“...ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้าอีกครั้ง... ท่านอธิการที่รัก...”
เสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างมหึมาของบอสลับระดับตำนานจะถูกกำจัดและสลายกลายเป็นละอองแสงสีครามไปแล้วก็ตาม ทว่าบรรยากาศรอบตัวในหุบเขาอเวจีกลับไม่ได้สงบลงตามที่ควรจะเป็น
ซูยี่กวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หน้าจอระบบกำลังรัวข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานด้วยความเร็วสูงจนแทบอ่านไม่ทัน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังเวทในพื้นที่!]
[คำเตือน: ความหนาแน่นของมานาเกินขีดจำกัดปลอดภัย 300%]
[ระบบกำลังประเมิน... ภัยคุกคามระดับสลายวิญญาณกำลังก่อตัว!]
“อาจารย์มู่หรง ถอยออกมาก่อนค่ะ!” ซูยี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของผืนแผ่นดินที่เริ่มปริแตกออกเป็นทางยาว
เบื้องหน้าของเธอ มู่หรงเฉิงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนนิ่งค้าง สีหน้าของท่านอธิการผู้เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกมาตลอด กลับเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ทอดมองไปยังซากอารยธรรมโบราณที่เพิ่งถูกทำลาย ร่างกายของเขาไหววูบคล้ายคนทรงเจ้าที่พลังกำลังย้อนกลับ
“อึก...” เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากริมฝีปากบางเฉียบ มู่หรงเฉิงยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายโดยสัญชาตญาณ ไอเวทสีดำสนิทสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วราวกับควันพิษ มันคืออาการ 'ธาตุไฟเข้าแทรก' ที่เกิดจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดเพื่อกดดันบอสตัวเมื่อครู่
ก่อนที่ซูยี่จะทันได้ก้าวเข้าไปประคอง ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกกลืนกินด้วยเมฆพายุสีนิลขนาดมหึมาในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าเปรี้ยงลงมาตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคน แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
“ซูยี่!”
เสียงเรียกที่มักจะเรียบสนิทไร้อารมณ์ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด มู่หรงเฉิงฝืนสะบัดมือรวบรวมเศษเสี้ยวมานาที่เหลืออยู่สร้างโล่เวทมนตร์คุ้ม
กันร่างของเด็กหนุ่มโปรแกรมเมอร์เอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เศษหินนับพันตันจะถล่มลงมาปิดปากถ้ำลึกที่อยู่เบื้องล่างจนมิดชิด
ครืนนน—!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ในทันที มีเพียงแสงเรืองรองอ่อนๆ จากหน้าจอระบบของซูยี่และผลึกหินเรืองแสงตามผนังถ้ำเท่านั้นที่ช่วยขับไล่ความมืดออกไปได้บ้าง เสียงสายฝนด้านนอกกระหน่ำซัดสาดกระทบผนังหินด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับโลกภายนอกกำลังถูกพิพากษาด้วยมหันตภัย
ซูยี่ไอโขลกออกมาเบาๆ พลางยันกายลุกขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเฉียบ มือเรียวรีบปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าก่อนจะหันไปมองคนตัวสูงกว่าที่นั่งทรุดลงพิงผนังถ้ำอยู่อีกฝั่ง
“อาจารย์ เป็นอย่างไรบ้างคะ?” ซูยี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะชอบต่อปากต่อคำและมองอีกฝ่ายเป็นทั้งเป้าหมายในการแก้บั๊กและบุคคลที่น่าแกล้ง แต่ยามที่เห็นร่างโปร่งระหงของท่านอธิการกำลังสั่นเทาด้วยพิษบาดแผลและความเหนื่อยล้า หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด
มู่หรงเฉิงหลับตาลงช้าๆ พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด หน้าผากมนมีหยาดเหงื่อผุดพรายจนเส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นแนบแก้ม ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองที่มักจะมี
ติดตัวเสมอหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเปราะบางที่น่าทะนุถนอมอย่างยิ่งยวด
“อย่าเข้ามาใกล้ข้า...” มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงพร่า มือที่กำชายเสื้อแน่นจนข้อต่อขาวซีด “พลังของข้ากำลัง... ควบคุมไม่ได้ หากเจ้าโดนไอเวทนี้เข้าไป วิญญาณของเจ้าอาจจะแตกสลาย...”
