รอยสลักรูปเฟืองจักรกลโบราณบนข้อมือของหลินซูยี่ไม่ได้เปล่งแสงเจิดจ้าอย่างที่ควรจะเป็นในตำราเวทมนตร์เล่มใด แต่มันกลับหมุนวนช้าๆ ด้วยอัตราความเร็วที่สอดรับกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของห้วงมิติที่กำลังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างสีดำนับร้อยที่ไร้ใบหน้าหยุดชะงักลงพร้อมกันราวกับถูกตรึงด้วยคำสาป ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก—ความตื่นตระหนกที่สิ่งมีชีวิตเหนือมิติไม่ควรจะมี
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังสะท้อนก้องในห้วงความคิดของทุกคน "นั่นมัน... รหัสต้นกำเนิดของสถาปนิก... เจ้ามนุษย์ สตรีผู้นี้เป็นใครกัน!"
หลินซูยี่หอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าเรียวสวย เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ความเจ็บปวดจากการฝืนดึงพลังงานแก่นกลางของระบบมาใช้อย่างเกินขีดจำกัดแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับถูกไฟแผดเผา แต่สายตาของเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและคมกริบราวกับใบมีด โปรแกรมเมอร์สาวอย่างเธอรู้ดีว่าในสถานการณ์ที่ตรรกะของโลกกำลังจะพังทลาย มีทางเดียวที่จะรอดคือการเขียนกฎขึ้นมาใหม่ด้วยมือของตัวเอง
[คำเตือน: ตรวจพบการใช้พลังงานเกินขีดจำกัดปลอดภัย 850%]
[ระบบแกนกลาง: กำลังเข้าสู่โหมด 'โอเวอร์คล็อก' ขั้นสูงสุด]
[คำเตือน: ความเสียหายต่อระบบประสาทของผู้ใช้กำลังดำเนินไปอย่างถาวร หากฝืนใช้งานฟังก์ชัน 'รีเซ็ตบาเรียมิติ' โอกาสรอดชีวิตคือ 0.01%]
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบวาบในครรลองสายตาจนแสบตา แต่หลินซูยี่กลับแค่นHหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ เธอเหลือบสายตาไปมองร่างสูงโปรดปรานที่ยืนคุ้ม
กันอยู่เบื้องหน้า—มู่หรงเฉิง อธิการบดีสถาบันมหาเวทผู้เยือกเย็น บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ของเขากำลังหลั่งโลหิตสีแดงเข้มย้อมอาภรณ์สีขาวจนชุ่มโชก แต่กระนั้นแผ่นหลังกว้างนั้นก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
"ยี่เอ๋อร์... หยุดเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเยชาและเปี่ยมด้วยอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อย มู่หรงเฉิงปรายตามองเธอกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนความหวatกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร คิดจะเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับเศษซากมิตินี้งั้นหรือ!"
"ถ้าข้าไม่บ้า อาจารย์คงไม่ได้ยืนทำหน้าดุใส่ข้าแบบนี้หรอกค่ะ" หลินซูยี่แย้มรอยยิ้มทะเล้นออกมาได้แม้ในยามวิกฤต ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง... ข้าไม่เคยมีความคิดที่จะตายก่อนจะได้ฟังคำสารภาพรักจากท่านหรอกนะคะ ท่านอธิการบดี"
มู่หรงเฉิงชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นที่พวงแก้มอย่างไม่ทันตั้งตัวท่ามกลางบรรยากาศอันเคร่งเครียด ชายหนุ่มกัดฟันกรอด
"เจ้าเด็กเหลือขอ... ถึงเวลาตายอยู่แล้วยังจะมีแก่ใจมาพูดจาเหลวไหลอีก!" แม้ปากจะต่อว่า แต่มือเรียวยาวที่ถือคทาศักดิ์สิทธิ์กลับตวัดวาดวงเวทสีเงินยวงเพื่อแผ่ขยายเขตอาคุ้มกันปกป้องหญิงสาวให้แน่นหนาขึ้นไปอีกขั้น ความซึนเดเกร.ะที่แสดงออก
มาอย่างไม่ถูกกาลเทศะนั้นทำเอาหลินซูยี่เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอาการเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายเสียก่อน
โลกทั้งใบสั่นสะเทือน รอยแตกสีดำขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหลัง หลisซูยี่สูดหายใจเข้าลึก
ๆ รวบรวมสติทั้งหมดที่มีเข้ากับสัญลักษณ์รูปเฟืองบนข้อมือ
นี่ไม่ใช่เวทมนตร์... แต่มันคือ 'การแก้ไขโค้ด'
นิ้วเรียวยาววาดกลางอากาศราวกับกำลังพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแป้นพิมพ์ล่องหน ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านสมองของเธอราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ระบบวิเคราะห์บั๊กไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตรวจสอบข้อผิดพลาดอีกต่อไป แต่มันกำลังทำหน้าที่เป็น 'สถาปนิก' ผู้ลบและเขียนโปรแกรมใหม่ทั้งหมด
[กำลังดำเนินการ: ฟังก์ชันลับ 'รีเซ็ตบาเรียมิติ']
[สเต็ปที่ 1: แยกแยะข้อมูลขยะ... สำเร็จ]
[สเต็ปที่ 2: ลบสถาปัตยกรรมมิติที่เสียหาย... กำลังดำเนินการ 50%... 80%... สำเร็จ]
[สเต็ปที่ 3: รีเซ็ตค่าเริ่มต้นของจักรวาลคู่ขนาน...]
