“หากเจ้ายังเดินจี้หลังข้าในระยะห่างน้อยกว่าสามชุ่นแบบนี้อีกครั้ง ข้าจะถือว่าเจ้าจงใจยั่วยุ และบทลงโทษจะไม่ได้จบลงแค่การคัดลอกตำราเวทมนตร์แน่นอน หลินซูยี่”
น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นท่ามกลางเสียงใบไม้ไหว หลินซูยี่ชะงักฝีเท้าทันที เธอไม่ได้ขยับถอยหลัง แต่กลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพลางกระตุกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มแบบที่มู่หรงเฉิงเห็นแล้วต้องรู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้งไป
“ท่านอธิการบดีเจ้าขา ป่าเขตอสูรนี่มี ‘บั๊ก’ ของสภาพแวดล้อมเยอะจะตายไป หากข้าไม่เดินใกล้ท่าน ข้าก็อาจจะเหยียบเข้ากับดักมิติที่พรางตาไว้อยู่ก็ได้นะคะ การที่ท่านยอมให้ข้าเดินชิดแบบนี้ ก็เพื่อสวัสดิภาพของนักศึกษาในสังกัดไม่ใช่หรือคะ?”
มู่หรงเฉิงหยุดเดินกะทันหันจนร่างของหลินซูยี่เกือบจะปะทะกับแผ่นหลังกว้างของเขา เขาหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองใบหน้าทะเล้นของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวต่อสถานการณ์อันตรายรอบตัวเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดิภาพ? เจ้าเรียกการทำตัวเป็นเงาตามติดข้าว่าสวัสดิภาพงั้นหรือ” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง กลิ่นอายหอมจางๆ ของไม้สนและหิมะจากตัวเขาทำให้หลินซูยี่ใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ “ข้าเป็นคนเลือกเส้นทางนี้ เพื่อให้เจ้าได้ฝึกฝนไหวพริบ ไม่ใช่มาหย่อนใจข้างกายข้า”
“ข้าไม่ได้หย่อนใจนะคะ ข้ากำลัง ‘วิเคราะห์’ ต่างหาก”
หลินซูยี่ไม่ได้หลบสายตา เธอประสานนัยน์ตาสีรัตติกาลของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย พร้อมกับที่หน้าจออินเตอร์เฟซโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นในม่านตาของเธอ [ตรวจพบความผิดปกติของมานาในรัศมี 10 เมตร: ความหนาแน่นของพลังงานอสูรพุ่งสูงขึ้น 400% — สถานะ: พื้นที่เขตหวงห้าม]
“มู่หรงเฉิง ท่านลองมองไปที่โคนต้นไม้สีเงินทางขวามือสิคะ” เธอพยักพเยิดไปทางรากไม้ที่ดูเหมือนจะสั่นไหวอย่างผิดธรรมชาติ “นั่นไม่ใช่ต้นไม้ แต่มันคือ ‘รากอสูรกลืนวิญญาณ’ ที่กำลังรอให้พวกเราเผลอ… ท่านจะยังยืนซึนใส่ข้า หรือจะให้เราจัดการไอ้ตัวที่กำลังจะงาบหัวเราตอนนี้ดีคะ?”
มู่หรงเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้หันไปมองในทันที แต่กวาดสายตาผ่านหางตาเพียงแวบเดียว ก่อนที่พัดในมือจะสั่นไหวเบาๆ สายลมคมกริบดุจใบมีดตัดผ่านอากาศพุ่งตรงไปยังโคนต้นไม้ใหญ่ทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนของสิ่งมีชีวิตบางอย่างดังขึ้นก่อนที่ร่างบิดเบี้ยวของอสูรรากไม้จะสลายกลายเป็นละอองฝุ่น
“รอบคอบนักนะ” เขาแค่นเสียงเบาๆ แต่แววตาที่เคยแข็งกร้าวดูจะอ่อนลงหนึ่งส่วน
“ถ้าไม่รอบคอบ ก็ตายสิคะ” หลินซูยี่ถอนหายใจยาว “รีบหาที่พักเถอะค่ะ คืนนี้พระจันทร์สีเลือดกำลังจะขึ้น ระบบของข้าเตือนว่านี่คือ ‘ช่วงเวลาที่บอสลับจะตื่นจากการหลับใหล’ ถ้าเราไม่รีบสร้างเขตอาคมป้องกันรอบที่พัก เราอาจจะได้เป็นอาหารเย็นของมันแทนที่จะได้พักผ่อนนะคะ”
