจของซูยี่กระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง ความใกล้ชิดที่ฉับพลันนี้ทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่แม่คุณหนูน้ำแข็งนี่เข้ามาใกล้ในระยะประชิดทีไร ระบบวิเคราะห์บั๊กในหัวของเธอก็มักจะรวนเรจนขึ้นแจ้งเตือนสีแดงแป๋ทุกที
*[ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! เตือนภัย: อัตราการเต้นของหัวใจผู้ใช้งานเกิน 120 ครั้ง/นาที, ฮอร์โมนอะดรีนาลีนหลั่งเกินเกณฑ์มาตรฐาน, แนะนำให้ถอยร่นระยะห่างจากเป้าหมาย (มู่หรงเฉิง) อย่างน้อยสองเมตรเพื่อความปลอดภัยต่อระบบประสาท]*
ซูยี่รีบส่งกระแสจิตปัดหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงแสบตานั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมกริบด้วยรอยยิ้มทะเล้นกลบเกลื่อนความประหม่า
“แหม... เรื่องระบบอะไรนั่น ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยสักนิดนะคะอาจารย์ ฉันก็แค่อาศัยความพยายามและพรสวรรค์อันน้อยนิดตามประสาเด็กเนิร์ดสายนั่งหน้าจอคอมเท่านั้นเองค่ะ” ซูยี่หัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมกับเบี่ยงประเด็นด้วยการผายมือไปยังแผงหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทันทีที่เธอตั้งสมาธิ
เปรี้ยง!
เสียงก้องกังวานเบาๆ ดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบไปทั่วห้องทดลอง หน้าต่างสถานะตัวละครสีทองอร่ามที่คุ้นเคยพุ่งทะยานขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของเธอ
*[ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้งาน: หลินซูยี่]*
*[เงื่อนไขการเลื่อนขั้นสำเร็จลุล่วง 100%]*
*[สถานะปัจจุบัน: เลื่อนขั้นจาก ‘นักเวทฝึกหัดระดับต้น’ สู่ ‘นักเวทฝึกหัดระดับกลาง’ เป็นที่เรียบร้อย]*
*[ปลดล็อกทักษะใหม่ประจำระดับ: ‘สถาปัตยกรรมเวทอัตโนมัติ (Automated Spell Architecture - ASA)’ และ ‘การคอมไพล์คาถาแบบเรียลไทม์ (Real-time Spell Compilation)’]*
ดวงตากลมโตของซูยี่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึง แม้เธอจะคาดเดาผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าจากตรรกะการคำนวณของโปรแกรมเมอร์แล้ว แต่การได้เห็นระบบอัปเกรดแบบเห็นๆ ต่อหน้าต่อตาก็ยังคงสร้างความเร้าใจให้เลือดในกายสูบฉีดอยู่ดี ทักษะใหม่ทั้งสองนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย มันคือการยกระดับการร่ายเวทจากการ ‘เขียนโค้ดด้วยมือทีละบรรทัด’ ให้กลายเป็นระบบ ‘ลากแล้ววางพร้อมคอมไพล์เสร็จสรรพในพริบตาเดียว’ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการร่ายเวทลงได้มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์!
มู่หรงเฉิงสังเกตเห็นประกายแสงสีทองที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของหญิงสาว หล่อนถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ท่าทีเยือกเย็นยังคงสถิตอยู่บนใบหน้า แต่แววตาพึงพอใจกลับวาบผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีจนยากจะสังเกตเห็น
“ดูท่าทางเจ้าจะถูกใจของเล่นชิ้นใหม่ที่ระบบมอบให้สินะ” มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงเรียบ พรางกอดอกมองร่างโปร่งที่กำลังตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น “อย่าเพิ่งลำพองใจไปล่ะ ซูยี่ การเลื่อนขั้นเป็นนักเวทฝึกหัดระดับกลางเป็นเพียงแค่ก้าวแรกในการเข้าสู่โครงสร้างที่แท้จริงของสถาบันมหาเวทแห่งนี้ โลกภายนอกห้องเรียนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และพลังที่เพิ่มขึ้น... ก็มักจะดึงดูดสายตาของพวก ‘แมลง’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดให้คลานออกมามากขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน”
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูยี่ค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นของอีกฝ่าย เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องทดลองที่ตอนนี้ถูกอาบไล้ด้วยละอองมานาสีฟ้าครามอันเกิดจากทักษะใหม่ ความสามารถในการคอมไพล์คาถาแบบเรียลไทม์ทำให้เธ้ารับรู้ถึงการไหลเวียนของพลังงานรอบตัวได้อย่างชัดเจนราวกับมองเห็นเส้นเลือดในร่างกายมนุษย์
“แมลงงั้นเหรอคะ...” ซูยี่พึมพำเบาๆ ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “หมายความว่า ข้อมูลความเคลื่อนไหวที่เราแอบกู้คืนมาจากเขตต้องห้ามเมื่อวานนี้ กำลังทำให้ใครบางคนนั่งไม่ติดเก้าย์แล้วสินะคะ อาจารย์”
มู่หรงเฉิงไม่ตอบคำถาม แต่รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตานั้นก็ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ หล่อนสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เพื่อเตรียมตัวจะก้าวเดินออกไปจากห้องทดลอง แต่ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกเวทมนตร์ด้านนอกดังขึ้นสามครั้งในจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่เสียงเคาะของนักเรียนหรืออาจารย์ทั่วไปที่มักจะมีความลังเลเจืออยู่ แต่มันเป็นเสียงเคาะที่หนักแน่น ทรงพลัง และแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ทะลุผ่านประตูกลไกเข้ามาจนซูยี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับสูงกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่เขตหวงห้าม, คลื่นพลังงานไม่ทราบฝ่ายตรงข้ามกำลังเจาะทะลวงระบบป้องกันชั้นที่สาม, ระดับอันตราย: สูงมาก]*
หน้าต่างสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวในหัวจนซูยี่ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ มู่หรงเฉิงชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในพริบตา ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่ประตูห้องก่อนจะหันกลับมาสบตากับซูยี่
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูเวทมนตร์บานหนาก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนพังครืนลงมาเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งเข้ามาตลบอบอวลไปทั่วห้อง ท่ามกลางหมอกควันทึบนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้มปิดบังใบหน้ามิดชิดกำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวที่เหยียบลงมาบนพื้นหินสร้างรอยร้าวลึกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ชวนให้ขนหัวลุกดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด
“ฮี่ๆๆ... ในที่สุดก็หาเจอตัวเสียที ‘โปรแกรมเมอร์นอกรีต’ ผู้สร้างบั๊กป่วนเปรื่อนเมือง...” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นยะเยือกราวกับเสียงของซากศพที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุม “ท่านอธิการบดีมู่หรงคงจะเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องคอยปกป้องหนูสกปรกตัวนี้... น่าเสียดายนัก ที่วันนี้... คือวันสิ้นสุดการทำงานของระบบที่พวกแกพยายามปกป้องร่วมกัน!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับก้าวสำคัญของหลินซูยี่ในวันนี้นะคะ! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 15
รางวัลจากระบบและการเลื่อนขั้น
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!