"หยุดนางซะ!" เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของร่างไร้ใบหน้าดังประสานกันจนแก้วหูแทบแตก พวกมันพุ่งทะยานเข้าหาหลินซูยี่ด้วยความเร็วดุจพายุหมุน หมายจะขัดขวางกระบวนการรีเซ็ตก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"ข้าไม่ยอมให้พวกแกแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว!" มู่หรงเฉิงคำรามลั่น ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากร่างของเขา พลังเวทขั้นสูงสุดที่ถูกสะกดไว้ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ร่างของอธิการบดีหนุ่มพุ่งเข้าขวางกั้นเหล่าเงาดำด้วยสัญชาตญาณการปกป้องที่เหนือกว่าชีวิตของตนเอง ดาบเวทในมือฟาดฟันดุจพายุดาบ กวาดล้างศัตรูรอบกายจนแตกสลายไปทีละตัว แต่จำนวนที่มากเกินไปก็ทำให้บาดแผลบนร่างของเขาเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว
"อาจารย์!" หลินซูยี่หัวใจกระตุกวูบ เมื่อเห็นหยาดโลหิตของชายหนุ่มหยดลงบนพื้นดินสีดำสนิท
เวลาหมดลงแล้ว... หากรอช้ากว่านี้ ทั้งเขาและเธอคงต้องดับสลายไปพร้อมกัน
หลินซูยี่หลับตาลง ตัดสินใจครั้งสุดท้ายในเสี้ยววินาที เธอไม่สนใจคำเตือนสีแดงที่กระพริบเตือนว่า 'ความเสียหายถาวร' อีกต่อไป มือทั้งสองข้างประสานกันแน่น รอยสลักรูปเฟืองระเบิดแสงสีฟ้าครามสว่างวาบจนกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว
"ระบบ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาหวิวแต่หนักแน่นก้องกังวานไปทั่วทั้งห้วงมิติ
"รันคำสั่งสุดท้าย... รีเซ็ตทุกอย่างกลับสู่จุดเริ่มต้น!"
*ตูมมมมมมม!*
แสงสว่างเจิดจ้าสีขาวโพลนแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต กลืนกินความมืดมิดและร่างสีดำทั้งหมดให้หายวับไปในพริบตา ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่สติของหลินซูยี่จะดับวูบลง พร้อมกับร่างที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของใครบางคน
***
ความเย็นสบายของสายลมยามเช้าโชยปะทะใบหน้า พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่คุ้นเคย
หลินซูยี่กะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับรับแสงสว่าง เพดานไม้แกะสลักประณีตปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ที่นี่คือห้องพักส่วนตัวของนางในหอพักอธิการบดี...ไม่ใช่ห้วงมิติที่กำลังจะล่มสลายนั้น
"ฟื้นแล้วหรือแม่ตัวดี"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แฝงความโล่งอกไว้อย่างปิดไม่มิด หลินซูยี่หันไปมองตามต้นเสียง ก็พบกับมู่หรงเฉิงที่นั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลานั้นซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่บาดแผลทั่วร่างได้รับการรักษาจนหายสนิทแล้ว ดวงตาคู่คมคู่นั้นจ้องมองมาที่นางเขม็งด้วยแววตาดุๆ
"อาจารย์...?" หลินซูยี่ส่งเสียงแหบแห้งออกไป พยายามจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ข้อมือซ้ายก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิหน้า
"อย่าเพิ่งขยับ!" มู่หรงเฉิงยื่นมือมาประคองร่างบางให้นอนราบลงอย่างระมัดระวัง สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด จนหลินซูยี่ต้องลอบอมยิ้มบางๆ
"ข้ายังไม่ตายสินะคะ... โชคดีจัง อย่างน้อยก็ได้ยินคำสารภาพรักจากท่านก่อนตาย... เอ๊ย ยังไม่ได้ยินนี่นา" หญิงสาวแกล้งหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาระยิบระยับด้วยความทะเล้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
มู่หรงเฉิงถอนหายใจยาวเหยียด เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ชายหนุ่มเม้มปากแน่น หลบสายตาวับวาวของลูกศิษย์ตัวแสบครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
"เจ้าเด็กเหลือขอ... หากเจ้ากล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแบบนั้นอีก ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้ารอดมาพูดจาต่อปากต่อคำกับข้าได้อีกแน่..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะกระซิบประโยคถัดมาแผ่วเบาข้างใบหู
"ส่วนเรื่องคำสารภาพรัก... เจ้าไม่มีสิทธิ์ได้ฟังมันหรอก... จนกว่าเจ้าจะแต่งงานกับข้าเสียก่อน"
หลินซูยี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ รอยยิ้มหวานหยดระบายบนใบหน้าเรียวสวยทันที
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้ง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยแต่กลับหลอนประสาทก็ดังขึ้นในหัวของหลินซูยี่อย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสถาปัตยกรรมมิติระดับ SSS]
[แจ้งเตือนจากระบบแกนกลาง: พบการเข้าสู่ระบบจาก 'ผู้ใช้งานหมายเลข 00' ซึ่งเป็นผู้สร้างต้นกำเนิด]
[คำเตือนฉุกเฉิน: บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต กำลังก้าวข้ามประตูมิติเข้ามาในอาณาเขตสถาบันมหาเวทในขณะนี้!]
ดวงตาสีดำคู่นั้นของมู่หรงเฉิงหรี่แคบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาจากเบื้องล่างของหอพัก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นบันไดมาทีละก้าว... อย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนแผ่นดินใต้สถาบันสั่นสะเทือน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินซูยี่และอาจารย์สายซึนมาจนถึงบทนี้นะคะ!
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 33
ขีดจำกัดสุดท้ายของระบบ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!