“พูดอะไรบ้าๆ ตอนนี้เนี่ยนะ?” ซูยี่ถอนหายใจยาวอย่างไม่สบอารมณ์ เธอไม่สนใจคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย ก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเรียกใช้หน้าต่างระบบวิเคราะห์
[ตรวจพบ: ภาวะมานารั่วไหลขั้นรุนแรง จากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม]
[คำแนะนำ: จำเป็นต้องทำการถ่าย
เทพลังงานส่วนเกินออก หรือสัมผัสทางกายภาพกับผู้ที่มีคลื่นพลังงานเข้ากันเพื่อปรับสมดุล (อัตราความเข้ากันได้: 98.7%)]
ซูยี่กะพริบตาปริบๆ เมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายของระบบ ‘สัมผัสทางกายภาพเพื่อปรับสมดุล?’ นี่ระบบกำลังเล่นตลกอะไรกับเธออีกแล้วเนี่ย!
แต่เมื่อเห็นริมฝีปากของมู่หรงเฉิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาลงทุกที ซูยี่ก็รู้ทันทีว่าไม่มีเวลามานั่งลังเล เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านอธิการ คว้ามือเย็นเฉียบราวน้ำแข็งคู่นั้นมาจับไว้แน่น
“ซูยี่ เจ้า...” มู่หรงเฉิงลืมตาขึ้นมองด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากมือของเด็กหนุ่มเข้ามาสู่ปลายนิ้ว ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกมานานนับชั่วโมงเริ่มบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์
“ถ้าไม่อยากตายตรงนี้ ก็อยู่นิ่งๆ สิคะ ท่านอธิการผู้เกรียงไกร” ซูยี่เงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นอย่างผิดหูผิดตา รอยยิ้มทะเล้นที่มักจะมีหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่สะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามแต่ไร้สีเลือดของอีกฝ่าย
ภายในถ้ำที่อับชื้นและมืดสลัว เสียงฝนด้านนอกยังคงคำรามกรามกราด แต่บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับอบอุ่นขึ้นทีละน้อย ความใกล้ชิดที่แนบชิดชนิดที่ว่าลมหายใจรดกัน ทำให้ซูยี่เพิ่งสังเกตเห็นว่า
แท้จริงแล้วมู่หรงเฉิงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขนตางอนยาวที่เปียกชื้นกำลังสั่นระริก ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวด และกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกซากุระป่าที่ลอยละล่องมาจากเรือนร่างของอีกฝ่ายท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของดินฝน มันช่าง... ชวนให้ใจเต้นระส่ำเสียเหลือเกิน
“ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?” มู่หรงเฉิงเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาสองสีที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาผมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของซูยี่ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น “ข้าเป็นเพียง... อาจารย์ที่คอยหาเรื่องเจ้าไม่ใช่หรือ?”
ซูยี่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ก็เพราะว่า...” เธอยื่นใบเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกัน “ฉันไม่อยากเห็นอาจารย์ต้องทรมานแบบนี้น่ะสิคะ... อีกอย่าง ถ้าท่านอธิการเป็นอะไรไป ใครจะคอยหักคะแนนฉันเวลาส่งงานช้าล่ะจริงไหม?”
คำพูดติดตลกนั้นไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดลงเลย กลับทำให้หัวใจของมู่หรงเฉิงกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นจากมือของซูยี่ไหลซึมลึกเข้าสู่เส้นชีพจร หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้ปกป้องหัวใจมานานนับร้อยปีทีละนิด ทีละนิด...
มู่หรงเฉิงหลุบตาลงมองมือที่ประสานกันอยู่ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวก็คาดไม่ถึง—นิ้วเรียวบางพลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือของซูยี่แน่นขึ้น แรงบีบนั้นอบอุ่นและสั่นเทาเล็กน้อย
“ขอบใจนะ... ซูยี่”
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำด้านนอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งกำลังถักทอสายใยบางอย่างขึ้นเงียบๆ ในความมืด
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเคลิบเคลิ้มจนแทบหยุดหายใจนั้นเอง
ติ๊ด!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน กลับทำลายความเงียบทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมกับข้อความขนาดใหญ่ที่ทำให้ซูยี่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS: ตรวจพบร่องรอยพลังงานของ ‘ผู้ดูแลระบบตัวจริง’ ที่ถูกผนึกไว้ใต้ถ้ำแห่งนี้กำลังตื่น
ขึ้น!]
[คำเตือนสูงสุด: บุคคลปริศนาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ตำแหน่งของท่านในระยะ 100 เมตร... ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากโลกนี้!]
มู่หรงเฉิงสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังทางเดินมืดมิดลึกเข้าไปในถ้ำทันที พร้อมกับที่ฝ่าเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่ง... กำลังก้าวเดินลึกเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ!
“หึๆ... ในที่สุด ข้าก็หาพวกเจ้าเจอเสียที...”
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนน้ำผึ้งหยดแรกมาโดยตลอดนะคะ*
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 17
คืนพายุฝนและค่ายพักแรมสองต่อสอง
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!