ทั้งคู่เร่งฝีเท้าเข้าสู่ใจกลางป่ามืดมิด ต้นไม้โดยรอบเริ่มหนาแน่นจนแทบไม่มีแสงดาวส่องผ่าน หลินซูยี่หยิบอุปกรณ์คล้ายผลึกคริสตัลออกมาหลายก้อน เธอเริ่มวางตำแหน่งตามทิศทางลมและกระแสมานาที่เธอเห็นผ่านระบบวิเคราะห์ ขณะที่มู่หรงเฉิงยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง แม้ปากจะบ่นว่าเธอซุกซน แต่เขากลับปล่อยพลังเวทสีเงินจางๆ ปกป้องเธอจากแมลงพิษที่พยายามจะเข้าใกล้ในทุกฝีก้าว
เมื่อโครงสร้างอาคมถูกติดตั้งจนเสร็จสิ้น แสงสีน้ำเงินอ่อนๆ ก็คลุมร่างของคนทั้งคู่ไว้เหมือนม่านโปร่ง หลินซูยี่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นหญ้าที่ปูด้วยเสื้อคลุมของเธอเอง เธอหยิบเสบียงแห้งออกมาแบ่งครึ่งหนึ่งแล้วยื่นให้อีกฝ่าย
“ท่านอธิการ... วันนี้ท่านเสียมานาไปเยอะเพื่อปกป้องข้า กินหน่อยเถอะค่ะ”
มู่หรงเฉิงมองขนมปังในมือหญิงสาว ก่อนจะรับมาอย่างลังเล “ข้าไม่หิว”
“คนปากแข็งก็แบบนี้แหละค่ะ” หลินซูยี่หัวเราะเบาๆ “พลังของท่านถดถอย ข้าดูออกตั้งแต่วันแรกที่เจอท่านในหอสมุดแล้ว และวันนี้ในป่านี้... การที่ท่านต้องใช้เวทมนตร์คุ้มกันข้าถึงห้าครั้ง ทั้งที่ปกติท่านคงจัดการอสูรพวกนั้นได้ในการสะบัดมือเดียว แสดงว่าร่างกายท่านกำลังต่อต้านพลังของตัวเองอยู่ใช่ไหมคะ?”
คำพูดของเธอดังดุจค้อนทุบลงกลางใจ มู่หรงเฉิงชะงักไปครู่ใหญ่ เขาวางขนมปังลงข้างกาย สายตามองออกไปที่ความมืดมิดภายนอกเขตอาคม
“เจ้าฉลาดเกินไป หลินซูยี่... คนที่รู้ความลับของข้ามากเกินไป มักจะอายุไม่ยืน”
“แต่ถ้าข้าเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ท่าน ‘ซ่อมแซม’ ร่างกายนี้ได้ ท่านจะยอมให้ข้าอายุยืนยาวไหมคะ?” เธอถามพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น กลิ่นอายของความไว้วางใจอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ควรจะหนาวเหน็บ
มู่หรงเฉิงหันมาสบตาเธอ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของเธอ “เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับไฟ?”
“ไฟที่อบอุ่น ข้าก็พร้อมจะเสี่ยงค่ะ”
ขณะที่ความตึงเครียดของสถานการณ์และการเปิดใจของทั้งคู่กำลังแตะถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากระบบของหลินซูยี่ก็ดังขึ้นในหัวจนแทบประสาทหลอน
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบระดับมานาเข้มข้นมหาศาลจากใต้เท้าของคุณ!]
[คำเตือน: บอสลับ 'ราชันย์อสูรเงาพันปี' ได้รับการกระตุ้นจากกลิ่นอายพลังเวทของคุณ มันกำลังจะพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในอีก 3... 2...]
พื้นดินใต้ที่พักสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทั้งคู่เสียหลัก มู่หรงเฉิงรีบคว้าเอวหลินซูยี่ดึงเข้าหาตัวก่อนจะพุ่งตัวออกห่างจากจุดเดิมเพียงเสี้ยววินาที ทันใดนั้น เงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาจนที่พักที่พวกเขาเพิ่งสร้างพังพินาศไม่เหลือซาก
แต่สิ่งที่ทำให้หลินซูยี่ต้องเบิกตากว้าง ไม่ใช่ขนาดของบอสตัวนี้... แต่เป็นนัยน์ตาสีแดงฉานของมันที่จ้องมองมาที่มู่หรงเฉิงด้วยความโหยหา พร้อมกับเสียงที่ก้องกังวานในหัวของทุกคนว่า “...ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้าอีกครั้ง... ท่านอธิการที่รัก...”
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ! น้ำผึ้งหยดแรกขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยสุดอันตรายของหลินซูยี่นะคะ!
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 16
ค่ายพักแรมกลางป่าเวทมนตร์อสูร
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!